ทีวีไดเร็ค ผุดเฮ้าส์แบรนด์-ยุบรวมค้าปลีก


ทีวี ไดเร็ค เดินแผนระยะสั้น รับการเมืองไม่นิ่ง ยกเครื่องธุรกิจ ยุบรวม 3 แบรนด์ค้าปลีก เหลือ “ทีวี ไดเร็ค โชว์เคส” แบรนด์เดียว

นายทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจการตลาดแบบตรง เปิดเผยว่า แนวทางการรุกตลาดปีนี้ จะเน้นใช้แผนระยะสั้น พร้อมขยายเข้าไปในตลาดใหม่ที่มีโอกาสสูง เพราะนอกจากปัจจัยทางการเมืองไม่นิ่งแล้ว ก็เพื่อรับการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น จากจำนวนผู้ประกอบการใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาต่อเนื่อง

พร้อมทั้ง มุ่งพัฒนาในแต่ละช่องทางการขาย MCM (Multi Channel Marketing) ทั้งคอลล์เซ็นเตอร์ ค้าปลีก บรอดแคสมีเดีย และเว็บไซต์ ที่มีอยู่ให้แข็งแรงมากขึ้น ทั้งนี้ บริษัทจะรีแบรนด์ร้านค้าปลีกที่จำหน่ายสินค้าในเครือทีวี ไดเร็ค ทั้ง 4 แบรนด์ ได้แก่ ร้านไดเร็ค ทูยู มี 28 สาขา,ทีวี ไดเร็ค คาราวาน มี 75 สาขา ทีวีไดเร็ค เอาท์เล็ต 8 สาขา และ ทีวี ไดเร็ค โชว์เคสมี 21 แห่ง ให้อยู่ภายใต้แบรนด์เดียวคือ ทีวี ไดเร็ค โชว์เคส เพราะการที่มีหลายแบรนด์ทำให้ลูกค้ามีความสับสน และบางแบรนด์ก็ไม่เป็นที่รู้จักของลูกค้าเลย

นายทรงพล กล่าวอีกว่า ในส่วนของสินค้านั้น ในไตรมาส 3-4 บริษัทวางแผนที่จะเปิดตัวสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ ภายใต้ 2 แบรนด์ใหม่ ใน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าเครื่องใช้ส่วนบุคคล และการท่องเที่ยว เพื่อลดการนำเข้าสินค้าจาก 20 ซัพพลายเออร์ในต่างประเทศ ซึ่งค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการควบคุมสินค้าทำได้ยาก ที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 65% และผู้ผลิตในประเทศ 35% โดยบริษัทต้องการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่ผลิตในประเทศเป็น 60% ภายในปีนี้

สำหรับการทำตลาดในปีนี้ บริษัทได้จัดสรรงบ 435 ล้านบาท แบ่งเป็น 300 ล้านบาท ในการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์สินค้า ซึ่งเป็นงบที่เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 100 ล้านบาท, งบอีก 20 ล้านบาท เพื่อลงทุนในการขยายสตูดิโอเพิ่ม 1 แห่ง จากปัจจุบันมี 1 แห่ง เพื่อรองรับการผลิตรายการโฮมชอปปิง, ส่วนงบอีก 15 ล้านบาทใช้ในการเพิ่มพนักงานคอลล์เซ็นเตอร์อีก 154 ราย จากที่มีอยู่ 200 ราย และงบที่เหลือ 100 ล้านบาท ใช้ในการซื้อสื่อโฆษณาผ่านสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม 42 ช่อง

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปีนี้ 1,432 ล้านบาท เติบโต 30% จากปี 2552 ที่ปิดยอดขายรวม 1,114 ล้านบาท เติบโต 6% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้คือ 1,234 ล้านบาท ส่วนภาพรวมธุรกิจตลาดแบบตรง มีมูลค่าราว 7,000 ล้านบาท มีแนวโน้มเติบโตประมาณ 30% ในปีนี้ หลังจากตลาดอยู่ในภาวะทรงตัวมาหลายปี โดยปัจจัยหลักเติบโตจากสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมมีการขยายตัวสูง ประกอบกับจะมีแบรนด์จากเกาหลีและญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดเพิ่ม

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 2 มีนาคม 2553