จุฬาฯรุกพัฒนาทำเลทองหมื่นล้านบาท


ทรัพย์สินจุฬาฯ ชง 3 โปรเจ็กต์ พัฒนาทำเลทอง ย่านสยามสแควร์-สามย่าน-เจริญผล ให้ครม. อนุมัติพ.ร.บ.ร่วมทุนเอกชน ขึ้นโครงการหมื่นล้าน พร้อมวางแผนสำรองหากไม่ได้รับความเห็นชอบ เตรียมระดมทุนภายในหรือออกพร็อพเพอร์ตี ฟันด์ ขณะที่บิ๊กเอกชน ทั้งแบงก์ ดีเวลอปเปอร์ ร.พ. จ้องร่วมทุนโกยรายได้

รศ. น.อ. น.พ.เพิ่มยศ โกศลพันธุ์ รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานจัดการทรัพย์สิน เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแผนการลงทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ของมหาวิทยาลัย ว่า ขณะนี้ได้นำเสนอแผนให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการพิจารณา เพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ดำเนินการอนุมัติหลักการโครงการต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยได้นำเสนอไป เนื่องจากเป็นโครงการที่เข้าข่ายพ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 เพราะมีมูลค่าโครงการมากกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งรวมมูลค่าโครงการนับหมื่นล้านบาท
โครงการที่ทางมหาวิทยาลัยได้นำเสนอขออนุมัติ ประกอบด้วย 1. โครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณสามย่าน เนื้อที่ 13 ไร่ มูลค่า 5,000-6,000 ล้านบาท เป็นโครงการมิกซ์ยูสลักษณะเดียวกับโครงการจามจุรีสแควร์ ที่มีการใช้พื้นที่หลายแบบ ทั้งพื้นที่สำนักงาน ส่วนค้าปลีก ที่อยู่อาศัย เป็นต้น ซึ่งกำหนดเป็นรูปแบบเช่าระยะเวลา 30 ปี โดยที่ผ่านมามีทั้งหน่วยงานราชการ ธนาคาร และโรงพยาบาล แสดงความสนใจที่จะเข้ามาใช้พื้นที่ของโครงการดังกล่าว
ส่วนโครงการที่ 2 จะเป็นการพัฒนาพื้นที่บริเวณสี่แยกเจริญผล เนื้อที่ 14 ไร่ เป็นสปอร์ตคอมเพล็กซ์ และเป็นศูนย์รวมอุปกรณ์กีฬา โดยผลการศึกษาโครงการตั้งแต่ปี 2548 ต้องใช้เม็ดเงินลงทุน 4,800 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงต้นปีหน้านี้ เพราะภายในสิ้นปีนี้สัญญายอมให้อยู่ชั่วคราวจะสิ้นสุดลง และผู้เช่าเดิมจะต้องย้ายออก
สำหรับโครงการที่ 3 เป็นโครงการพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์ เฟส 2 (บล็อก L) เพื่อพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาว เป็นอาคารขนาดสูง 20 ชั้น จำนวน 300 ห้องมูลค่า 1,000-2,000 ล้านบาท การที่จะพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 3 ดาวนั้น เป็นเพราะได้มีผลการศึกษาความเป็นไปได้และทางการตลาด พบว่าตลาดมีความต้องการและยังมีช่องว่างทางการตลาด ซึ่งปัจจุบันก็มีหลายโรงแรมในพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมโนโวเทล โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส เป็นต้น ให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมทุนกับทางมหาวิทยาลัย แต่โครงการนี้เพิ่งจะนำเสนอให้รัฐมนตรีในรัฐบาลชุดปัจจุบันพิจารณา

รศ. น.อ. น.พ.เพิ่มยศ กล่าวอีกว่า หากโครงการต่างๆ ได้รับการอนุมัติจากครม.แล้ว ก็จะดำเนินการร่างทีโออาร์เพื่อหาผู้ร่วมทุน และดำเนินการตามกระบวนการต่างๆ ต่อไป แต่หากโครงการใดไม่ได้รับการอนุมัติ ทางมหาวิทยาลัยก็มีแผนที่จะดำเนินการเอง ซึ่งวางแนวทางในการหางบประมาณการลงทุนไว้ 2 แนวทาง ได้แก่ 1. การระดมเงินกองทุนจากคณะต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย และ2. การจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หรือ Property Fund

“ถ้าครม.ไม่เห็นด้วย ทางจุฬาฯ คงต้องหาเงินทุนเพื่อดำเนินการเอง ซึ่งโครงการบริเวณสามย่านจะมีการแบ่งเป็นโซน ทั้งในส่วนของอาคารสำนักงาน อาคารที่พักอาศัย และอาจจะมีโรงแรมด้วยก็ได้ ส่วนพื้นที่บริเวณสยามสแควร์เฟส 1 ด้านหน้าโรงแรมโนโวเทล จะเปิดให้ใช้ในเดือนเมษายนนี้ และนอกจากจะมีการสร้างโรงแรมแล้ว ทางจุฬาฯ ก็อยู่ระหว่างการจัดทำมาสเตอร์แพลน เพื่อพัฒนาพื้นที่สยามสแควร์ทั้งหมด ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มพัฒนาได้ในปี 2554 นี้”
ในส่วนพื้นที่พักอาศัยในโครงการจามจุรีสแควร์ ที่พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม จำนวน 126 ยูนิต พื้นที่ตั้งแต่ 190-220 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นยูนิตละ 16.9-19.9 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตารางเมตรละ 77,000-80,000 บาท ในลักษณะสัญญาเช่าระยะยาว (ลองลีส) 30 ปี ต่อสัญญาได้อีก 30 ปี จะเริ่มแกรนด์โอเพนนิงในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งทางสำนักงาน จะเป็นผู้บริหารงานขายเอง คาดว่าจะใช้เวลาขายทั้งหมดภายใน 1-2 ปี และน่าจะมียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,513 14 – 17 มีนาคม พ.ศ. 2553