นาทีทอง “ร้านค้าใกล้บ้าน” ยอดพุ่งรับอานิสงส์ “ม็อบ” บุกกรุง


จากประสบการณ์ตรงที่ภาคธุรกิจได้รับจากการชุมนุมประท้วงทางการเมืองทุก ๆ ครั้ง ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ก่อนล่วงหน้าว่า การดีเดย์รวมตัวกันของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 12 มีนาคม จะทำให้อารมณ์การจับจ่ายที่ดีมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาต้องสะดุดลง

ที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งก็คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงในช่วงการชุมนุมประท้วง

“ธนภณ ตังคณานันท์” นายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ชี้ว่า “ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลทางจิตวิทยา ผู้บริโภคอาจเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการหันไปจับจ่ายที่ใกล้บ้านหรือที่พัก แทนการเดินทางเข้าไปในย่าน ใจกลางเมืองที่มีความเสี่ยง”

นี่คือโอกาสของร้านที่เปิดให้บริการใกล้บ้าน

ความกังวลต่าง ๆ เริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 ถนนหนทางที่เคยคับคั่งกลับบางตาลงไปถนัดใจ เช่นเดียวกับทราฟฟิกของศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้าในกลางเมืองที่ลดลง ซึ่งผู้บริหารเซ็นทรัลและเดอะมอลล์ต่างยอมรับว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทราฟฟิกใน สาขากลางเมืองลดลง ขณะที่สาขารอบนอกยังมีลูกค้าเข้าใช้บริการตามปกติ

สอดคล้องกับร้านฟาสต์ฟู้ดที่เปิดให้บริการในศูนย์การค้าหลาย ๆ แห่งที่ยอมรับว่า จำนวนลูกค้าที่เข้าใช้บริการในสาขาต่าง ๆ ที่เปิดในกรุงเทพฯลดลงไปโดยเฉลี่ย 20-25%

“ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์” จากค่ายเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ปกติช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เป็นช่วงที่มียอดขายดี แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบส่งผลให้ยอดขายเทสโก้ฯลดลงประมาณ 10% โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ใกล้จุดชุมนุม เป็นไปได้ว่าผู้บริโภคหันไปจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่ร้านใกล้บ้านแทน

“ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาค่อนข้างเงียบเหงา ขณะนี้ทำได้แต่เพียงการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหวังว่าจะไม่ยืดเยื้อและคลี่คลายโดยเร็ว”

ขณะที่ “เซเว่นอีเลฟเว่น” ที่มีสาขาอยู่แทบทุกหัวระแหงกลับเตรียมพร้อมสต๊อกสินค้าเพื่อรองรับ

“ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์” แม่ทัพใหญ่เซเว่นอีเลฟเว่น บอกว่า เซเว่นฯได้เตรียมรับมือด้วยการสต๊อกสินค้าให้มากขึ้น เพื่อรองรับปริมาณการซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในช่วงการชุมนุม

ขณะที่แหล่งข่าวจากบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการหาทางส่งสินค้าให้ครบถ้วน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้ามีอาหารการกินได้อย่างปลอดภัย

“สำหรับเซเว่น อีเลฟเว่น อารมณ์จับจ่ายของผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับปกติ แม้ผู้บริโภคจะหลีกเลี่ยงการเดินทางไกล ๆ และหันมาซื้อของที่ร้านใกล้บ้านมากขึ้น แต่ยอดขายก็ไม่ได้เติบโตหวือหวา เพียงแต่ขายดีขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ตามหมู่บ้าน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนบิ๊กซีต้องพลิกเกมด้วยการยิงเอสเอ็มเอสส่งตรงถึงลูกค้าที่เป็นสมาชิกบัตรบิ๊กการ์ด ตั้งแต่เช้าวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม โดยระบุว่า “บิ๊กการ์ดคืนคูปองเงินสดทันที 6 เท่า หรือเท่ากับ 30 บาทฟรี เมื่อช็อป 500 บาทขึ้นไป ที่บิ๊กซี 12-14 มีนาคม”

แต่ที่รับไปเต็ม ๆ จากความตื่นตระหนกที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยไม่ต้องการเดินทางออกจากบ้าน ก็เห็นจะเป็น “ครัวชุมชน” ซีพี เฟรชมาร์ท

“จักร์ชัย นุชประยูร” คีย์แมนร้านซีพี เฟรชมาร์ท ระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับการประท้วงที่เกิดขึ้นทำให้คนตื่นตระหนกและสะสมอาหารมากขึ้น ยอดขายสาขาในกรุงเทพฯและชุมชนใหญ่ดีดขึ้นมาก

“เราเริ่มเห็นภาพการสะสมอาหารเพิ่มมาตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ก่อนจะมีการรวมตัวกัน และจนถึงศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ และวันนี้ (15 มีนาคม) ยอดขายก็ยังเพิ่มขึ้น”

พร้อมกันนี้ เขายังฉายภาพต่อไปอีกว่า นอกจากอาหารประเภทโฟรเซนมีลที่มีข้าวและกับข้าวจะขายดีเป็นเท่าตัวแล้ว เนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่ ก็ขายดีขึ้นเช่นกัน และมีสัดส่วนที่มากกว่ากลุ่มแรก จากปกติที่อาหารประเภทพร้อมรับประทานจะมีสัดส่วนที่มากกว่า

นี่เป็นผลพวงจากการที่บรรดาแม่บ้านมาเลือกหาอาหารไปเก็บไว้ในตู้เย็นที่บ้าน

นอกจากความตื่นตระหนกแล้ว การที่เด็ก ๆ ปิดเทอมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แม่บ้านต้องตุนอาหารเพิ่ม

เพื่อรองรับความต้องการที่มีมากกว่าปกติ ซีพี เฟรชมาร์ท สั่งให้แต่ละสาขาเพิ่มสต๊อกอีกไม่ต่ำกว่า 30%

จะเรียกว่าน้ำขึ้นให้รีบตักก็คงไม่ผิดนัก

ประชาชาติ 18 มีนาคม 2553