ค้าปลีกย้ายสนามรบปลุก3ทำเลฮิต ชิงพท.บางนา-รามอินทรา-นวมินทร์รับดีมานด์ล้น


เปิด 3 ทำเลค้าปลีกอนาคต สมรภูมิแข่งเดือด ขาใหญ่เปิดศึกชิงพื้นที่ดีมานด์ล้น บางนา-รามอินทรา-เกษตรนวมินทร์ “เซ็นทรัล” เตรียมรับน้อง “เดอะมอลล์” ยกเครื่องบางนาเพิ่ม พท.อัพเกรดสินค้า-ลูกค้า มั่นใจฐานลูกค้าแน่น-ทาร์เก็ตต่าง สยามฟิวเจอร์เตรียมเปิด “นวมินทร์ เฟสติวัล วอล์ค” ด้านอินเด็กซ์เท 3 พันล้านลุยปั้น “เดอะ วอล์ค”

นับจากนี้ข้ามไปจนถึงปีหน้าภาพการแข่งขันของกลุ่มค้าปลีกจะยิ่งเข้มข้นและทวีความรุนแรง โดยเฉพาะใน 3 ทำเล “บางนา-รามอินทรา-เกษตรนวมินทร์” ซึ่งถือว่าฮอตและร้อนแรงที่สุดในตอนนี้ เห็นได้จากการเคลื่อนทัพลงทุนของผู้ประกอบการหลักทั้งรายเก่าและรายใหม่

“บางนา” สมรภูมิใหม่แข่งเดือด

นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ช่วง 1-2 ปีหลังจากนี้การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกจะย้ายสนามการแข่งขันออกสู่นอกเมือง โดยเฉพาะโซนกรุงเทพฯตะวันออกที่จะเห็นภาพการแข่งขันที่ชัดเจนและร้อนแรงที่สุด ไม่เพียงเมกะบางนาที่จะเปิดตัวเต็มรูปแบบต้นปีหน้า แต่ยังมีกลุ่มเดอะมอลล์ที่จะเข้ามา แม้ว่าจะยังไม่แน่ชัดในเรื่องของเวลาและการลงทุน แต่คาดว่าจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนของการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งเซ็นทรัลเตรียมความพร้อมรับการแข่งขัน

ซึ่งความชัดเจนของการลงทุนสาขาบางนา ผู้บริหารซีพีเอ็นชี้ว่า เป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่ด้วยเงินลงทุน 1,000 ล้านบาท ด้วยการเพิ่มพื้นที่รีเทลอีก 10,500 ตร.ม. และเพิ่มอาคารจอดรถกว่า 400 คัน รวมถึงการปรับร้านค้าให้ทันสมัยมากขึ้น ปรับสวนน้ำใหม่ควบคู่กับภายนอกที่จะใส่ฟาซาดและสกายไลต์รอบอาคารซึ่งจะแล้วเสร็จปลายปี 2012

“เดอะมอลล์เข้ามายิ่งจะทำให้ย่านนี้คึกคักและมีสีสัน แต่กลุ่มลูกค้าเราและเดอะมอลล์คนละกลุ่มกัน และมั่นใจในแฟนพันธุ์แท้ที่คุ้นเคยและชอบการมาเดินเซ็นทรัลที่สำคัญการปรับใหญ่ครั้งนี้ถือว่าเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์ที่ครบและตอบสนองความต้องการตลาด”

ด้านความเคลื่อนไหวของเดอะมอลล์ ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ได้เริ่มทยอยไล่ซื้อพื้นที่แยกบางนา-ตราด ฝั่งตรงข้ามศูนย์แสดงสินค้าไบเทค-บางนา เพื่อลงทุนครั้งใหญ่ขึ้นเป็นศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางนา สอดคล้องกับการขยายตัวของตลาดและกำลังซื้อที่มหาศาลของกลุ่มลูกค้าย่านกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก ด้วยทำเลที่สามารถเชื่อมทางเดินจากสถานีบีทีเอส ซึ่งคาดว่าจะมีผู้โดยสารมากกว่า 1.2 แสนคนต่อเที่ยวต่อวัน ยังไม่นับรวมประชาชนในย่านนั้นครอบคลุมพื้นที่เขตพระโขนงและบางนารวมกว่า 5 แสนคน

เท 3 พัน ล.เปิด “เดอะ วอล์ค”

ความคึกคักที่เกิดขึ้นตลอดเส้นกรุงเทพฯตะวันออก สอดคล้องและขนานไปกับทำเลค้าปลีกย่านเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ นอกจากคอมมิวนิตี้ “เดอะ คริสตัล” ที่เร่งมือพร้อมเปิดเฟส 2 ให้ทันก่อนช่วงปลายปีนี้แล้วนั้น ยังมีหน้าใหม่ที่ก้าวเข้ามาขอเป็นทางเลือก

นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ชี้ว่า แนวทางรุกค้าปลีกของอินเด็กซ์หลังจากนี้จะเดินหน้าเต็มที่ด้วยการเตรียมงบฯลงทุนปีละ 3,000 ล้านบาท สำหรับเปิดคอมมิวนิตี้มอลล์ “เดอะ วอล์ค” 2-3 สาขาต่อปีในกรุงเทพฯและหัวเมืองท่องเที่ยว โดยนำร่องสาขาแรกที่ถนนราชพฤกษ์ปลายปีนี้ และเตรียมลงทุนเปิดสาขา 2 เลียบทางด่วนรามอินทราทันทีเพื่อเปิดให้ทันต้นปีหน้าในขนาดพื้นที่ 2 หมื่น ตร.ม.

“ทำเลแยกรามอินทรา-อาจณรงค์นี้เป็นมากกว่าคอมมิวนิตี้มอลล์ เพราะกลุ่มลูกค้ากว้างมากและมีกำลังซื้อสูงมากด้วยเช่นกัน เพราะกลุ่มลูกค้าไม่ได้โฟกัสอยู่เพียงรัศมี 5-10 ก.ม.นี้แต่มาจากทุกที่กลุ่มทองหล่อ กลุ่มสีลม สุขุมวิทที่เบื่อรถติด หรือหาที่จอดรถ ก็มักจะมานัดกันสังสรรค์ที่นี่ ทำให้การแข่งขันของย่านนี้รุนแรงและดุเดือด”

ลอนช์ใหญ่ “เฟสติวัล วอล์ค”

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านอาหารครัวต้นซุงได้ปรับโครงการธุรกิจใหม่ด้วยการเปลี่ยนสวนอาหารพื้นที่กว่า 2 หมื่น ตร.ม. เป็นคอมมิวนิวตี้มอลล์ภายใต้ชื่อ “ต้นซุง แอฟเวนิว” ด้วยคอนเซ็ปต์ให้พื้นที่สีเขียวกว่า 4,000 ตร.ม.สร้างความต่างด้วยบรรยากาศร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่

เช่นเดียวกับการลงทุนส่วนต่อขยายเฟส 2 ของสยามฟิวเจอร์ในคอมมิวนิตี้มอลล์ นวมินทร์ซิตี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สยามฟิวเจอร์พร้อมที่จะลอนช์เปิดตัวในเดือนตุลาคมนี้ ในรูปแบบศูนย์การค้า Open Air รูปแบบใหม่ในชื่อ “Festival Walk” ด้วยคอนเซ็ปต์ “อาร์ท วิลเลจ” สถาปัตยกรรมกึ่งยุโรปโบราณผสมผสานกับความทันสมัย ทั้งการเล่นระดับอาคาร การเพิ่มมิติให้กับร้านค้า ทำให้ทราฟฟิกการเดินของลูกค้าทั่วถึงทั้งโครงการ นอกจากนี้ได้เพิ่มพื้นที่สำหรับน้ำและพื้นที่สีเขียวเพื่อความร่มรื่น โดยแต่ละร้านจะออกแบบให้มีเอกลักษณ์และสไตล์แบบเฉพาะตัว ไม่ซ้ำกัน รองรับทุกกลุ่มทาร์เก็ต

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 9 กันยายน 2554