“เอสซีจี”ซุ่มปั้นแบรนด์HomeExpress ดึงยี่ปั๊วผุดโมเดิร์นเทรดโมเดลใหม่โตคู่”โฮมมาร์ท”


“เอสซีจี” ซุ่มพัฒนาร้านค้าช่วงวัสดุ ปั้นแบรนด์ใหม่ “Home Express” ตกแต่งร้านค้าสวยงามสไตล์โมเดิร์นเทรดเติบโตคู่แบรนด์โฮมมาร์ท สร้างความสัมพันธ์ลงลึกถึงระดับร้านยี่ปั๊ว เผยฟีดแบ็กดีขยายสาขาทั่วประเทศแล้ว 40 แห่ง ด้านเครือข่ายร้านเผยผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ

แหล่งข่าวจากกลุ่มธุรกิจจัดจำหน่าย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เอสซีจี” เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ช่วงที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายเอสซีจีได้วางนโยบายสร้างความสัมพันธ์และระบบเครือข่ายกับร้านค้าวัสดุก่อสร้างซึ่งเป็น ร้านค้าช่วง (ยี่ปั๊ว) ที่เป็นคู่ค้าร้านโฮมมาร์ทในพื้นที่ทั่วประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ได้ทยอยเข้าไปพัฒนาร้านค้าช่วงที่มีคุณสมบัติและแนวคิดทำธุรกิจตรงกันแล้วหลายราย ด้วยการพัฒนารูปแบบร้านให้ ทันสมัยขึ้นจากเดิมที่ร้านค้าแบบดั้งเดิม (เทรดิชั่นนอลเทรด) ให้กลายมาเป็นร้านค้าช่วงแนวคิดใหม่ มีความทันสมัยแบบโมเดิร์นเทรดภายใต้ชื่อ “Home Express” มีสัญลักษณ์เป็นรูปบ้านสีเหลือง

“จริง ๆ เอสซีจีทยอยพัฒนาร้านค้าช่วง Home Express มาประมาณ 2-3 ปีแล้ว โดยนำร่องที่ภาคเหนือก่อน แต่ไม่ได้ถูกสื่อสารออกไป เพราะปัจจุบันยังคงเป็นโครงการนำร่อง ยังต้องวางแผนพัฒนารูปแบบร้านกันต่อไป อย่างไรก็ตามในอนาคตคงจะมีการสร้างแบรนด์อย่างจริงจังคล้าย ๆ กับแบรนด์ร้านโฮมมาร์ท”

แหล่งข่าวกล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการพัฒนาร้านค้าช่วง Home Express เบื้องต้นเอสซีจีจะเป็นผู้พิจารณาคัดเลือกร้านค้าช่วงที่เป็นเป้าหมาย จากนั้นจะเข้าไปพูดคุยรายละเอียดว่า มีแนวคิดตรงกันและมีความพร้อมปรับเปลี่ยนร้านเป็นรูปแบบโมเดิร์นเทรดหรือไม่ ถ้าร้านค้ามีความพร้อมก็จะเข้าไปช่วยดำเนินการออกแบบรูปโฉมร้านให้ใหม่ ทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและการจัดแสดงสินค้าภายในให้ทันสมัยมากขึ้น ขณะเดียวกันจะช่วยให้คำปรึกษาการพัฒนาระบบบริหารจัดการพื้นที่ภายในร้าน การวางแผนทำโปรโมชั่นให้มีประสิทธิภาพ แต่การให้ส่วนลดการซื้อสินค้ายังคงให้สิทธิ์ ร้านโฮมมาร์ทในพื้นที่ที่เป็นคู่ค้ากันเป็นผู้พิจารณา

อย่างไรก็ตามการเข้าเป็นร้านค้าช่วงของเอสซีจี จะมีความแตกต่างจากร้าน “โฮมมาร์ท” ที่เป็นผู้แทนจำหน่ายเครือซิเมนต์ไทย เพราะยังคงมีสิทธิ์จะซื้อวัสดุก่อสร้างหรือสินค้าภายใต้แบรนด์อื่น ๆ เข้ามาจำหน่ายภายในร้านได้เหมือนเดิม แต่จะต้องมีข้อตกลงทางใจว่าทางร้านควรจะให้การสนับสนุนการซื้อสินค้าของเอสซีจีมากกว่าแบรนด์อื่น ๆ เช่น อาจจะต้องมีสัดส่วนขายสินค้าเอสซีจีภายในร้านไม่ต่ำกว่า 50% เป็นต้น

ช่วงที่ผ่านมา การพัฒนาร้าน Home Express ถือว่าได้รับการตอบรับดี จนปัจจุบันมีสาขาแล้วประมาณ 40 แห่ง ทั่วประเทศ ในจำนวนนี้อยู่ในกรุงเทพฯกว่า 10 แห่ง ส่วนในอนาคตคงต้องมีการพัฒนารูปแบบร้านต่อไปเรื่อย ๆ เสมือนแบรนด์ ร้านโฮมมาร์ทที่มีการพัฒนาจากร้านจำหน่ายวัสดุมาสู่การให้บริการต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านภายใต้ชื่อ “โฮมโซลูชั่น” ที่มีบริการต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้าน เพราะธุรกิจร้านจำหน่ายวัสดุแข่งขันกันสูงมากจะหยุดนิ่งไม่ได้ ส่วนจะมีการนำบริการในลักษณะ คล้าย ๆ กับโฮมโซลูชั่นมาใส่ไว้ในร้านค้าช่วง Home Express คงต้องมีการวางแผนกันต่อไปในอนาคต

แหล่งข่าวจากร้านค้าช่วงวัสดุก่อสร้างที่ได้พัฒนาเป็นร้านรูปแบบ Home Express ในเขตกรุงเทพฯ รายหนึ่งกล่าวว่า ได้เข้าเป็นเครือข่ายร้าน Home Express ของเอสซีจีมาได้ 2-3 ปีแล้ว ถือเป็นร้านค้าช่วงรุ่นแรก ๆ ที่เข้าร่วม เหตุผลเพราะต้องการพัฒนาร้านให้มีรูปแบบทันสมัย มีการตกแต่งหน้าร้านอย่างสวยงาม จากอดีตที่เป็นร้านค้าแบบดั้งเดิม ประกอบกับการเป็นร้านค้าช่วงที่เป็นแบรนด์ของเอสซีจีน่าจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อมากขึ้นด้วย

โดยขณะนั้นมีค่าใช้จ่ายแรกเข้าและ ค่าตกแต่งร้าน คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 3 แสนบาท ซึ่งเอสซีจีได้นำป้ายชื่อร้าน โลโก้ และป้ายโฆษณาสินค้าของเอสซีจีมาตกแต่ง ขณะเดียวกันก็ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ได้แก่ 1) ได้รับส่วนลดซื้อสินค้าจากร้านเอเย่นต์ โฮมมาร์ทเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสมัยที่เป็นร้านค้าช่วงแบบดั้งเดิม 2) ได้รับสนับสนุนการทำโปรโมชั่นสินค้าต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการขายอย่างต่อเนื่อง อาทิ การสนับสนุนของแถม ฯลฯ โดยกรณีของทางร้านได้รับสนับสนุนการทำโปรโมชั่นเป็นประจำทุกเดือน

“นับตั้งแต่เปิดร้านมาผลตอบรับก็ถือว่าน่าพอใจ อันดับแรกคือร้านดูสวยและ น่าเชื่อถือ ปริมาณลูกค้าเข้าร้านก็เพิ่มขึ้น เพราะทางเอสซีจีมีการกำหนดพื้นที่ร้าน Home Express ในแต่ละทำเลไม่ให้แย่งลูกค้ากันเอง แต่ไม่ได้เก็บเป็นตัวเลขชัดเจนว่าเท่าไหร่ สำหรับบรรยากาศภายในร้านก็มีการปรับปรุงใหม่ การจัดวางพื้นที่แสดงสินค้าเป็นระเบียบและใช้พื้นที่คุ้มค่าขึ้น ประกอบกับเมื่อติดเครื่องปรับอากาศลูกค้าก็สามารถเดินซื้อสินค้าได้นานขึ้นด้วย ส่วนสถานการณ์ของทางร้านในปีนี้ถ้าเปรียบเทียบยอดขายกับช่วงปลายปีก่อนถือว่าดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มมีแนวโน้มการฟื้นตัวบ้าง”

วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์