ตลาดดอตคอมหวังคว้า 6 พันล้านบาท


ตลาดดอตคอม ผุด”พรีเมี่ยมมอลล์” ชูคอนเซ็ปต์จัดกิจกรรมสร้างความสนุกในการช็อป พร้อมให้บริการปรึกษาเพิ่มยอดขายร้านค้า ดึงนักโปรแกรมเมอร์สร้างแอพพลิเคชันอี-คอมเมิร์ซ เชื่อช่วยยกระดับขายสินค้าผ่านออนไลน์ไทย วางเป้า 5 ปี ยอดขายรวมร้านค้า 6,000 ล้านบาท

นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัทตลาด ดอตคอม จำกัด เปิดเผยว่ายุทธศาสตร์ธุรกิจของตลาดดอตคอมปีนี้ จะมุ่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้บริการอี-คอมเมิร์ซ จากการเป็นตลาด พลาซา ไปสู่ “พรีเมี่ยม มอลล์” ซึ่งเป็นรูปแบบร้านค้าออนไลน์ ที่ราคูเต็น พันธมิตรจากประเทศญี่ปุ่น ให้บริการในญี่ปุ่น และไต้หวัน โดยบริษัทจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการให้บริการเว็บไซต์ซื้อขายสินค้าตลาดดอตคอมใน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1. การเปลี่ยนมุมมองพฤติกรรมผู้ซื้อ จะมีความสนุกในการซื้อหรือช็อปสินค้ามากขึ้น โดยจะมีการจัดกิจกรรมกระตุ้นการซื้อสินค้า มีการแจกสินค้าฟรี และการจัดอันดับร้านค้าที่ขายสินค้าดีสุด
2. การเปลี่ยนมุมมองพฤติกรรมส่วนร้านค้า โดยจะมุ่งการเพิ่มอำนาจการขายสินค้าให้กับร้านค้า บริการให้คำปรึกษากับร้านค้าออนไลน์ในการเพิ่มยอดขาย วิเคราะห์ยอดขาย ตลอดจนให้ความรู้ในการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ สำหรับร้านค้าที่เข้ามาอยู่ในพรีเมี่ยม มอลล์จะเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,000-2,000 บาทขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ และเมื่อร้านค้าขายสินค้าได้ บริษัทจะหักค่าธรรมเนียม 4% ของราคาสินค้า นอกจากนี้ยังมุ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้า โดยระบบการรับประกันการส่งสินค้า ระบบประกันการชำระเงินให้กับร้านค้า และการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่มีความหลากหลาย
และ 3. การเปลี่ยนมุมมองนักพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งจะดำเนินการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีอี-คอมเมิร์ซ โดยการจัดประกวดการพัฒนาแอพพลิเคชัน หรือระบบงานด้านอี-คอมเมิร์ซ และการจัดงานเทคโนโลยีเดย์ เพื่อให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ และบริการอี-คอมเมิร์ซนำเทคโนโลยีมานำเสนอ
“จุดเด่นที่สำคัญของพรีเมี่ยม มอลล์ คือ ระบบการรับประกันการส่งสินค้า ระบบประกันการชำระเงินให้กับร้านค้า และการเพิ่มช่องทางการชำระเงินที่มีความหลากหลาย นอกจากนี้ยังมีบริการให้คำปรึกษาอีซีซี ซึ่งของราคูเต็นนั้นไม่เหมือนใครทั่วโลก โดยจะลงไปช่วยร้านค้าให้สามารถขายสินค้าได้ ซึ่งเมื่อเขาขายสินค้าได้เราถึงจะมีรายได้จากส่วนแบ่งการขาย 4% ซึ่งที่ผ่านมาร้านค้าส่วนใหญ่ที่เราเข้าไปช่วยจะมียอดคนเข้าเว็บมากขึ้น และมียอดขายเพิ่มขึ้น โดยเราเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นจะช่วยยกระดับอี-คอมเมิร์ซของไทย ซึ่งตอนนี้เราเอาเทคโนโลยีของราคูเต็นมาใช้เพียง 20% เท่านั้น โดยเราจะทยอยเอาเทคโนโลยีของราคูเต็นมาพัฒนาการให้บริการต่อเนื่อง อาทิ การประมูลสินค้า คาดว่าปีนี้จะเอาเทคโนโลยีของราคูเต็นมาใช้ 30-40%”
ทั้งนี้บริษัทได้ทดลองเปิดให้บริการพรีเมี่ยม มอลล์มาเป็นเวลา 3 -4 เดือน โดยมีร้านค้าที่บริษัทได้ทำการคัดเลือกเข้ามาขายสินค้าที่พรีเมี่ยม มอลล์ ประมาณ 100 ร้านค้า ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่จะมียอดผู้เข้าเว็บไซต์และยอดขายเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการพรีเมี่ยม มอลล์ คือ ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 16 ล้านคน อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะมุ่งไปยังกลุ่มผู้ใช้บริการตลาด พลาซา ที่มียอดสมาชิก 180,000 คน
ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายไว้ภายใน 5 ปี ร้านค้าในพรีเมี่ยม มอลล์ จะมียอดขายรวม 6,000 ล้านบาท และยอดการซื้อขายสินค้า 3.5 ล้านรายการ พร้อมกันนั้นประมาณปลายปีนี้จะเปิดให้บริการซื้อขายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน สหรัฐอเมริกา ผ่านช่องทางราคูเต็น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,513 14 – 17 มีนาคม พ.ศ. 2553