เปิดพอร์ต”จิราธิวัฒน์”การเงินยังแกร่ง ลุยต่อบิ๊กโปรเจ็กต์-ฟื้นเซ็นทรัลเวิลด์


เปิดคลัง “เซ็นทรัล” พบฐานะสุดแกร่ง หลังจากใช้กลยุทธ์กระจายความเสี่ยง ซีพีเอ็นเผยมีเงินอยู่ในกระเป๋าแล้วกว่า 7 พันล้าน บวกกับเงินประกันอีกก้อนใหญ่ พร้อมเดินหน้าลงทุน 4 โปรเจ็กต์ยักษ์ “ทศ จิราธิวัฒน์” ปลุกขวัญพนักงาน ลั่นสร้าง “เซน” โฉมใหม่ ควบคู่ฟื้นฟูเซ็นทรัลเวิลด์ใน 6 เดือน ขณะที่ “เกษร-สยามพารากอน-สยามเซ็นเตอร์” คาดเปิดปลายสัปดาห์หน้า

แม้ว่าความเสียหายของศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จะยังไม่สามารถสรุปเป็นตัวเลขได้ และทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจไปไม่น้อย ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือน แต่กลุ่มเซ็นทรัลยังมีแผนเดินหน้าลงทุนโครงการอื่น ๆ ตามที่ได้ประกาศไว้ นอกจากนี้การกระจายความเสี่ยง ด้วยการแบ่งธุรกิจเป็น 4 ขาหลัก ๆ ทำให้เซ็นทรัลยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีฐานะแข็งแกร่งเช่นเดิม สะท้อนจากการที่ TRIS คงอันดับเครดิตบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ที่ระดับ “A+” ด้วยแนวโน้ม “stable” หรือ “คงที่”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแผนการดำเนินงานปี 2553-2555 ซีพีเอ็นมีแผนจะเปิดศูนย์การค้าเพิ่ม 4 โครงการ ประกอบด้วยโรงแรมฮิลตัน พัทยา บีช ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปีนี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 ขณะนี้เริ่มการก่อสร้างแล้วและคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 4 ปี 2554 ส่วนศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เชียงราย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ ได้เตรียมที่ดินไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังมีโครงการในต่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง

นายทศ จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ซีอาร์ซี) ได้ส่งสารแสดงความขอบคุณพนักงานสำหรับการปฏิบัติงานในช่วงที่เกิดวิกฤตที่ผ่านมา พร้อมทั้งยืนยันกับพนักงานว่าจะสร้างห้างสรรพสินค้าเซนให้กลับมายิ่งใหญ่ และทำให้เป็นแลนด์มาร์ก บนถนนสายช็อปปิ้งของกรุงเทพฯ และขอให้พนักงานร่วมแรงร่วมใจ เพื่อผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้

แหล่งข่าวจากบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น กล่าวว่า ขณะที่ เซ็นทรัลเวิลด์อยู่ระหว่างการพื้นฟู บริษัทยังจะเดินหน้าลงทุนตามแผนที่ประกาศไว้ต่อไป โดยฟื้นฟูเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนหนึ่งก็จะมาจากเงินประกัน ส่วนโครงการใหม่ก็ได้มีการเตรียมงบฯลงทุนไว้แล้ว

นอกจากนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เช่าพื้นที่ในส่วนของเซ็นทรัลเวิลด์ มีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะตัดสินใจเลื่อนการปิดรีโนเวต เซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่จะมีในวันที่ 30 พฤษภาคมนี้ออกไปก่อน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริษัทในเร็ว ๆ นี้

เตรียมงบฯลงทุนกว่า 7 พันล้าน

ทั้ง 4 โครงการนี้จะใช้เงินทุนจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน รวมถึงการระดมทุนผ่านการโอนสินทรัพย์ให้แก่ CPNRF และเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ และด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและการได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับ A+ ซีพีเอ็นจึงได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ประกอบด้วย และเงินกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ที่ประกอบด้วยวงเงินกู้ยืมระยะสั้น 4,000 ล้านบาท ปัจจุบันยังไม่มีการเบิกใช้ และวงเงินกู้ยืมระยะยาว ที่ยังมีวงเงินกู้ยืมที่ยังไม่ได้เบิกใช้อีก 3,350 ล้านบาท

ปัจจุบันซีพีเอ็นมีโครงการภายใต้การดูแล 15 โครงการ เป็นในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล 9 โครงการ และ 6 โครงการในต่างจังหวัด ประกอบด้วยศูนย์การค้า 15 โครงการ มีพื้นที่ค้าปลีกให้เช่ารวม 808,839 ตารางเมตร อาคารสำนักงาน 6 โครงการ มีพื้นที่ให้เช่ารวม 129,984 ตารางเมตร

ไตรมาสแรกที่ผ่านนมา ซีพีเอ็นมีรายได้ 2,734.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกับปีก่อน เหตุผลหลักมาจาก 3 โครงการใหม่ที่เปิดช่วงปลายปี คือ อุดรธานี ชลบุรี และขอนแก่น ประกอบกับการปรับอัตราค่าเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 5% จากรายได้เต็มของโครงการเซ็นทรัล ขอนแก่น, เซ็นทรัล พัทยา บีช และส่วนลดค่าเช่าที่ลดลงจากเซ็นทรัลเวิลด์

ฐานธุรกิจสุดแกร่ง

ทั้งนี้ กลุ่มเซ็นทรัลได้ปรับโครงสร้างธุรกิจออกเป็น 5 กลุ่ม 1.ธุรกิจค้าปลีก ในนามของเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น หรือซีอาร์ซี ที่มีร้านค้าปลีกในความดูแล อาทิ เพาเวอร์บาย, ซูเปอร์สปอร์ต, โรบินสัน, ท็อปส์, ห้างเซน 2.ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในนามของเซ็นทรัลพัฒนา หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา 3.ธุรกิจค้าส่ง ในนามของเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือซีเอ็มจี บริษัทนำเข้าและจำหน่ายสินค้าแฟชั่น เครื่องสำอาง 4.ธุรกิจโรงแรม หรือเซ็นทารา โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท และ 5.ธุรกิจอาหาร ในนามเซ็นทรัล เรสเตอรองต์ กรุ๊ป ที่ประกอบด้วยมิสเตอร์โดนัท, อานตี้แอนส์, ร้านสเต็กเปปเปอร์ลันช์ เป็นต้น

การมีโครงสร้างที่มุ่ง “กระจายความเสี่ยง” ซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนปี 2540 ด้วยการกระจายความรับผิดชอบให้ทายาทแต่ละคนแยกกันไปบริหารจัดการทำให้ธุรกิจแต่ละสายแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ซีพีเอ็น ได้ระบุถึงแผนการลงทุนของกลุ่มว่า นอกจากการลงทุนในประเทศ ซีพีเอ็นยังได้เตรียมงบฯไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท สำหรับการลงทุนในประเทศจีน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยง ซึ่งได้มีการศึกษาความเป็นไปได้แล้วและจะเป็นการลงทุนร่วมกับพันธมิตร

ขณะที่นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี กับสายงานบริหารสินทรัพย์ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็นกล่าวในเรื่องนี้ว่า คาดว่าโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งจะเป็นการช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของรายได้ในประเทศ และตามแผนภายใน 5 ปี โครงสร้างรายได้ของกลุ่มจะมาจากต่างประเทศ 10%

ภาพรวมของซีพีเอ็นไตรมาสแรกมีรายได้ 2,734.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกับปีก่อน เหตุผลหลักมาจาก 3 โครงการใหม่ที่เปิดช่วงปลายปี คือ อุดรธานี ชลบุรี และขอนแก่น ประกอบกับการปรับอัตราค่าเช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น 5% จากรายได้เต็มของโครงการเซ็นทรัลขอนแก่น, เซ็นทรัล พัทยา บีช และส่วนลดค่าเช่าที่ลดลงจากเซ็นทรัลเวิลด์

คาดใช้เวลาฟื้นฟู 6 เดือน

ส่วนการเร่งซ่อมแซมฟื้นฟูเซ็นทรัลเวิลด์ นายนริศกล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย และยังไม่สามารถบอกเป็นตัวเลขที่ชัดเจนได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำประกันเซ็นทรัลเวิลด์ 2 กรมธรรม์ ได้แก่ กรมธรรม์คุ้มครองความเสี่ยงและความเสียหายวงเงินสูงสุด 1.3 หมื่นล้านบาท และกรมธรรม์ประกันภัยจากการจลาจล ซึ่งครอบคลุมถึงการก่อการร้าย วงเงินสูงสุด 3.5 พันล้านบาท และรวมความเสียหายต่อทรัพย์สิน และการหยุดประกอบกิจการ

สำหรับห้างเซน ที่อยู่ภายใต้การดูแลของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซีอาร์ซี ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งหมด ได้ทำประกันไว้ 2 กรมธรรม์เช่นกัน และก็ต้องมาพิจารณาอีกว่าสามารถเคลมประกันได้เท่าไร

ส่วนของแนวทางการซ่อมแซม สำหรับห้างเซนคงจะต้องสร้างใหม่ โดยจะใช้วงเงินที่ทำประกันมาเป็นงบฯลงทุน ซึ่งยังตอบไม่ได้ว่าต้องใช้งบฯลงทุนเท่าไร แต่ไม่สูงถึง 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลามากกว่า 6 เดือน

ขณะที่เซ็นทรัลเวิลด์ จากการเข้าไปตรวจสอบของเจ้าหน้าที่บริษัท พบว่าส่วนพลาซ่าทั้งหมดได้รับความเสียหายไม่มากนัก โครงสร้างต่าง ๆ ไม่มีปัญหา คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานซ่อมแซมก่อนเปิดให้บริการอีกครั้ง ขณะที่โรงแรมเซ็นทาราไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

“ราชประสงค์” เปิดปลายสัปดาห์หน้า

นายชาย ศรีวิกรณ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจย่านราชประสงค์ กล่าวว่า คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถึงแผนการฟื้นฟูต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอไปยังรัฐบาล นอกจากมาตรการเยียวยาความเสียหาย ก็คือการเร่งสร้างเรื่องของความเชื่อมั่นในระบอบการปกครอง และประสิทธิภาพการบริหารงานของรัฐบาลที่ต้องดีกว่านี้ ขณะเดียวกันก็จะต้องมีความชัดเจนในแผนการฟื้นฟูในส่วนที่เกิดความเสียหาย

จากการลงพื้นที่สำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเส้นราชประสงค์จนถึงปทุมวัน ขณะนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจเข้าสำรวจและเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยก่อน และคาดว่าศูนย์การค้าและร้านค้าต่าง ๆ ในย่านสยามสแควร์ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ จะพร้อมเปิดให้บริการได้ในช่วงปลายสัปดาห์หน้า

วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4212 ประชาชาติธุรกิจ