ทรูคอฟฟี่ผนึกทรูช้อปขยายสาขา


ทรูคอฟฟี่พลิกกลยุทธ์ขยายสาขาตามทรู ช้อป ชูแนวคิดแบรนดิ้งช็อป พัฒนาร้านที่ให้บริการด้านไอทีและกาแฟเป็นไอซีที เดสติเนชั่น ดึงลูกค้าเข้ามาสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ หวังจำนวนสาขาของทรูคอฟฟี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ช่วยเสริมภาพลักษณ์ดีขึ้น เผยอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเจาะตลาดเซี่ยงไฮ้

This slideshow requires JavaScript.

นายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจร้านกาแฟยังมีศักยภาพเติบโตได้อีก ตามผลวิจัยระบุว่า กาแฟเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบของเหลวที่มียอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากน้ำมัน (ไม่นับรวมน้ำดื่ม) เนื่องจากการบริโภคกาแฟสูงขึ้นและไลฟ์สไตล์ที่หันมาใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น โดยเชื่อมโยงชีวิต งาน และความบันเทิงเข้าด้วยกัน โดยอาศัยเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทันสมัย ซึ่งนอกจากที่ทำงานแล้วพบว่าร้านกาแฟกลายเป็นที่นัดพบของทุกคน

จากแนวโน้มดังกล่าว ทรูคอฟฟี่มุ่งเน้นการปรับรูปแบบการให้บริการ เพื่อตอบสนองความต้องการและเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดให้กับกลุ่มลูกค้า ซึ่งบริษัทอยู่ในตลาดมา 5 ปี มีสาขาทั้งสิ้น 70 แห่ง โดยตั้งเป้าสิ้นปีเปิดใหม่อีก 2 แห่งตามคอนโดมิเนียม โดยโมเดลของสาขาแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ประกอบด้วย สาขาที่ขยายตามสถานศึกษา, ขยายตามทรู ช้อป และแฟรนไชส์ โดยเฉพาะการขยายสาขาตามทรู ช้อป ซึ่งล่าสุดได้ร่วมกันพัฒนารูปแบบใหม่เป็นแบรนดิ้งช็อป เพื่อให้ลูกค้าได้เข้ามาสร้างประสบการณ์ร่วมกับแบรนด์ทรู โดยมีเป้าหมายพัฒนาเป็นไอซีทีเดสติเนชั่น ศูนย์กลางแลกเปลี่ยนและอัพเดตเทรนด์เทคโนโลยีและตอบสนองคอนเวอร์เจนซ์ไลฟ์สไตล์ ไลฟ์สไตล์ช็อป

“จำนวนสาขาของทรูคอฟฟี่จะเพิ่มขึ้นตามมาทันที ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มขยายสาขาได้ถึง 100-200 สาขา ตอนนี้ทรู ช้อปมีอยู่ 260 แห่ง มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 3-4 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งยังมีอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีทรูคอฟฟี่เข้าไปให้บริการ ภายในสิ้นปีนี้จะทยอยนำเข้าไปครบ 10 แห่ง การรวมกันทำให้ทรูคอฟฟี่โตขึ้นและเสริมเรื่องภาพลักษณ์และการให้บริการที่ดีขึ้น เข้ามาเสริมซึ่งกันและกัน”

นอกจากนี้ยังมีแผนขยายตลาดต่างประเทศซึ่งเป็นรูปแบบของแฟรนไชส์ โดยจะเริ่มขยายจากประเทศในกลุ่มอินโดจีน ซึ่งปัจจุบันได้เข้าไปทำตลาดในลาวและกัมพูชา นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาตลาดเวียดนามและพม่า

“นักลงทุนเข้ามาขอซื้อแฟรนไชส์หลายประเทศ ที่เซี่ยงไฮ้ ซึ่งจีนเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่กว่าไทยถึง 5 เท่า ถ้าเปิดก็คงจะเปิดพร้อมกัน 10 สาขา อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและฝึกอบรมแฟรนไชส์ ตอนแรกจะเปิดได้สิ้นปีนี้ แต่คาดว่าจะเลื่อนออกไปก่อน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดกาแฟโดยรวมมูลค่า 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกาแฟผงสำเร็จรูป 15,000 ล้านบาท กาแฟทรีอินวัน 7,000-8,000 ล้านบาท และกลุ่มร้านกาแฟมีมูลค่า 6,000-7,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มร้านกาแฟมีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุด เฉลี่ยปีละ 15% เนื่องจากพฤติกรรมคนไทยที่หันมาดื่มกาแฟมากขึ้น ทั้งที่เป็นร้านกาแฟ เครือข่ายและร้านสแตนด์อะโลน ในขณะเดียวกันก็มีการแข่งขันด้านคุณภาพของวัตถุดิบ โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟซึ่งต้องผ่านกระบวนการตามสูตรของแต่ละสายพันธุ์ และสร้างสรรค์เมนูให้มีความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น