อุดรฯปิดจุดอ่อน “การตลาด” ผนึกท็อปส์เปิดซุ้มผักปลอดสารพิษ


ดีเดย์ไปเมื่อ 16 ก.พ.ที่ผ่านมา สำนักงานเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดอุดรธานีเปิดจุดจำหน่ายผักปลอดภัยจากสารพิษ ที่ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขาอุดรธานี โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อปิดจุดอ่อนด้านการตลาด นำผักไร้สารขึ้นห้างเสิร์ฟถึงมือผู้บริโภค

“ปวิต ถมยาวิทย์” เกษตรและสหกรณ์จังหวัดอุดรธานี บอกว่า จากการสำรวจ ผักที่จำหน่ายใน จ.อุดรธานี อาทิ ตลาดเมืองทอง ซึ่งเป็นศูนย์รวมขายส่งสินค้าเกษตร พบว่าผักส่วนใหญ่ที่วางจำหน่าย มาจากจังหวัดอื่น ต้องใช้เวลาในการเดินทาง ทำให้ผักไม่สด และเพิ่มต้นทุน ในการขนส่ง

ดังนั้น ผู้ว่าฯอุดรธานีจึงมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรที่ปลูกผักใน จ.อุดรธานี เชื่อมโยงผลผลิตไปสู่ห้างสรรพสินค้า ตั้งเป้าที่จะสร้างคุณค่าผลผลิตด้านการเกษตร พัฒนาผลผลิตให้ได้คุณภาพ และเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร อีกทั้งสามารถวางแผนการผลิตได้ตรงตามความต้องการของตลาดอีกด้วย

โดยนำร่องที่ “กลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษตำบลนาดี” ลงนามทำสัญญาซื้อขายกับท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาอุดรธานี โดยส่งผลผลิตให้ห้างทุกวัน ผักที่จำหน่าย คือผักบุ้ง คะน้า โหระพา หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี บวบ พริก ถั่วฝักยาว ถั่วพู ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเกษตรกรได้ดำเนินงานร่วมกันส่งเสริมการตลาด สร้างขวัญกำลังใจแก่กลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษตำบลนาดีด้วย

ประธานกลุ่มปลูกผักปลอดภัยจากสารพิษตำบลนาดี “ตวงพร พาแสง” กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิก 70 ราย เดิมปลูกผักตามใจตัวเอง มีผลผลิตอย่างไรก็ส่งขายในตลาดสด เช่น ตลาดเมืองทอง ตลาดเทศบาล 2 พ่อค้าคนกลางเป็นผู้กำหนดราคา ซึ่งบางรายจะต้องไปนั่งขายเอง โดยไปจองพื้นที่ตั้งแต่เที่ยงคืน ต่อมาก็มีการรวมเครือข่ายมากขึ้น อีกทั้งจังหวัดส่งเสริม จึงปลูกผักตามความต้องการของตลาดส่งขายในห้างแม็คโคร, บิ๊กซี, คาร์ฟูร์ และท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต

ขณะที่โต้โผใหญ่ “อำนาจ ผการัตน์” พ่อเมืองอุดรธานี บอกว่า จังหวัดอุดรธานีมีเกษตรกรที่มีศักยภาพในการปลูกพืชที่มีคุณภาพและปลอดภัยจากสารพิษหลายอย่าง แต่ยังไม่สามารถหาตลาดที่ถาวร หรือตลาดที่มีราคาได้ แต่โครงการนี้ทำให้ ผู้บริโภคได้เลือกซื้อผักที่มีความสดและปลอดภัยจากสารพิษ ส่วนเกษตรกรก็มีรายได้ เพราะมีตลาดที่แน่นอน มีช่องทางจำหน่ายมากขึ้น

นี่คือจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะวินกันทุกฝ่าย ทั้งตัวเกษตรกร ผู้ขาย และผู้บริโภค ซึ่งถือเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยสนับสนุนสินค้าเกษตรของชุมชนในวงกว้าง

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4186 ประชาชาติธุรกิจ