มหัศจรรย์… Supper Cheap”ห้างหลังคาสังกะสี” ฟันปีละ 4 พันล้าน ท้ารบโมเดิร์นเทรด


ในวงการค้าปลีก-ค้าส่งของเมืองภูเก็ต ชื่อของ “ซุปเปอร์ชีป” (Supper Cheap) อยู่ในทำเนียบเบอร์หนึ่งของทุนท้องถิ่น ที่ยังคงยืนหยัดต่อกร กับกลุ่มโมเดิร์นเทรดที่รุกคืบเข้าไปเปิดสาขาครบทุกค่ายแล้ว ทั้งแม็คโคร บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส และท็อปส์

“ซุปเปอร์ชีป” แปลตรงตัวก็คือ โคตรถูก…! สมดังสโลแกน “ขายส่ง ขายถูก” เป็นกิจการค้าปลีกสัญชาติไทย 100%

วันนี้ซุปเปอร์ชีปเป็นร้านค้าปลีกที่อยู่รับใช้ชาวภูเก็ตมานานกว่า 16 ปีแล้ว โดยบริษัท ซุปเปอร์ชีป จำกัด ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2538 ด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค ค้าปลีก-ค้าส่ง

ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ หรือแม่ทัพใหญ่ของซุปเปอร์ชีป ในปัจจุบันก็คือ “บุญสม อนันตจรูญวงศ์” เจเนอเรชั่นที่ 2 ของตระกูลอนันตจรูญวงศ์

ซุปเปอร์ชีป เริ่มต้นจากร้านโชห่วยเล็ก ๆ แล้วค่อยขยายจนกระทั่งเติบใหญ่กลายเป็นห้างสรรพสินค้าบนพื้นที่ราว 50 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณถนนเทพกระษัตรี ตำบลรัษฎา อำเภอเมืองภูเก็ต

ความน่าสนใจของซุปเปอร์ชีปก็คือ เหตุใดห้างหลังคาสังกะสีแห่งนี้จึงขายสินค้าได้ถูก สามารถปั๊มยอดขายได้ปีละ 3-4 พันล้านบาท ท่ามกลางวงล้อมของคู่แข่งที่มีทุนหนาและมีกลยุทธ์การตลาดครบเครื่องมากกว่า

ทีมข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” บุกสำรวจฐานที่มั่นของซุปเปอร์ชีป พบกับความน่าทึ่ง เพราะเป็นอาคารชั้นเดียว เสาไม้ หลังคาสังกะสี เลือกใช้สีม่วงเป็นสัญลักษณ์ ลานจอดรถพลุกพล่านไปด้วยมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ แม้แต่รถหรู เช่น เบนซ์ บีเอ็มฯ ก็มีให้เห็น พื้นที่ด้านหน้ามีร้านทองขนาดย่อม ทางเข้าห้างมีรถเข็นสินค้าบริการไม่ต่างจากห้างสมัยใหม่

เมื่อก้าวย่างเข้าไป ทีมข่าวประจักษ์ถึงความมหัศจรรย์ของซุปเปอร์ชีป เพราะที่นี่เป็นทั้งโกดังเก็บของและคลังสินค้าสารพัดชนิดละลานตาไปหมด แถมยังมี “ตลาดสด” ตั้งอยู่ใจกลางห้างอีกด้วย จึงไม่รู้จะนิยามว่าเป็นโชห่วย, ห้าง หรือตลาดนัดดี แต่ซุปเปอร์ชีปเป็นลูกผสมของทุก ๆ นิยามคือ ร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่บวกตลาดนัด แถมตลาดสด ครบเครื่องจริง ๆ สามารถรองรับลูกค้าได้ทุกกลุ่มทั้งในภูเก็ต พังงา และบางอำเภอของกระบี่อีกด้วย

เมื่อเดินลึกเข้าไปอีก จะมีการแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ หลากหลายไม่ต่างกับโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ มีสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 3,000 รายการ มีสินค้าแทบทุกอย่าง ตั้งแต่สินค้าบ้าน ๆ ยันของไฮโซหายาก อาทิ อะไหล่หรือสินค้าประดับยนต์ ดิน ปุ๋ย กรงนก เครื่องเขียน หม้อไห เครื่องมือช่าง วัสดุก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า ชุดชั้นใน กระต่ายขูดมะพร้าว น้ำพุแต่งสวน กิฟต์ช็อป ฯลฯ แม้แต่ของเล่นแบบโบราณ น้ำเต้าปูปลา แบบที่ร้านขายของชำเหมาไปขาย หรือเครื่องดื่มเหล้ามิกเซอร์ที่หายาก ๆ เอาไปทำค็อกเทลได้ก็มี

ส่วนตลาดสดก็มีของขายสารพัดไม่ต่างกับตลาดเทศบาล มีทั้งผักสวนครัว ผักเมืองหนาว ผลไม้ไทย-เทศ หอยขม กบ ปลาไหลก็ยังมี ใครเดินจนเหนื่อยเมื่อยล้า ก็มีร้านขายขนมขบเคี้ยว ส้มตำ และเครื่องดื่มดับกระหายทั้งเก๊กฮวย ลำไย ยันน้ำบลูเบอรี่ไว้บริการ

นอกจากนี้ยังมีโซนจำหน่ายยาและอุปกรณ์การแพทย์ขนาดใหญ่ ซึ่งได้แยกสัดส่วนชัดเจนพร้อมติดแอร์เย็นฉ่ำเพื่อรักษาคุณภาพยาและเครื่องสำอาง ซึ่งร้านขายยาส่วนใหญ่ในภูเก็ตก็มาสั่งซื้อยาจากที่นี่เช่นกัน

เรียกได้ว่ามีทุกอย่างให้เลือกสรร ตั้งแต่ “สากกะเบือยันเรือไม้” (เรือขายก๋วยเตี๋ยวเรือ) เลยทีเดียว ทว่าสิ่งที่ยังไม่นำมาวางขายก็คือ รถยนต์ เรือยอชต์ ..!

คนพื้นถิ่นภูเก็ตมีข้อแนะนำว่า วันไหนจะไปซื้อสินค้าซุปเปอร์ชีป (สาขาใหญ่) ต้องเตรียมเครื่องแต่งกายให้พร้อม ถ้าผมยาวต้องมัดไว้หรือเกล้าไว้ ใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เพราะสภาพจะเยินมาก เหงื่อออก หน้ามัน แต่ถ้าวันฝนตกอาจโชคดีหน่อยไม่ร้อน แต่อาจต้องหลบน้ำรั่วจากหลังคา

ความสำเร็จของซุปเปอร์ชีป วัดได้จากยอดขายที่เติบโตขึ้นทุกปี เช่น ในปี 2551 มียอดขายประมาณ 3,742 ล้านบาท ปี 2552 เพิ่มเป็น 4,359 ล้านบาท และปี 2553 ขยับขึ้นเป็น 4,737 ล้านบาท หรือทำยอดขายได้เฉลี่ยวันละ 10 กว่าล้านบาท

ล่าสุด 1-2 ปีนี้ยังได้เพิ่มช่องทางการขายทั่วเกาะภูเก็ต ในรูปแบบ “มินิมาร์ท” บริการ 24 ชั่วโมงเช่นเดียวกับเซเว่นอีเลฟเว่น รายงานข่าวระบุว่าน่าจะมีไม่น้อยกว่า 25 สาขา

“ซุปเปอร์ชีป” จึงเป็นธุรกิจที่น่าทึ่ง แถมเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของเกาะภูเก็ต