เสน่ห์กาแฟพรีเมียมไม่มีจาง


ผลวิจัยของบริษัทวิจัยการตลาด เทคโนมิค อิงค์ จากเมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดทำในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา (2552) ชี้ว่า ผู้บริโภคในสหรัฐฯ ยังคงมีความต้องการกาแฟคุณภาพสูงรายงานที่มีชื่อว่า แนวโน้มของผู้บริโภคว่าด้วยแนวโน้มอาหารเช้าปี 2552 (2009 Breakfast Trends Consumer Trend Report) ระบุว่า 34% ของผู้ตอบการสำรวจซึ่งอยู่ในวัยผู้ใหญ่บอกว่า ชอบที่จะเข้าไปอุดหนุนร้านกาแฟที่มีกาแฟคุณภาพสูงหรือที่เรียกว่ากาแฟระดับพรีเมียมมากกว่าร้านทั่วไป หากจะเทียบกับการสำรวจเมื่อ 2 ปีก่อนหน้า ผู้ที่ตอบแบบเดียวกันนี้มีเพียง 29% เท่านั้น

ส่วนกลุ่มวัยที่ตอบว่าชอบเข้าร้านกาแฟชนิดพรีเมียมนั้น กลุ่มใหญ่ที่สุดคืออายุระหว่าง 25-34 ปี คือมีสัดส่วนถึง 40% ลูกค้ากลุ่มนี้ยังเป็นผู้ที่ดื่มกาแฟปริมาณมากกว่ากลุ่มวัยอื่นๆ อีกด้วย เรื่องนี้มีผลวิจัยของบริษัท มินเทลฯ มาร่วมสนับสนุน โดยมีการสุ่มสำรวจทางออนไลน์ผู้บริโภคกาแฟจำนวน 1,300 คนในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า ผู้บริโภคกาแฟวัย 18-44 ปี ดื่มกาแฟในปริมาณสูงขึ้น โดยกลุ่มวัย 18-24 ปีเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด (37%) ที่ตอบว่า ดื่มกาแฟมากขึ้น ซึ่งนับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารจานด่วนซึ่งครอบคลุมไปถึงร้านโดนัท เนื่องจากกลุ่มวัยดังกล่าวเป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของร้านประเภทนี้อยู่แล้ว และกาแฟพรีเมียมที่จำหน่ายในร้านฟาสต์ฟูดทั้งหลายก็มักจะมีราคาย่อมเยากว่ากาแฟพรีเมียมที่จำหน่ายในร้านกาแฟระดับหรู

เป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ผู้เล่นรายใหญ่ในสนามแข่งขัน โดยที่เห็นเด่นชัดเป็นกรณีของแมคโดนัลด์ ที่ตั้งแต่ปรับเพิ่มคุณภาพกาแฟที่ให้บริการภายในร้านก็ได้ผลลัพธ์ในเชิงบวก ยกตัวอย่างผลประกอบการไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมา แมคโดนัลด์รายงานว่า ยอดขายจากธุรกิจแมคคาเฟ่ (McCafe) ที่จำหน่ายกาแฟพรีเมียมในกลุ่มเอสเปรสโซ มีส่วนช่วยให้บริษัทสามารถทำกำไรจากการปฏิบัติการในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 6%

นายดอน ทอมป์สัน ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท แมคโดนัลด์ ยูเอสเอ เปิดเผยต่อนักวิเคราะห์ในตลาดวอลล์ สตรีต เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่า ยอดจำหน่ายกาแฟในร้านแมคโดนัลด์ในตลาดสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่เป็นยอดจำหน่ายกาแฟกลุ่มคุณภาพสูงรวมถึงช็อกโกแลตร้อน

“แมคคาเฟ่มียอดขายที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เพราะว่าแมคโดนัลด์พยายามเพิ่มสินค้าใหม่ๆ เข้ามาในเมนูเครื่องดื่มอยู่เสมอ” เป็นความเห็นของมาร์ค คาลิโนสกี นักวิเคราะห์ธุรกิจร้านอาหาร

ทั้งนี้อานิสงส์จากเมนูกาแฟพรีเมียมไม่ได้เกิดกับร้านแมคโดนัลด์เท่านั้น ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา เชนร้านอาหาร เดล ทาโก้ (Del Taco) ซึ่งมีอยู่ 510 สาขาทั่วสหรัฐฯ ได้ปรับปรุงเมนูเครื่องดื่มภายในร้านโดยเสริมเครื่องดื่มใหม่ๆ ทั้งกาแฟร้อน กาแฟเย็น และมิลค์เชคที่มีรสชาติมอคค่าและคาราเมล หวังเจาะลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว จอห์น แคพพาโซลา รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการตลาดของเดล ทาโก้ เปิดเผยว่า เครื่องดื่มใหม่กลุ่มกาแฟพรีเมียมทั้งร้อนและเย็นรสคาราเมลและมอคค่านั้น ให้รสชาติหวานๆ ที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายชื่นชอบ เมนูใหม่ดังกล่าวทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการที่ร้านบ่อยครั้งขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,506 18-20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553