“เค-วิลเลจ” ทำเลสุดฮอต แหล่งรวมคน….ชนชั้นพรีเมี่ยม


น้องใหม่วงการค้าปลีก “เค-วิลเลจ” พร้อมที่จะเปิดโฉมคอมมิวนิตี้มอลล์เต็มรูปแบบ 26 มีนาคมนี้แล้ว หลังซอฟต์ลอนช์ด้วยการทยอยเปิดบางโซน-บางร้านที่แล้วเสร็จและเปิดบริการ ซึ่งลูกค้าต่างล้วน ติดอกติดใจกับบรรยากาศ การตกแต่งศูนย์ รวมไปถึงร้านค้าที่แตกต่าง และไม่เหมือนโอเพ่นมอลล์ทั่วไปในตลาด

“คุณน้อง” นิลุบล นันทาภิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท คณานันต์ จำกัด ผู้บริหารโครงการ K-Village เล่าว่า แม้จะเหน็ดเหนื่อยกับการก้าวเข้าสู่ธุรกิจรีเทลครั้งแรกของตัวเอง จากก่อนหน้านี้จะคร่ำหวอดอยู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก แต่ก็ดีใจที่จะได้เห็นผลงานเสียทีและจะได้มีเวลาออกไปตีกอล์ฟ เพราะตั้งแต่เริ่มโครงการแทบจะไม่มีเวลาได้ออกกำลังกายหรือเป็นส่วนตัวเลย ต้องคอยคุมและดูความละเอียดของงานแบบใกล้ชิดแทบจะทุกขั้นตอน

“ถ้าถามตอนนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าติดใจธุรกิจค้าปลีกแล้วรึยัง รู้แต่ว่าอยาก ทำโครงการให้ออกมาดีที่สุด ให้บรรยากาศเป็นเหมือนสวนหลังบ้าน เป็นที่ที่เพื่อนบ้านมาพบกัน คุยกัน เจาะกลุ่มครอบครัว ที่ครอบคลุมตั้งแต่รุ่นคุณปู่ไปจนถึงคุณหลาน”

ใจจริงแล้ว “คุณน้อง” เล่าว่า อยากจะเปิดตัวทีเดียวให้ทุกคนได้เห็นพร้อมกันไม่อยากให้มาเดินและยังต้องมาเจอช่าง เจอคนงานทำงานกันอยู่ แต่เนื่องจากเป็นงานที่มีรายละเอียดปลีกย่อยให้เก็บ- ให้แก้ตลอด มือใหม่ค้าปลีกก็เลยต้อง หยวน ๆ เปิดร้านไป-ซ่อมสร้าง-ต่อเติมร้านควบคู่กันไป

แต่ถึงร้านค้าจะยังเปิดได้ไม่ครบ การพูดถึงของกลุ่มลูกค้ากลับดีเกินคาด ด้วยความแตกต่างของการตกแต่งบรรยากาศของศูนย์และร้านค้า ด้วยพื้นที่โครงการกว่า 2 หมื่น ตร.ม. พื้นที่ 50% แรกเป็นลาน เปิดโล่งสำหรับลูกค้าได้พักผ่อนและเป็นลานกิจกรรม อีกครึ่งที่เหลือเป็นร้านค้าจำนวน 110 ร้าน ในรูปแบบอาคาร 2 ชั้นและ 3 ชั้นเชื่อมกัน และแยกเป็นโซน แฟชั่น ร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ สปาแอนด์บิวตี้ มาเทอร์แอนด์คิดส์ ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี ฯลฯ

โดยจะให้น้ำหนักกับโซนอาหารมากที่สุด ซึ่งร้านค้าที่เข้ามาเปิดส่วนใหญ่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะและเป็นเอ็กซ์คลูซีฟ และออกแบบให้มีความเป็นธรรมชาติ ร่มรื่น มีความทันสมัยและมีความเป็นกันเอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในย่านนี้เป็นหลัก

ผู้บริหารโครงการเค-วิลเลจยอมรับว่า ราคาขายต่อพื้นที่ค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับโครงการอื่นที่อยู่ในตลาดเป็นการคัดเลือกร้านค้าที่สะท้อนตัวตนของโครงการ ด้วยคอนเซ็ปต์ “เนเบอร์ฮู้ด ไลฟ์สไตล์” ดึงทาร์เก็ตครอบครัวมาพบประกันเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าในย่านสุขุมวิท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มระดับพรีเมี่ยมที่มีบ้านพักอาศัยและคอนโดมิเนียมในย่านนี้

ส่วนการจะขยายโครงการไปยังที่อื่น ๆ ต่อหรือไม่นั้น ขอดูอีกทีเพราะยังมีแลนด์แบงก์ในมืออีกหลายแปลง อาทิ พระราม 9 ประชาอุทิศ หรือปทุมธานี คุณน้องเล่าว่า ตอนแรกที่คุยกันในครอบครัวว่าจะทำอะไรกับพื้นที่ 15 ไร่ ในซอยสุขุมวิท 26 นี้ก็มีหลากหลายความเห็น ที่สุดก็สรุปว่าจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย “ต้องเป็นรีเทล” แล้วถ้าให้คนอื่นมาทำก็จะไม่ได้อย่างที่ใจอยากได้ และคงไม่แตกต่างจากคอมมิวนิตี้มอลล์อื่น ๆ

ด้วยจุดแข็งของพื้นที่ที่ตั้งอยู่บนทำเลทอง 2 หมื่นไร่ใจกลางเมือง ผสมผสานกับกลิ่นอายการตกแต่งดีไซน์ที่คุณน้องเล่าว่า ทุกคนที่เข้ามาต่างบอกว่า “รู้สึกดี” จึงไม่แปลกที่จะทำให้ เนเบอร์ฮู้ดแห่งนี้เนื้อหอม แม้จะเป็นมือใหม่ในวงการค้าปลีก แต่สินค้าต่างจับจองพื้นที่เต็ม 100% รวมไปถึง “กลุ่มเดอะมอลล์” ยักษ์ใหญ่รีเทลที่เปิดสาขานอกอาณาจักรครั้งแรก ด้วยคอนเซ็ปต์ใหม่บนพื้นที่กว่า 2 พัน ตร.ม.

“คุณแอ๊ว (ศุภลักษณ์ หัวเรือใหญ่กลุ่มเดอะมอลล์) เห็นโครงการ ก็ติดต่อเข้ามาและเอากูร์เมต์ มาร์เก็ต เข้ามาเปิด ด้วยกลุ่มทาร์เก็ตคงจะตรงกัน เราทำโครงการนี้ด้วยใจเพื่อให้เป็นไลฟ์สไตล์ช็อปปิ้ง ที่ทุกคนสามารถพาครอบครัวมาเที่ยวหรือนัดเพื่อน ๆ มาเจอกันได้ เราพยายามสร้างบรรยากาศต่าง ๆ ให้เหมือนเป็นบ้าน ส่วนใหญ่คนย่านนี้เป็นกลุ่มเอ-เอบวก ไม่อยากทำให้เป็น business mind”

“คุณน้อง” ยอมรับว่าแนวคิดการทำธุรกิจแบบนี้อาจไม่เหมาะในการทำค้าปลีก แต่ส่วนตัวอยากทำให้แตกต่างและออกมาให้ดีที่สุด เหมือนสร้างบ้านที่เราอยู่ หรืออาจเป็นเพราะทำเลตรงนี้เป็นแลนด์แบงก์ส่วนตัวก็เป็นได้ เลยมีมุมมองที่ยังไม่เป็นธุรกิจมาก

และอีกสิ่งที่จะเข้ามาเติมให้กลายเป็นคอมมิวนิตี้ที่สมบูรณ์ บอสสาวเค-วิลเลจมองว่า อยากได้ “โรงหนัง” เข้ามาเสริม เนื่องจากยังมีพื้นที่ว่างอยู่บางส่วนอยู่รอบโครงการ ด้วยทำเลทองบนพื้นที่ใจกลางเมืองผนวกกับร้านค้าที่โดดเด่น จะทำให้เนเบอร์ฮู้ดแห่งนี้กลายเป็นแหล่งชุมชนคนระดับพรีเมี่ยมได้ไม่ยาก

ประชาชาติ 18 มีนาคม 2553