ดังกิ้นฯ เพิ่มน้ำหนักเอเชีย ปั้น “บาสกิ้นฯ” เดินตามรอยญี่ปุ่น


ดังกิ้น โดนัท แบรนด์โดนัทชื่อดังระดับโลก และเป็นผู้เล่นหลัก 1 ใน 2 แบรนด์ในเมืองไทยในปีนี้จะเห็นการพลิกโฉมแบรนด์ที่ชัดเจน นั่นคือการเริ่มต้นธุรกิจกาแฟอย่างจริงจัง ตามนโยบายของบริษัทแม่ที่อเมริกา ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนักธุรกิจกาแฟ และเครื่องดื่มในเอเชียมากขึ้น หลังจากการตั้งโรงงานเมล็ดกาแฟคั่วบดที่เกาหลีในช่วงที่ผ่านมา

“มร.ไนเจล ทราวิส” (Nigel Travis) ประธานบริหาร ดังกิ้น แบรนด์ส (CEO of Dunkin” Brands) เจ้าของแบรนด์ดังกิ้น โดนัท และบาสกิ้น-รอบบิ้นส์ ถือโอกาสช่วงปลายเดือนมีนาคมเดินทางมาเยี่ยมหลายประเทศในเอเชีย ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในนั้นด้วยผลงานที่โดดเด่นทั้งการเติบโตและขยายสาขา โดย “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสสัมภาษณ์ถึงแนวคิดการดำเนินธุรกิจและทิศทางหลังจากนี้

เขาเชื่อว่าทิศทางเศรษฐกิจทั่วโลกปีนี้จะดีขึ้น โดยทั้งดังกิ้น โดนัท มีโอกาสเติบโตสูงทั้งในสหรัฐ และตลาดนอกสหรัฐ หรืออินเตอร์เนชั่นแนล เช่นเดียวกับบาสกิ้น-ร‰อบบิ้นส์ ที่กำลังไปได้ดีอย่างยิ่งกับตลาดนอกสหรัฐ โดยกลยุทธ์หลัก เนื่องจากดังกิ้น แบรนด์ส เป็นแฟรนไชส์ คอมปะนี คือดำเนินธุรกิจผ่านแฟรนไชส์ สิ่งสำคัญคือทำอย่างไรที่จะสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝ่ายให้ดำเนินไปด้วยดี ซึ่งเป็นคีย์หลักให้ธุรกิจเติบโตได้อีกมาก

“มองโอกาสทั่วโลกขณะนี้ เรียกว่าตื่นเต้นมาก แต่ยิ่งตื่นเต้นยิ่งขึ้นเมื่อมองตลาดเอเชีย ที่ผ่านมา เราเพิ่งเข้าไปเปิดดังกิ้น โดนัท ที่จีนกว่า 20 สาขา ถือเป็นประเทศยุทธศาสตร์ของดังกิ้น แบรนด์ส หากจีนสามารถโตได้

อย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้แฟรนไชซีในตลาดเอเชียอื่น ๆ ตื่นเต้น และโตได้มากกว่านี้ ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากเอเชียคิดเป็น 25% จากที่ประเมินศักยภาพของตลาดจีน ผมเชื่อว่าในอนาคตจะสามารถมีสาขาได้มากกว่าสหรัฐ แต่ไม่รู้ว่ากี่ปี ปัจจุบันเรามีสาขาในสหรัฐทั้ง 2 แบรนด์มากกว่า 9,000 สาขา”

เขากล่าวอีกว่า นอกจากจีนแล้ว บริษัทกำลังจะเข้าไปเปิดร้านดังกิ้น โดนัท ในรัสเซียใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า รวมถึงสเปน และอเมริกาใต้ ซึ่งมีโอกาสสูงมากในหลายประเทศ อาทิ เปรู โคลอมเบีย ชิลี ฯลฯ อย่างไรก็ตาม สาเหตุของการขยายตัวออกนอกสหรัฐมากขึ้นนั้น ไม่ใช่เพราะตลาดอิ่มตัว แต่เห็นโอกาสในการเติบโตที่เพิ่มขึ้น

“ผมมองว่ามีโอกาสทั้ง 2 ที่ และไม่ได้แยก มีศักยภาพทั้งสหรัฐและเอเชีย ดังกิ้น โดนัท ที่อเมริกาจริง ๆ มีแค่ 25% ของประเทศ ขณะที่บาสกิ้นยิ่งมีโอกาสมหาศาล แต่เอเชียก็มีโอกาสมากเช่นกัน มองว่าโอกาสมีอยู่ทุกที่ เอเชียจะโตได้มากกว่านี้ เฉพาะในไทยสิ้นปีนี้จะมีทั้งสิ้น 200 สาขา และอนาคตโอกาสจะเป็น 400 สาขาไม่ใช่เรื่องยาก ตอนนี้ไม่ว่าที่ไหนทุกแห่งก็สำคัญทั้งสิ้น ยิ่งโตยิ่งทำให้แบรนด์มีอะแวร์เนส มากขึ้น ยิ่งทำให้ธุรกิจนี้ไปได้สำเร็จ”

ปีที่ผ่านมา ดังกิ้น แบรนด์ส ทั่วโลก เปิดสาขาของทั้งดังกิ้น โดนัท และ บาสกิ้น-รอบบิ้นส์ รวมกัน 543 สาขา โดยเป้าหมายหลังจากนี้คือการขยายสาขามากขึ้นทุกปี

สำหรับธุรกิจกาแฟที่จะมีการเปิดตัวในเอเชียในหลายประเทศ โดยนำเข้าเมล็ดกาแฟจากโรงงานที่เกาหลี ซึ่งจะทำให้เกิด economy of scale และง่ายมากขึ้น แทนที่การนำเข้าจากอเมริกา และช่วยประหยัดต้นทุนมากกว่า ซึ่งประเทศไทยจะเห็นในช่วงไตรมาสที่ 3 เขาเชื่อว่าจะทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในตลาดเอเชีย ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก

“ถึงแม้จะชื่อดังกิ้น โดนัท แต่ธุรกิจกาแฟและเครื่องดื่มที่สหรัฐมีสัดส่วนประมาณ 60% มากกว่าโดนัท สิ่งนี้จะทำให้ดังกิ้น โดนัท ในไทยโตหลังจากนี้แน่นอน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สำคัญ เพราะที่สหรัฐมีอะแวร์เนสอยู่แล้ว ขายมา 60 ปี เราเป็นที่ 1 ในธุรกิจกาแฟสด ที่ขายมากที่สุดในอเมริกา แม้ปัจจุบัน ดังกิ้น โดนัท ในไทยและเอเชีย ยังไม่โดดเด่นในธุรกิจกาแฟ แต่จริง ๆ แล้วอาจจะง่ายกว่าที่เราคิด เพราะมีอะแวร์เนสของดังกิ้นอยู่แล้ว อยู่ที่การโปรโมตหลังจากนี้”

ซีอีโอดังกิ้น แบรนด์ส มองว่า อนาคตการแข่งขันของธุรกิจกาแฟในไทย ก็คงจะเหมือนกับที่สหรัฐ ถ้ามองถึงแมคคาเฟ่ ใช้กาแฟไทยอยู่แล้ว แต่เขาโปรโมตชื่อ ใช้ความเป็นแมคคาเฟ่ เป็นมาร์เก็ตติ้งของเขา แต่ของเราจะได้กาแฟแท้ ๆ ที่เข้ามา อยู่ที่ว่าเราจะโปรโมตแค่ไหนให้คนซื้อมากขึ้น และอยู่ที่โพซิชันนิ่ง เราจะใช้เรื่อง Value for money ไม่ตั้งราคาที่สูงไปด้วย ให้แวลูกับลูกค้า แน่นอนว่า ราคากาแฟในไทยจะตั้งให้ถูกกว่าสตาร์บัคส์ และแมคคาเฟ่ แต่คุณภาพจะยิ่งกว่าแมคคาเฟ่ ขณะที่สตาร์บัคส์ คุณภาพเท่ากัน แต่ราคาของเราจะถูกกว่า 25-30%

“เราเชื่อในคุณภาพกาแฟของเรา นอกจากในร้าน ในซูเปอร์มาร์เก็ต เราก็ขายเมล็ดกาแฟคั่วบดเป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกัน”

สาเหตุที่ดังกิ้น แบรนด์ส ต้องเริ่มบุกเบิกธุรกิจกาแฟในเอเชีย “ทราวิส” ชี้ว่า จริง ๆ โดนัทเป็นธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าเราสามารถขายเครื่องดื่มได้มากขึ้น ก็จะทำให้ธุรกิจยิ่งดีขึ้นในเรื่องของกำไร

ด้าน “บาสกิ้น-ร้อบบิ้นส์” ซึ่งมีการ เติบโตของตลาดอินเตอร์เนชั่นแนลที่ดีมากและมากกว่าในสหรัฐ สำหรับในไทยก็เพิ่งได้แฟรนไชซีใหม่ และจะเปิดตัวในเดือนหน้า โดยการกลับมาใหม่ครั้งนี้จะดีขึ้นแน่นอน เป็นโพซิชันนิ่งใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม โดยในเอเชีย ประเทศที่ใหญ่มากสำหรับบาสกิ้น-ร้อบบิ้นส์ คือญี่ปุ่น ซึ่งมีถึง 1,000 สาขา โดยทิศทางของบาสกิ้นฯในไทยจากนี้จะเดินตามคอนเซ็ปต์เดียวกันกับที่สำเร็จในญี่ปุ่น

ขณะที่วิชั่นของเขาหลังจากนี้คือการเน้นเรื่องการบริหารจัดการภายในร้าน การดูแลคนที่ทำงานด้านนี้ โดยเฉพาะผู้จัดการร้าน การเดินหน้าขยายสาขาที่มากขึ้นทุกปี และการทำให้แฟรนไชซีมีกำไรมากขึ้น

วันที่ 08 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4199 ประชาชาติธุรกิจ