ท็อปส์ชี้ยอดเฮาส์แบรนด์พุ่งรับน้ำท่วม


“ท็อปส์” ปลื้มยอดสินค้าโอนแบรนด์พุ่งกระฉูด รับดีมานด์ช่วงน้ำท่วม พร้อมควงผู้ผลิตรายเล็กแจ้งเกิด แก้ปัญหาสินค้าขาด เดินหน้าตามแผน เตรียมตัดริบบิ้นสาขาเซ็นทรัล พระราม 9 ควบคู่อัดแคมเปญกระตุ้นจับจ่ายปลายปี เผยเห็นสัญญาณดีกำลังซื้อเริ่มเข้าที่ ผู้บริโภคจับจ่ายตามปกติ
นางสาวภัทรพร เพ็ญประพัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ผู้บริหารเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต, ท็อปส์ มาร์เก็ต และท็อปส์ เดลี่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เพื่อกระตุ้นอารมณ์การจับจ่ายให้กลับมาเป็นปกติ จากนี้ไปห้างค้าปลีกหรือโมเดิร์นเทรดจะต้องเร่งทำการบ้านเรื่องซีซั่นนิ่งแคมเปญช่วงปลายปีให้มากขึ้น สำหรับท็อปส์เองนอกจากจะทำแคมเปญกระเช้าปีใหม่เหมือนทุกปีแล้ว ก็จะเดินหน้าเรื่องสาขาตามแผนเดิมที่วางไว้ โดยเฉพาะสาขาใหม่ที่เซ็นทรัล พระราม 9 ซึ่งมีกำหนดเปิดในเดือนธันวาคม

นางสาวภัทรพรกล่าวอีกว่า ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาผู้ผลิตสินค้า (ซัพพลายเออร์) ในประเทศบางส่วนผลิตสินค้าได้น้อยลง บริษัทจึงพยายามหาแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาเป็นทางเลือกเพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้ามากถึง 20 แบรนด์ เน้นที่กลุ่มอาหารการกิน อาหารสด อาหารแห้ง ซึ่งส่วนใหญ่มีจำหน่ายในท้องตลาดอยู่แล้วแต่ไม่มีขายในโมเดิร์นเทรด

อาทิ น้ำดื่มเซียโล่ ของอาเจไทยผู้ผลิตน้ำอัดลมบิ๊ก โคล่า ซึ่งซัพพลายสินค้าให้เฉพาะท็อปส์และเซเว่น อีเลฟเว่น หรือกรณีน้ำดื่มช้างที่เดิมเน้นจำหน่ายลักษณะออนพรีมิส (ร้านอาหาร) ก็เริ่มขยับเข้ามาจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดมากขึ้น รวมถึงปลากระป๋องซูเปอร์ ซี เชฟ ซึ่งขณะนี้เป็นรายเดียวที่สามารถผลิตสินค้าได้ และยอดขายมีการเติบโตสูงมากในช่วงนี้ รวมทั้งนมยูเอชทีหนองโพ นอกจากนี้ยังมีสินค้าของกลุ่มเอสเอ็มอี เช่น น้ำพริกรุ่งเจริญ ซึ่งทุกแบรนด์ก็มีการเติบโตเพิ่มขึ้น และถือเป็นโอกาสแจ้งเกิดสำหรับแบรนด์ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก

ขณะที่สินค้าโอนแบรนด์ (Own Brands) ของท็อปส์ เช่น ท็อปส์ คุกกิ้งฟอร์ฟัน และมายช้อยส์ ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตในประเทศและเอสเอ็มอีรายย่อย ซึ่งแม้บางส่วนจะได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม แต่ยังมีอีกบางส่วนที่สามารถผลิตได้ตามปกติ สินค้าโอนแบรนด์ของท็อปส์จึงมียอดขายเติบโตเกินกว่า 50% โดยเฉพาะขนมปังตราท็อปส์ นมข้นหวานตราท็อปส์ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพราะมีโรงงานอยู่ที่ชลบุรี

ด้านการขนส่งสินค้า เนื่องจากท็อปส์มีศูนย์กระจายสินค้าหลักอยู่ที่บางบัวทอง ซึ่งเส้นทางเข้าออกถูกน้ำท่วมสูง บริษัทจึงไปตั้งศูนย์กระจายสินค้าชั่วคราวที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช จ.ชลบุรี เพื่อให้ซัพพลายเออร์นำสินค้าไปส่งได้สะดวกขึ้น และคาดว่าภายในสัปดาห์นี้ (ตั้งแต่วันพุธที่ 9 พ.ย.เป็นต้นไป) การกระจายสินค้าจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมก็เริ่มคลี่คลายและปรับตัวดีขึ้น อารมณ์การจับจ่ายสินค้าของผู้บริโภคเริ่มกลับมาเป็นปกติ ซึ่งเราพยายามนำสินค้ามาจำหน่ายให้ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าสินค้า 4 ตัวหลักอย่างน้ำดื่ม ไข่ ปลากระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็ยังคงมีดีมานด์มากอยู่เหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสาขาของท็อปส์ที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราวจากปัญหาน้ำท่วม ล่าสุดมีประมาณ 23 สาขา เป็นท็อปส์ เดลี่ 15 สาขา ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และท็อปส์ มาร์เก็ตรวมกัน 8 สาขา ส่วนสาขาที่ยังไม่ได้รับผลกระทบก็มีการเตรียมพร้อมเรื่องกำแพงและกระสอบทรายเต็มที่

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 17 พฤศจิกายน 2554