“ลีคาเฟ่”เปิดครัวกลางลุยแคเทอริ่ง ชูกลยุทธ์เซ็กเมนเตชั่น-คอนเซ็ปต์ใหม่สร้างจุดต่าง


“ลีคาเฟ่” งัดกลยุทธ์เซ็กเมนเตชั่น ปรับคอนเซ็ปต์สาขาสร้างความต่าง ตอบโจทย์ฐานลูกค้าแต่ละโลเกชั่น ล่าสุดผุด “ลีคาเฟ่ @ นัมเบอร์ 1” อาคารไลฟ์เซ็นเตอร์ ปรับโฉมเน้นไลฟ์สไตล์ เจาะกลุ่มคนเมือง เตรียมรุกธุรกิจแคทอริ่งจริงจัง มั่นใจปีนี้พลิกกลับมาโตที่ 15%

นายธันวา ภัทรพรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะลีแฟมิลี่ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารลีคาเฟ่ เปิดเผยว่า บริษัทจะมีการเซ็กเมนเตชั่นกลุ่มลูกค้าในแต่ละสาขาอย่างชัดเจนมากขึ้น ส่งผล ให้แนวทางการเปิดร้านลีคาเฟ่ จากนี้ หากอยู่ในโลเกชั่นที่มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่าง จะมีการพัฒนาคอนเซ็ปต์และสไตล์การตกแต่งของร้าน รวมถึงการนำซับแบรนด์มาใช้ เพื่อให้เหมาะกับกลุ่มลูกค้าในทำเลนั้น ๆ เพื่อทำให้แต่ละสาขามีความเป็น Unique แตกต่างจากสาขาอื่น ๆ เช่น การเปิดตัวสาขา “ลีคาเฟ่ @ นัมเบอร์ 1” ที่อาคาร “ไลฟ์เซ็นเตอร์” สาทร ซึ่งจะไม่มีการขยายซับแบรนด์นี้ไปที่โลเกชั่นอื่น ๆ

ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทเปิดตัวซับแบรนด์ และคอนเซ็ปต์มีความแตกต่างจากร้านลีคาเฟ่ทั่วไป เนื่องจากฐานลูกค้าในโลเกชั่นนี้จะเน้นความเป็นไลฟ์สไตล์ บริษัทจึงนำเสนอร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ที่แตกต่าง ในสไตล์ Chino Portuguese โดยใช้งบฯลงทุน 6-7 ล้านบาท รวมถึงเมนูอาหารที่จะมีเพิ่มเมนูพิเศษให้แตกต่างจากสาขาอื่น ๆ และเพิ่มเมนูในลักษณะจีน-มาเลย์อีก 30% คาดว่าจะช่วยขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น

ขณะที่แผนการเปิดสาขาในปีนี้ตั้งเป้า 1 สาขา ก็จะเดินนโยบายเช่นเดียวกัน โดยปลายปีนี้จะเปิดสาขาใหม่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว จะเน้นคอนเซ็ปต์ที่เป็นวัยรุ่น และดูเด็กขึ้น โดยตั้งงบฯลงทุนไว้ 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปได้ที่อาจจะใช้คอนเซ็ปต์ใหม่ รวมถึงซับแบรนด์ ในแนวทางเดียวกับสาขาที่ไลฟ์เซ็นเตอร์ ขณะเดียวกันก็จะรีวิวสาขาอื่น ๆ ว่าจะต้องปรับให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าในบริเวณนั้น ๆ มากขึ้นหรือไม่ โดยปัจจุบันร้านอาหารในตระกูลลี แบ่งเป็นลีคาเฟ่ 7 สาขา ลีคิทเช่น 3 สาขา และร้านข้าวมันไก่ “Mr.Lee Virgin Chicken rice” ซึ่งอยู่บริเวณเดียวกับลีคาเฟ่ สีลม ซึ่งเปิดตัวเมื่อปลายปีที่แล้ว

นายธันวากล่าวอีกว่า หลังจากเดือนเมษายน บริษัทมีแผนเปิดธุรกิจ “แคเทอริ่ง” หรือการรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ หลังจากครัวกลางแห่งใหม่เสร็จเป็นที่เรียบร้อย โดยใช้งบฯ 12-13 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตอีกเท่าตัว และเพิ่มรายได้ให้บริษัท โดยมองเห็นโอกาสตามงานอีเวนต์ต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตขึ้น ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 15% จากปีที่แล้วโตลดลง 1% มาจากการปิดปรับปรุงสาขาที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท

วันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4200 ประชาชาติธุรกิจ