“เซ็นทรัล” ลุ้นปาฏิหาริย์ รับโชค 2 ชั้น แผนเยียวยา จาก “ราชประสงค์” อานิสงส์ถึง “ลาดพร้าว”


มติ ครม. (คณะรัฐมนตรี) วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา อนุมัติแผนเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่เรดโซน ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่ “กลุ่มเซ็นทรัล” ของ “ตระกูลจิราธิวัฒน์” ดูเหมือนได้สิทธิพิเศษเหนือรายอื่น ๆ

ประเมินข้อมูลพบว่า นอกเหนือจากเงินชดเชยที่รัฐบาลจ่ายให้ตามความสูญเสียที่ “เซ็นทรัลเวิลด์” แล้ว ยังได้สิทธิ์ลุ้นขยายสัญญาสัมปทานห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว กับคู่สัญญา “การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท.” อีก 1 ปี จาก 20 ปี เป็น 21 ปี แลกกับการต้องเลื่อนการรีโนเวตไป หลังเปิดพื้นที่รับผู้ค้าของเซ็นทรัลเวิลด์ขายสินค้าฟรี

ต่อสัญญาเซ็นทรัล ลาดพร้าว 1 ปี

“กรณีห้างเซ็นทรัลเวิลด์ อยู่ระหว่างเจรจาว่า หากผู้ค้าทั้งหมดย้ายไปขายที่เซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั่วคราว เป็นเวลา 1 ปี กลุ่มเซ็นทรัลจะเจรจากับ ร.ฟ.ท. จะให้ขยายสัญญาออกไป 1 ปี มอบให้กระทรวงคมนาคมดูความเป็นไปได้แล้ว” ถ้อยแถลงของ “มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หลังการประชุม ครม.

ด้าน “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ” เลขานุการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ยืนยันอีกแรงว่า ครม.ให้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการมาตรา 13 ตาม พ.ร.บ.การเข้าร่วมการงานของรัฐและเอกชน พ.ศ. 2535 หรือ “พ.ร.บ.ร่วมทุน” เพื่อต่อสัญญาการเช่าพื้นที่จาก ร.ฟ.ท. จาก 20 เป็น 21 ปี โดยคิดค่าเช่าราคาเดิม ซึ่งทางห้างเซ็นทรัลยืนยันว่าจะสามารถรองรับพนักงานและ ร้านค้าได้หมดทุกราย หากไม่หมด ก็สามารถกระจายไปสาขาอื่นได้

“โสภณ” โยนกรรมการร่วมทุนชี้ขาด

งานนี้ ว่ากันว่า “โสภณ ซารัมย์” รมว.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย ไม่ค่อยแฮปปี้ เพราะเหมือนถูกบีบกลาย ๆ ให้ทำในสิ่งที่ “ร.ฟ.ท.” อาจจะไม่ได้ประโยชน์ตอบแทน นอกจาก “การสร้างภาพ” ของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ครม.ฝากการบ้านมาให้ถึงที่ “รมว.โสภณ” ได้เรียกหารือด่วนกับ “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ร.ฟ.ท. และ “ยุทธนา ทัพเจริญ” ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. ได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า “ยังไม่ได้ข้อสรุป”

อุปสรรค เป็นเพราะเรื่องนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด ตัวละครไม่ได้มีเพียง “ฝ่ายการเมืองกับ ร.ฟ.ท.” แล้วทุกอย่างจะจบในเวลา อันสั้นได้ หากแต่ต้องผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการมาตรา 13 ตาม พ.ร.บ. ร่วมทุนฯ เสียก่อน วงในประเมินว่า อย่างน้อย ๆ ต้องใช้เวลาอีกนับหลายเดือนทีเดียว

“ครม.ได้รับข้อเสนอจากกลุ่มเซ็นทรัล ที่จะโยกผู้ค้ารายย่อยไปค้าขายที่ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว และสาขาอื่น ๆ โดยขอแลกกับการขยายเวลาสัญญาเช่า กับ ร.ฟ.ท.อีก 1 ปี เรื่องนี้มีประเด็น ผลประโยชน์ตอบแทนให้กับ ร.ฟ.ท.เข้ามาเกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคมต้องขอพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบ ว่าทำได้ หรือไม่ โดยจะรวบรวมข้อกฎหมายเสนอ ครม.ต่อไป” คำอธิบายของ “รมว.โสภณ”

ร.ฟ.ท.เบรกขยายสัมปทาน

“ยุทธนา ทัพเจริญ” ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า เซ็นทรัลจะขอเลื่อนปิดปรับปรุงบูรณะ (renovation) ทำได้อยู่แล้ว โดยทำหนังสือแจ้งมาที่ ร.ฟ.ท.ให้ทราบ ตามสัญญา บริษัทมีสิทธิปรับปรุง หรือระงับ ตามที่บริษัทเห็นสมควร

“ถึงจะเลื่อนไป 1 ปี ก็ยังอยู่ในเวลา ไม่น่าจะมีปัญหา ผมมองว่าไม่ควรจะนำมารวมกับเรื่องการขยายเวลาสัมปทาน อีกทั้งสัญญาสัมปทานจะต้องผ่านกรรมการร่วมทุน ก็ต้องมาดูรายละเอียดกันอีกว่าทำได้แค่ไหน”

ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ทางเซ็นทรัลแจ้งว่าจะนำผู้ค้าจากเซ็นทรัลเวิลด์มาค้าขายในห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว แต่สภาพปัจจุบันมีการใช้พื้นที่เต็มหมดแล้ว หากจะใช้พื้นที่ส่วนอื่น ๆ ต้องมาคุย รายละเอียดกับ ร.ฟ.ท.อีกรอบ เพราะเป็นคนละสัญญากัน เช่น ลานจอดรถ และการเช่าช่วง บริษัทมีสิทธิทำได้อยู่แล้ว

ถ้าขยายเวลา “ใคร” จ่ายค่าเช่า

จนถึงขณะนี้ยังเป็นข้อกังขาว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องการให้ ร.ฟ.ท.ดำเนินการใน เรื่องนี้ ในทางปฏิบัติทำได้มากน้อยแค่ไหน ?

แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท.กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตอนนี้บริษัทเซ็นทรัลยังไม่ได้หารือมา แต่ทุกอย่าง ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย เพราะเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่คู่สัญญากับ ร.ฟ.ท. จะมา เกี่ยวโยงกับสัญญาเซ็นทรัล ลาดพร้าวไม่ได้

ประเด็นหลักใหญ่ น่าจะอยู่ที่การขยายเวลาสัมปทาน 1 ปี ย่อมหมายถึง ผลประโยชน์ค่าเช่าที่ ร.ฟ.ท.จะต้องได้รับอีก 1 ปี “ใคร” จะเป็นผู้รับภาระ ระหว่าง “รัฐบาล-เซ็นทรัล-ร.ฟ.ท.”

“หากมีการต่ออายุสัญญาอีก 1 ปี ทางเซ็นทรัลจะให้ผลตอบแทน ร.ฟ.ท. เท่าไหร่ ต้องว่ากันใหม่ เพราะอยู่นอกเหนือจากสัญญาเดิมที่เซ็นไว้ แต่จะให้ใช้พื้นที่ฟรี คงเป็นไปได้ยาก ไม่งั้น เท่ากับ ร.ฟ.ท. เสียรายได้ไป 1,000-2,000 กว่าล้านบาท/ปี ซึ่ง ร.ฟ.ท.ต้องให้บริษัทที่ปรึกษามาคำนวณรายได้ผลประโยชน์ 1 ปี ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่”

แบผลประโยชน์ 1 ปี 1.7 พันล้าน

ทั้งนี้ สัญญาปัจจุบันที่เพิ่งจะเซ็นไป ผลตอบแทนตลอด 20 ปี ที่ ร.ฟ.ท.ได้ทั้งสิ้น 21,298,833,000 บาท คิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน 11,580,001,322 บาท แบ่งเป็นการชำระค่าเช่าล่วงหน้า (upfront fee) 5 งวด ใน 4 ปี ร้อยละ 20 ของมูลค่าปัจจุบัน เป็นเงิน 2,611,103,000 บาท และผ่อนชำระค่าเช่ารายปีอีก 20 งวด รวม 18,687,730,000 บาท

ปีสุดท้าย (ปีที่ 20) ร.ฟ.ท.จะได้ค่าเช่าอยู่ที่ 1,751 กว่าล้านบาท ดังนั้น หากจะต้องขยายเวลาออกไปอีก 1 ปี ผลประโยชน์ของ ร.ฟ.ท.จะต้องได้มากกว่านี้ ขณะที่เซ็นทรัลปีหนึ่งมียอดขายหลักหมื่นล้านบาท

นี่คือเหตุผลทางเทคนิค ที่มาตรการเยียวยาครั้งนี้จะให้ลงเอย คงไม่ง่าย อย่างที่คิด

วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 34 ฉบับที่ 4214 ประชาชาติธุรกิจ