โอเรียนทอนบิวตี้รุก100สาขา


โอเรียนทอลบิวตี้ เสริมความแกร่งเน้นบริการราคาถูก เร่งขยายสาขาอีก 100 แห่ง ผ่านรูปแบบการหาผู้ร่วมลงทุน อิงพื้นที่ให้บริการกับห้างเทสโก้ โลตัส พร้อมขยายไลน์สินค้าอาหารเสริมสุขภาพและเพอร์ซันนัลแคร์วาดเป้าดันยอดขายโต 300%
นายนิพันธ์พงศ์ พานิช กรรมการผู้จัดการ ศูนย์ความงามโอเรียนทอลบิวตี้ ผู้ให้บริการผิวพรรณและความงาม เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า แผนการรุกตลาดในปี 2553 ทางศูนย์มีแผนการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 200 สาขา จากเดิมที่เปิดให้บริการแล้วประมาณ 110 สาขา ซึ่งการลงทุนจะเป็นในลักษณะของการเปิดหาผู้สนใจที่ต้องการมีธุรกิจเป็นของตนเอง โดยทางศูนย์จะเป็นผู้ลงทุน 1 ใน 3 ของเงินลงทุนในแต่ละสาขาที่ใช้เงินลงทุนรวม 6 แสนบาท โดยปัจจุบันสาขาที่เปิดให้บริการส่วนใหญ่จะอยู่ในห้างเทสโก้ โลตัสทั่วประเทศ 80% ของจำนวนทั้งหมด และที่เหลือจะกระจายอยู่ตามย่านชุมชน และการขยายสาขาตามแผนที่วางไว้ในปีนี้ ยังคงเน้นการเปิดในห้างเทสโก้ โลตัสเป็นหลัก เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของทางศูนย์จะเป็นกลุ่มแม่บ้านเป็นหลัก 80% และกลุ่มนักศึกษา 20%
“การให้บริการของทางศูนย์จะเป็นการให้บริการด้านผิวพรรณและความงามครบวงจรภายใต้คอนเซ็ปต์ หุ่นสวย ผิวใส ปลอดภัย ไม่เสียเวลา ด้วยนวัตกรรมจากธรรมชาติ ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การดูแลผิวหน้าโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ใช้นั้นจะเน้นสมุนไพรและสารสกัดจากธรรมชาติทั้งหมด เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นการสร้างความแตกต่าง ขณะที่ในด้านราคาค่าบริการนั้น จะเน้นกลยุทธ์ราคาถูก ในระดับเวิลด์คลาสที่ลูกค้าสามารถจับต้องได้ โดยราคาเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์จะเริ่มต้นตั้งแต่ 50 บาท และราคาสูงสุดไม่เกิน 300 บาท ซึ่งถูกกว่าคู่แข่งมากกว่าเท่าตัว ”
สำหรับในด้านการให้บริการนั้น ทางศูนย์จะมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้กับนักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมธุรกิจ เพื่อให้การบริการเป็นไปในมาตรฐานเดียวกัน นอกจากนี้ เพื่อเป็นการขยายฐานตลาดและลูกค้าเพิ่มขึ้น ทางศูนย์มีแผนการขยายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพและกลุ่มเพอร์ซันนัลแคร์ เนื่องจากศูนย์โอเรียนทอลบิวตี้ได้เปิดให้บริการมาเป็นระยะเวลา 3 ปี และได้รับการยอมรับจากลูกค้าเป็นอย่างมาก ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าใช้บริการเฉลี่ย 30-80 คนต่อวันต่อสาขา โดยล่าสุดจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มอาหารเสริมสุขภาพที่เป็นกลุ่มดูแลสุขภาพ จำหน่ายในราคา 490 บาทต่อขวด ขณะที่กลุ่มเพอร์ซันนัลแคร์นั้น จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดีโอเดอร์แลนซ์ออกสู่ตลาดเป็นตัวแรก รวมทั้งมีแผนการเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่แผนการสร้างการรับรู้แบรนด์นั้น ทางศูนย์จะใช้กลยุทธ์การบอกปากต่อปาก เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ ดังนั้นการสร้าง
แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างนั้นจะต้องค่อยเป็นค่อยไป หรือใช้ประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งจากผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจในปี 2552 ที่ผ่านมานั้น ทางศูนย์ไม่ได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง แต่ในทางกลับกันกลับได้อานิสงส์ทำให้ลูกค้าหันมาใช้บริการมากขึ้น เนื่องจากสินค้าและบริการมีราคาที่ถูก และจากแผนการรุกตลาดในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 300% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,510 4-6 มีนาคม พ.ศ. 2553