“เซเว่นอีเลฟเว่น”ตื่นตัวลดโลกร้อน จับมือพันธมิตรผุดสาขาต้นแบบประหยัดพลังงาน


ค้าปลีกตื่นโลกร้อน เจ้าตลาดร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นตามรอยญี่ปุ่น จับมือพันธมิตรเปิดสาขาประหยัดพลังงาน เผยหวังใช้เป็นต้นแบบอนุรักษ์ให้คนนอก-ในบริษัทนำไปประยุกต์ พร้อมศึกษาความเป็นไปได้ขยายต่อ เบื้องต้นคาดว่าเงินลงทุนสูงเท่าตัว ด้านเทสโก้ โลตัส-เดอะมอลล์นำร่องผุดกรีนสโตร์ ลดค่าใช้จ่าย เล็งช็อปปิ้งออนไลน์ ช่วยประหยัดทรัพยากร

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการ ผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บริษัทมีแนวคิดจะสร้างร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ต้นแบบการประหยัดพลังงาน 1 สาขา ที่สถาบันปัญญาภิวัฒน์ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นงานวิจัยและพัฒนาของบริษัท เป้าหมายเพื่อลดค่าพลังงานอย่างน้อย 30% และเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ ไม่ใช่เฉพาะบุคลากรของบริษัทเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็สามารถศึกษาเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ได้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการออกแบบ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี

ร้านต้นแบบจะมีการใช้วัสดุกันความร้อนจากภายนอก ใช้พลังงานจากธรรมชาติหลักเป็นพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะใช้พลังงานลม นอกจากนี้จะใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เช่น เครื่องปรับอากาศ หลอดไฟ

นายสุวิทย์กล่าวด้วยว่า ร้านประหยัดพลังงานดังกล่าวมีต้นแบบจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีแนวคิดเรื่องการแก้ปัญหาโลกร้อนและการลดค่าใช้จ่าย ปัจจุบันที่ญี่ปุ่นมีร้านประหยัดพลังงาน 10-20 สาขา โดยได้รับความร่วมมือจากสถาบันและซัพพลายเออร์เป็นทีมใหญ่ ขณะที่ในเมืองไทยก็มีซัพพลายเออร์ที่เข้ามาช่วยหลายราย เช่น เอสซีจี ฟิลิปส์ โตชิบา เคียวเซร่า ฯลฯ

การลงทุนครั้งนี้ตัวเลขยังไม่ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าการลงทุนจะเพิ่มขึ้นอีก 100% จากร้านปัจจุบัน ส่วนแผนการขยายสาขาประหยัดพลังงานนั้นต้องรอดูเรื่องการลงทุนและระยะคืนทุนของสาขาแรกก่อน

“แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเป็นต้นแบบของสังคม ไม่ได้หวังผลเฉพาะในแง่ธุรกิจ ผู้ที่สนใจสามารถนำไปพัฒนาได้ทั้งหมด ที่ผ่านมาบริษัทก็มีการดำเนินงานนโยบายประหยัดพลังงานมานาน เช่น การลดขนาดหลอดไฟในสาขาต่าง ๆ การใช้เครื่องปรับอากาศระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำ การบริหารระบบแสงสว่างและความเย็น ฯลฯ ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่ายของเครื่องปรับอากาศได้ถึง 50% และ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก 20%” นายสุวิทย์กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาเทสโก้ โลตัสได้เปิดรูปแบบกรีนสโตร์สาขาแรกที่พระรามที่ 1 เมื่อปี 2547 และขยายแห่งที่ 2 ที่ศาลายา ซึ่งเป็นกรีนสโตร์รูปแบบใหม่ มีโครงการประหยัดพลังงานและอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมมากกว่า 60 โครงการ ทั้งที่บริษัทพัฒนาเองและที่พัฒนาร่วมกับพันธมิตร เช่น ระบบทำความเย็นให้เครื่องปรับอากาศด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ โรงงานผลิต เชื้อเพลิงไบโอดีเซลและไบโอก๊าซ ฯลฯ ควบคู่กับการศึกษาช่องทางจำหน่ายทางออนไลน์ เพื่อประหยัดเวลาและทรัพยากร โดยในอนาคตมีแผนให้สาขาที่เปิดใหม่มีเกณฑ์มาตรฐานเทียบเท่าโครงการต่าง ๆ และพร้อมพัฒนาโครงการใหม่ ๆ เพื่อช่วยประหยัดการอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน

ขณะที่เดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่ประกอบด้วยศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม สยามพารากอน ก็มีแนวคิดเกี่ยวกับกรีนสโตร์เช่นเดียวกัน เริ่มจากการปรับภูมิทัศน์และรณรงค์การประหยัดพลังงาน ตั้งเป้าลดการใช้พลังงานไฟฟ้าปีละ 5% รวมถึงการใช้ถุงพลาสติกแบบย่อยสลาย ใช้งบฯไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ล้านบาท

วันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4208 ประชาชาติธุรกิจ