“ลอฟท์”ทุ่มงบฯเนรมิตสาขา ชูสเปเชียลิตี้สโตร์เทียบญี่ปุ่น


สยามพิวรรธน์รุกหนักอัดทุ่มงบฯลงทุน 90 ล้าน เอาใจขาช็อป เนรมิตลอฟท์สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่รูปแบบใหม่ คอนเซ็ปต์ ใหม่สเปเชียลิตี้สโตร์เทียบเท่าต้นแบบที่ญี่ปุ่นพร้อมเป?ดสาขาใหม่ “พาราไดซ์พาร์ค” บนถนนศรีนครินทร์ เจาะกลุ่มลูกค้าโซนตะวันออก ตั้งเป้ายอดขาย 500 ล้าน
นายชาญชัย เชิดชูวงศ์ธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีไอเอชซี เทรดดิ้ง จำกัด ผู้บริหารร้านลอฟท์ในเครือบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัททุ่มงบฯลงทุน 90 ล้านบาท สำหรับการลงทุนและการทำตลาดด้วยการปรับโฉมร้านลอฟท์ใหม่ให้ตอบสนองความต้องการลูกค้ามากขึ้น ทั้งการเพิ่มขนาดพื้นที่ การตกแต่งร้านและเพิ่มรายการสินค้าให้มีความหลากหลายเต็มรูปแบบเทียบเท่าร้านต้นแบบที่ประเทศญี่ปุ่น

โดยต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ใช้งบฯ 35 ล้านบาทขยายพื้นที่ร้านลอฟท์ในสยามดิสคัฟเวอรี่จากชั้น 3 มาที่ชั้น 4-5 ภายใต้แนวคิด “Loft mini speciality department store” ใหญ่ขึ้นจากเดิม 2 เท่า ด้วยพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร มีสินค้ามากกว่า 1 แสนรายการ เพื่อให้ครอบคลุมถึงลูกค้ากลุ่มคนทำงานมากขึ้น ทำให้ที่นี่สัดส่วนกลุ่มคนทำงานและกลุ่มครอบครัวอายุ 24-50 ปีเป็น 75% และอีก 25% เป็นกลุ่มนักเรียน นักศึกษาที่มีกำลังซื้อตั้งแต่ระดับบีขึ้นไป จะแกรนด์โอเพ่นนิ่งในวันที่ 10 มีนาคมนี้

“แผนกสินค้าเรายังเหมือนเดิม แต่เพิ่มรายการมากขึ้น ชั้น 4 จะเป็นสินค้าไอเดียอินเทรนด์ เช่น ไอที นาฬิกาแฟชั่นรุ่น กระเป๋าหลากหลายสไตล์ สินค้าพิเศษสำหรับทุกเทศกาล ส่วนชั้น 5 เป็นแผนกเครื่องเขียนและอุปกรณ์บนโต๊ะทำงานที่มีดีไซน์ สินค้าตกแต่งบ้านนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น อุปกรณ์เครื่องครัว ชุดจาน”

นายชาญชัยกล่าวว่า นอกจากนี้ใช้เงินลงทุน 30 ล้านบาทเปิดสาขาใหม่ ที่ชั้น 1 พาราไดซ์พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ พื้นที่ 2,000 ตารางเมตร มีสินค้ามากกว่า 1 แสนรายการ เจาะกลุ่มลูกค้าคนทำงานและครอบครัววัย 24-50 ปี ในโซนตะวันออก จะเปิดให้บริการปลายเดือนมีนาคมนี้

สำหรับงบฯที่เหลืออีก 25 ล้านบาท จะใช้สำหรับทำการตลาดในปีนี้ โดยเน้นกลยุทธ์ทางการตลาด ผ่านบัตรสมาชิกของร้านลอฟท์ (ซีอาร์เอ็ม) และจะขยายสมาชิกจากปัจจุบันที่มีอยู่กว่า 40,000 คน เป็น 55,000 คน และด้านการบริหารสินค้า (merchandizing lead) โดยปรับสูตรสินค้าภายในร้านใหม่ให้สอดคล้องกับรูปแบบของร้านและกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการเพิ่มสัดส่วนสินค้านำเข้าจากต่างประเทศเป็น 40% และ 60% เป็นสินค้าของผู้ผลิตคนไทยที่เป?นธุรกิจเอสเอ็มอี

นอกจากนี้จะเน้นการจัดอีเวนต์ส่งเสริมการตลาดและมุ่งเน้นการสื่อสารตรงถึงกลุ่มเป้าหมายรูปแบบออนไลน์ โดยปีนี้ยังเน้นการจัดกิจกรรมตามช่วงเทศกาล เช่น วาเลนไทน์ ฮัลโลวีน คริสต์มาส ปีใหม่ และเพิ่มความถี่จัดกิจกรรมโปรโมตสินค้าแต่ละประเภทมากขึ้น อีกทั้งเพิ่มช่องทางออนไลน์มากขึ้นโดยเฉพาะช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก

“จากการปรับโฉมใหม่เน้นทำกลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นและสาขาใหม่ คาดว่าปีนี้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นถึง 150% เป็น 500 ล้านบาท จาก 190 ล้านบาทเมื่อปีที่ผ่านมา”

นายชาญชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาลอฟท์ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี มียอดขายเพิ่มขึ้น 30% ส่วนหนึ่งมาจากเปิดสาขาใหม่ที่จามจุรีสแควร์ ในภาพรวมของยอดขายสินค้าที่มียอดขายสูงสุด คือ แผนกเครื่องเขียน แผนกกิฟต์และเกมส์ แผนกไอที แผนกของตกแต่งบ้าน

ด้านนายโยชิฮารุ เอนโต ประธาน บริษัท ลอฟท์ จำกัด กล่าวว่า ลอฟท์ประเทศญี่ปุ่นก่อตั้งมากว่า 20 ปี มีการขยายตัวมาอย่างต่อเนื่องทั้งยอดขายและสาขา ปัจจุบันมีสาขา 56 สาขา ในจำนวนนี้เป?นแฟรนไชส์ 6 สาขา และจะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 6 สาขาในปีนี้ ในอนาคตตั้งเป้าจะขยายสาขาให้ได้ 100 สาขา และมียอดขาย 1 แสนล้านเยน/ปี สำหรับรูปแบบของร้านยังคงเป็น 3 รูปแบบ คือ 1.full concept store ขนาด 2,000 ตารางเมตร มีสินค้ากว่า 1 แสนรายการ ครบครันทุกประเภททุกกลุ่มเป้าหมาย 2.compact store ขนาด 1,000 ตารางเมตร เป็นสินค้าเฉพาะเจาะจง เน้นสินค้าประเภทสุขภาพและความงาม อุปกรณ์เครื่องเขียน 3.mini loft ขนาด 330 ตารางเมตร ซึ่งเป็นเทรนด์ใหมˆที่มาแรง มุ่งเจาะพื้นที่ใหม่ ๆ เช่น สถานีรถไฟ เป็นต้น

ทั้งนี้ ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปี 2552 ยอดขายรวม 21,000 ล้านเยน สำหรับสินค้าที่ทำยอดขายดีเป็นอันดับแรก คือ เครื่องเขียน ตามด้วยสุขภาพและความงาม ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้าน และอื่น ๆ

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4187 ประชาชาติธุรกิจ