ค้าปลีกระอุเทสโก้ฯเบิลสาขาหัวเมือง กำเงินทุนก้อนโตเดินหน้าพื้นที่ช็อปปิ้งคู่ไซซ์เล็ก


เทสโก้ โลตัส เปิดเกมรุกระลอกใหม่ ตั้งกองทุนอสังหาฯระดมทุน 1.4 หมื่นล้าน ปูพรมสาขา สปีดหนีคู่แข่งหวังเพิ่มรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ ชดเชยการแข่งขันค้าปลีกที่เน้นเรื่องโลว์ไพรซ์ พร้อมเพิ่มโฟกัสช็อปปิ้ง เซ็นเตอร์ควบคู่ไซซ์เล็ก

เป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาไม่น้อย สำหรับการตั้งกองทุนรวมอสังหา ริมทรัพย์ ของค่ายค้าปลีกใหญ่ “เทสโก้ โลตัส” ที่ระดมทุนถึง 1.4 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในการรีโนเวตสาขาเดิมและขยายสาขาเพิ่ม

นายคริสโตเฟอร์ บุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้บริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ได้ยื่นคำขอจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเสนอ ขายหน่วยลงทุนของกองทุน “กองทุนอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าเทสโก้ โลตัส รีเทล โกรท” ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การค้า 15 แห่ง มีมูลค่าประเมินทรัพย์สินรวมกันมากกว่า 14,000 ล้านบาท จากที่ก่อนหน้านี้เทสโก้ฯใช้งบฯ ลงทุนปีละ 7,000 ล้านบาท จากบริษัทแม่และกำไรของผลประกอบการแต่ละปี

เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปใช้ขยายและปรับปรุงสาขา โดยมีแผนจะเปิดสาขาให้ครบ 1,000 สาขา ในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า จากปัจจุบันมี 800 สาขา ควบคู่กับการปรับสาขาเดิมให้ทันสมัยเช่นเดียวกับสาขารูปแบบใหม่ “เอ็กซ์ตร้า” ซึ่งเปิดสาขาแรกที่พระราม 4 ส่งผลให้สาขาดังกล่าวมีลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 20%

นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ผู้อำนวยการฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ เทสโก้ฯ ให้ข้อมูลว่า เทสโก้ฯจะรีโนเวตสาขาเดิมให้เป็น รูปแบบเอ็กซ์ตร้าปีละ 4-5 สาขา พร้อมเน้นเปิดสาขารูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะสาขาขนาดเล็ก “โลตัส เอ็กซ์เพรส” ที่เป็นรูปแบบร้านสะดวกซื้อเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง และตลาดโลตัส ซูเปอร์ มาร์เก็ตขนาดเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน รวมถึงนำเงินไปพัฒนาระบบซัพพลายเชน โดยมีแผนขยายศูนย์กระจายสินค้าระดับภูมิภาคให้ครบทุกภูมิภาค

แหล่งข่าวระดับสูงจากเทสโก้ โลตัส อีกรายหนึ่ง กล่าวเสริมว่า นอกจากการใช้กองทุนอสังหาฯเพื่อระดมทุน นอก จากจะทำให้ต้นทุนทางการเงินที่ต่ำแล้ว ยังทำให้บริษัทมีความคล่องตัวในการดำเนินงานมากขึ้น โดยเฉพาะการขยายสาขา ขณะเดียวกันก็จะช่วยให้มีรายได้จากการรับบริหารศูนย์เข้ามาอีกทางหนึ่ง

“เนื่องจากตลาดค้าปลีกในไทยที่เป็นตลาดใหญ่และยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก แต่ขณะเดียวกันในแง่ของการแข่งขันก็มีความรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะการแข่งขันเรื่องราคา ซึ่งทุกค่ายต่างก็เน้น “โลว์ไพรซ์สแตรทิจี” การจะหวังเฉพาะรายได้หรือกำไรจากการขายสินค้าก็คงไม่ได้ เราจึงต้องหารายได้ จากช่องทางด้านอื่น ๆ เข้ามาเสริม โดยเฉพาะรายได้จากค่าเช่าพื้นที่”

แหล่งข่าวรายนี้ย้ำว่า จากนี้ไปเทสโก้ฯจะให้ความสำคัญกับสาขาใน

รูปแบบที่เป็นศูนย์การค้าหรือช็อปปิ้งมอลล์มากขึ้น เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ ผู้บริโภคและสินค้าต่าง ๆ ควบคู่กับการขยายสาขาขนาดเล็กเพื่อเจาะไปตามชุมชนต่าง ๆ

ปัจจุบันเทสโก้ฯมีสาขา 800 สาขา ครอบคลุมทั่วประเทศ และการระดมทุนครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อเดินหน้าสาขารูปแบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ พลัส มอลล์ เอ็กซ์ตร้า ไฮเปอร์ มาร์เก็ต ตลาดเทสโก้ และเอ็กซ์เพรส โดยเฉพาะรูปแบบเล็กอย่างตลาดเทสโก้ และเอ็กซ์เพรส ที่จะเร่งขยายไปในอำเภอขนาดกลางที่มีศักยภาพทั่วประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทุนดังกล่าว เทสโก้ฯจะถือหน่วยลงทุนไม่เกิน 33% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท จาก 14,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกเกือบ 10,000 ล้านบาท จะเป็นการระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไป

จากการสำรวจพบว่า ขณะนี้เทสโก้ โลตัสได้เร่งขยายสาขาทั่วประเทศ นอกจากในกรุงเทพฯแล้ว ในต่างจังหวัดโดยเฉพาะจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง มีประชากรหนาแน่น รวมถึงเมืองท่องเที่ยว ก็จะทุ่มงบฯเปิดสาขาอย่างต่อเนื่องในทุกรูปแบบ นอกจากนี้ บางสาขายังได้พื้นที่พลาซ่าและเอ็นเตอร์เทนเมนต์ต่าง ๆ เข้าไปด้วย นอกจากนี้ยังมีการลงทุนเปิดไฮเปอร์ มาร์เก็ตสาขาที่ 2 ในจังหวัดที่มีกำลังซื้อสูงอีกด้วย

โดยจังหวัดที่มีไฮเปอร์มาร์เก็ตหลายสาขา อาทิ ชลบุรี ที่ตอนนี้มีถึง 6 สาขา และเตรียมจะปรับสาขาพัทยาใต้เป็นรูปแบบเอ็กซ์ตร้า พระนครศรีอยุธยา 3 สาขา นครปฐมมี 4 สาขา เชียงใหม่มี 3 สาขา ส่วนนครราชสีมาขณะนี้มีไฮเปอร์ มาร์เก็ต 2 สาขา ในตัวเมืองโคราชและอำเภอปากช่อง ล่าสุดกำลังก่อสร้างสาขาที่ 3 บ้านหัวทะเล ถนนราชสีมา- โชคชัย คาดว่าจะแล้วเสร็จต้นปี 2555 ส่วนหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เดิมมีไฮเปอร์มาร์เก็ต 1 แห่ง และเพิ่งเปิดสาขาที่ 2 ไปเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา รวมทั้งจะเปิดสาขาที่ 2 ในจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น