วัตสัน vs บู๊ทส์ เปิดศึกลอยัลตี้ อัปยอดขาย


วัตสันเดินเกมซีอาร์เอ็ม ตั้งเป้าขยายฐานสมาชิก 500,000 ราย พร้อมซอยเซกเมนต์ เจาะไลฟ์สไตล์ ตอบสนองความต้องการสมาชิกแต่ละกลุ่ม พร้อมขยายไลน์สินค้าเฮาส์แบรนด์ ครอบคลุมทุกตลาด ล่าสุดผุดโปรโมชั่นใหม่ กระตุ้นยอดจับจ่ายต่อครั้ง ขณะที่บู๊ทส์ ผุดโปรโมชั่น ปะทะ วัตสัน

หลังจากวัตสัน ลอนช์บัตรสมาชิก ในปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งอย่างร้านบู๊ทส์ที่มีสาขาไล่เลี่ยกับวัตสันคือประมาณ 160 สาขา ล่าสุดวัตสันเตรียมต่อยอด ซีอาร์เอ็ม ด้วยการซอยเซกเมนต์ฐานสมาชิก เพื่อนำเสนอโปรโมชั่นที่แตกต่างตามไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของสมาชิกแต่ละคน เช่น กลุ่ม Basic Beauty เป็นกลุ่มสมาชิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์พื้นฐาน ไม่ซับซ้อน โดยมีความถี่ในการซื้อสม่ำเสมอ ส่วนการใช้จ่ายแต่ละครั้งจะอยู่ในระดับกลางๆ เมื่อเทียบกับเซกเมนต์อื่นๆ ซึ่งวัตสันกำลังวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มต่างๆ

ปัจจุบันวัตสันมีฐานสมาชิกกว่า 300,000 ราย ส่วนในปีนี้คาดว่าจะสามารถขยายฐานสมาชิกเพิ่มเป็น 500,000 ราย โดยมี คริส หอวัง เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า สมาชิกมีการใช้จ่ายต่อครั้งและมีความถี่ในการซื้อสินค้ามากกว่าลูกค้าทั่วไป 2 เท่า

ขณะที่ บู๊ทส์ ก็มีการทำลอยัลตี้โปรแกรมผ่านบัตรสมาชิก เฮลธ์ คลับ ซึ่งจะมีการทำการตลาดแบบ One to One Marketing เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า และสร้างความภักดีให้มาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอโดย บู๊ทส์ มีการร่วมกับ ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ, โรงพยาบาลสมิติเวช, โรงพยาบาลบีเอ็นเอช, อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต และฟิตเนส เฟิร์ส มอบสิทธิพิเศษแก่สมาชิกนอกเหนือจากส่วนลด 5% ที่จะได้รับจากการซื้อสินค้าแบรนด์บู๊ทส์ โดยสมาชิกมีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะได้รับส่วนลดเพิ่มเป็น 10% ซึ่งนอกจากผลิตภัณฑ์ความงามแล้ว บู๊ทส์ก็ยังมีการจำหน่ายยาโดยเภสัชกรกว่า 200 ราย โดยสัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่มสุขภาพและยาสูงถึง 40% ส่วนสกินแคร์ เครื่องสำอางมีสัดส่วน 38% ขณะที่ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคลมีสัดส่วน 22% โดยในปีที่ผ่านมา บู๊ทส์ ร่วมกับ โรงพยาบาลสมิติเวช เปิดนวัตกรรมบริการ ‘ไอแคร์’ (I-Care) ให้บริการพบแพทย์ทางไกล (Telemedicine) โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสมิติเวช สุขุมวิท ผ่านเครือข่ายไอทีสู่ห้องตรวจที่ร้านบู๊ทส์ โดยเริ่มสาขาแรกที่เซ็นทรัล บางนา

ในการให้บริการ ‘ไอแคร์’ โรงพยาบาลจะติดตั้งจุดให้บริการในร้านของบู๊ทส์ โดยมีอุปกรณ์การสื่อสารครบครัน ผู้บริโภคสามารถขอรับบริการได้สะดวก โดยแจ้งเจ้าหน้าที่ในร้าน ก่อนจะเข้าไปในห้องตรวจ ล็อกอิน ลงทะเบียนและกรอกข้อมูลเบื้องต้นในแบบฟอร์มผ่านอินเทอร์เน็ต และติดต่อกับแพทย์เฉพาะทางของสมิติเวชผ่านทางคอมพิวเตอร์ที่มีกล้องพิเศษความละเอียดสูง ซึ่งปรกติจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในบริการแพทย์ทางไกลเท่านั้น จากนั้นแพทย์จะให้คำปรึกษา ก่อนสั่งยาให้ผู้บริโภคซื้อได้ทันทีจากร้านบู๊ทส์ สำหรับในช่วงแนะนำ ลูกค้าจะสามารถรับบริการ ไอแคร์ ได้ในอัตราพิเศษเพียง 250 บาทเท่านั้น เทียบกับอัตราค่าบริการปรกติ 400 บาท ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสุขภาพและความงามนอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้บริโภค อีกทั้งยังเป็นการ Cross Target ร่วมกับพันธมิตรเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

ขณะที่บัตรสมาชิกวัตสันจะมีการสะสมแต้มเพื่อนำมาแลกคูปองส่วนลด การได้ส่วนลด 5% เมื่อซื้อสินค้าแบรนด์วัตสัน และราคาพิเศษสำหรับสมาชิก ตลอดจนการร่วมกิจกรรมเวิร์กชอป โดยใช้แต้มสะสมมาใช้บริการ เช่น กิจกรรม Make a New You หรือการทำ Make Over ให้กับสมาชิกที่ร่วมกิจกรรม

กลยุทธ์ราคาถือเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันในตลาดสุขภาพและความงาม โดยทั้งวัตสันและบู๊ทส์ต่างก็มีการทำโปรโมชั่นปะทะกัน ล่าสุดวัตสัน ออกโปรโมชั่น ‘ซัมเมอร์ เฮลท์ แอนด์ บิวตี้ บุฟเฟต์’ โดยลูกค้าสามารถซื้อสินค้าที่ร่วมรายการในราคา 3 ชิ้น 199 บาท ขณะที่บู๊ทส์มีการทำโปรโมชั่น แฟมิลี่ เซฟวิ่ง ซื้อสินค้า 3 ชิ้นในราคา 199 บาท และ 3 ชิ้นในราคา 299 บาท

นอกจากนี้ วัตสัน ยังมีการทำสินค้าเฮาส์แบรนด์ภายใต้แบรนด์วัตสัน และยังมีไพรเวตเลเบลซึ่งมีแบรนด์หลากหลายเจาะตลาดระดับท็อปอย่างแบรนด์ ‘เพียว บิวตี้’ ไปจนถึงตลาดแมสที่มีไฟติ้งแบรนด์อย่าง ‘โอริต้า’ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า นอกจากนี้ยังมีเอ็กซ์คลูซีฟแบรนด์อย่าง Optimum และ GrapeBella ขณะที่ บู๊ทส์ มีการทำเฮาส์แบรนด์ระดับพรีเมียมภายใต้ชื่อ No.7 นัมเบอร์เซเว่น

วัตสันมีแผนที่จะลอนช์สินค้าเฮาส์แบรนด์ใหม่ในปีนี้กว่า 600 รายการ มากกว่าปีก่อนที่ลอนช์สินค้าเฮาส์แบรนด์ใหม่ 400 รายการ รวมแล้วคาดว่าในสิ้นปีวัตสันจะมีสินค้าเฮาส์แบรนด์กว่า 1,000 รายการ นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าว่าจะขยายสาขาเพิ่มในปีนี้ 15 สาขา ซึ่งทำให้จบปีมีสาขารวมกันกว่า 170 สาขา ครอบคลุม 42 จังหวัด

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 5 เมษายน 2553