“เอาท์เล็ท”เฮรับลองวีกเอนด์ คนหนีเที่ยวตจว.หนุนยอดพุ่ง


“เอาท์เล็ท มอลล์” เผยตัวเลขเมือง ท่องเที่ยวโตต่อเนื่อง สาขา “ชะอำ-เขาใหญ่” ตัวเลขวิ่งฉิว มั่นใจลองวีกเอนด์ช่วงสงกรานต์คึกคักสุด ๆ ผลพวงคนหนีเมืองหลวงพักผ่อน ตจว. เล็งผุดสาขาใหม่ บางปะอิน-เชียงใหม่

นายพิเชฐ พงพิทักษ์เมธา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอาท์เล็ท มอลล์ จำกัด ผู้บริหาร “พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท” ในเครือพีน่า เฮ้าส์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันภาพรวมของธุรกิจเอาต์เลตยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยสำคัญมาจากคนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ซึ่งทำให้สาขาต่าง ๆ ที่เปิดให้บริการอยู่ตามเส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ ๆ มีการเติบโตที่ดี ไม่ว่าจะเป็น พัทยา ชะอำ กระบี่ ภูเก็ต ปากช่อง เป็นต้น

นายพิเชฐยังได้ยกตัวอย่าง พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท สาขาชะอำ ที่มีการเติบโตทุกปี ทำให้ต้องขยายเฟสที่ 2 รองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศ หรือสาขาเขาใหญ่ ที่ปีที่แล้วโต 18% ซึ่งนอกจากจะพบว่ามีลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ลูกค้าจากกรุงเทพฯที่นิยมเดินทางเที่ยวช่วงสุดสัปดาห์ก็มีปริมาณมาก ประกอบกับมีการจัดกิจกรรมที่เขาใหญ่หลายงาน

สำหรับในช่วงวันหยุดลองวีกเอนด์ในช่วงสงกรานต์ที่จะมาถึง นายพิเชฐคาดการณ์ว่า ธุรกิจเอาต์เลตน่าจะมีความคึกคักมากขึ้น เนื่องจากเป็นวันหยุดติดต่อกันนานถึง 8-9 วัน ซึ่งจะทำให้ผู้คนสามารถเดินทางท่องเที่ยวหมุนเวียนไปในแหล่งท่องเที่ยวได้หลายแห่ง อาทิ เที่ยวหัวหิน 2 วัน กลับกรุงเทพฯ และไปเที่ยวเขาใหญ่ต่อ เป็นต้น

นายพิเชฐยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวและเข้ามาจับจ่ายในเอาต์เลตเริ่มคึกคักขึ้นแล้ว แม้ว่าอาจจะเริ่มช้ากว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย เพราะปีที่แล้วเริ่มต้นมีนาคม แต่จากภาพรวมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และวันหยุดที่ยาวกว่าทุก ๆ ปีที่ผ่านมา คาดว่ายอดขายหลาย ๆ สาขาจะดี โดยเฉพาะสาขาชะอำ ซึ่งช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ชะอำ หัวหิน ปราณบุรี มีคอนโดฯ ห้องพัก รีสอร์ต เกิดขึ้นจำนวนมากขึ้น และทำให้สามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก

“ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากสถานการณ์ทางการเมืองเข้ามากระทบ แต่จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศก็ไม่ได้ลดลง เมืองท่องเที่ยวหลาย ๆ แห่งยังมีชาวต่างประเทศเดินทางไปเที่ยวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นสมุย ภูเก็ต พัทยา อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไปก็อาจจะกระทบกับการท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างประเทศ”

ทั้งกลยุทธ์หลักของพรีเมี่ยม เอาท์เล็ท จะเน้นที่โปรดักต์ ที่จะเป็นมิกซ์ทั้ง แบรนด์เนม โลคอลแบรนด์ ให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในแต่ละสาขา เช่น สาขาภูเก็ต มีลูกค้าชาวต่างชาติ 60-70% ก็จะต้องเน้นอินเตอร์ แบรนด์ และมีโลคอลแบรนด์เป็นส่วนผสม

นายพิเชฐย้ำว่า เนื่องจากบริษัทได้วางยุทธศาสตร์การเปิดสาขาดักไว้ตามเมืองท่องเที่ยวในภาคต่าง ๆ จะช่วยให้ผลการดำเนินงานของบริษัทโดยรวมมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% คือ ภาคตะวันออกที่พัทยา ภาคใต้ที่ชะอำ อีสานมีเขาใหญ่ และอุดรธานี จะช่วยให้ผลการดำเนินงานของบริษัทโดยรวมมีอัตราการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20%

นอกจากนี้ยังมีแผนจะเปิดสาขาที่บางปะอิน เพื่อดักเส้นทางภาคเหนือ และจับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวพระราชวังบางปะอิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มย่อยเที่ยวแบบวันเดย์ทริป นอกจากนี้สนใจขยายสาขาต่อไปที่เชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทเอฟ แอนด์ เอ็น แฟคตอรี่ บริษัทในเครือฟลายนาว ได้ทุ่มงบฯ 200-300 สาขา เปิดสาขาใหม่ที่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากที่ชะลอการเปิดสาขาใหม่มา 2 ปีเต็ม ๆ โดยสาขาใหม่นี้มีพื้นที่ถึง 15,000 ตารางเมตร

วันที่ 05 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4198 ประชาชาติธุรกิจ