รีแบรนด์-ปรับลุกทุกสาขา “โฮมสุขภัณฑ์”สู้ยักษ์โมเดิร์นเทรด


จังหวัดเชียงใหม่เป็นสมรภูมิการตลาดของห้างค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ และเป็นจังหวัดอันดับต้น ๆ ของประเทศที่มีค่ายค้าปลีกค้าส่งหรือโมเดิร์นเทรดปักธงครบทุกค่ายก่อนจังหวัดใด และมีการขยายตัวมาอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแม้แต่โมเดิร์นเทรดด้านสุขภัณฑ์ที่พาเหรดเข้ามากันอย่างคึกคัก ทั้งโกลบอลเฮ้าส์ และโฮมโปร

แน่นอนว่าย่อมสร้างผลกระเทือนต่อกลุ่มทุนท้องถิ่น หากทุนท้องถิ่นปรับตัวช้า หรือไม่ปรับตัวเลยคงเป็นเรื่องยากที่จะต้านทานกระแสการแข่งขันเสรีได้ “โฮมสุขภัณฑ์” เป็นทุนท้องถิ่นในเชียงใหม่ที่ทุ่มทุนปรับตัวเพื่อต่อกรกับทุนใหญ่

จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ บนถนนช้างเผือกเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คนเชียงใหม่คุ้นเคยกันดีกับร้านเชียงใหม่ ลำปาง ปาร์เกต์ สุขภัณฑ์ เมื่อต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงของทุนขนาดใหญ่ที่หลั่งไหลเข้ามาลงหลัก ปักฐานที่เชียงใหม่เมื่อหลายปีก่อน จึงทำให้ร้านเชียงใหม่ ลำปาง ปาร์เกต์ สุขภัณฑ์ ต้องกลายเป็นโฮมสุขภัณฑ์ในวันนี้

น.พ.อนุรุทธิ์ เนตรศิริ ทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูลเนตรศิริ หัวเรี่ยวหัวแรงใหญ่ของโฮมสุขภัณฑ์ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ต้องขยายธุรกิจครั้งใหญ่ภายใต้แบรนด์โฮมสุขภัณฑ์เมื่อ 4 ปีที่แล้ว เขายอมรับว่า ถ้าไม่มีการปรับตัวก็คงจะยืนอยู่ในธุรกิจนี้ลำบาก เมื่อคิดที่จะปรับตัวแล้วก็ต้องชัดเจนในความแตกต่าง นั่นก็คือการลงทุนครั้งใหญ่ที่ใช้งบฯกว่า 100 ล้านบาท สร้าง โฮมสุขภัณฑ์ในรูปแบบของโมเดิร์นเทรด ศูนย์รวมสุขภัณฑ์ ห้องครัว ห้องน้ำและสินค้าตกแต่งบ้านที่มีความทันสมัย ขนาด 6,000 ตารางเมตร บนที่ดินร่วม 26 ไร่

“เราเลือกมาลงทุนที่ถนนวงแหวนรอบสอง เพราะเมืองขยายออกมารอบนอก มากขึ้น โซนนี้มีบ้านจัดสรรเกือบ 100% ซึ่งเราได้กลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน และยังมีอำเภอใกล้เคียงซึ่งมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย ปีละ 15-20 % ตลาดเชียงใหม่กำลังซื้อไม่ค่อยตก แม้ว่า 2-3 ปีนี้เศรษฐกิจชะลอตัวก็ตาม แต่โครงการบ้านจัดสรรยังขยายตัวเรื่อย ๆ ส่วนสาขาช้างเผือกและลำพูน ยอดขายก็น่าพอใจ แต่ไม่หวือหวามาก”

ขณะเดียวกัน ภายในปีนี้ก็เตรียมจะรีแบรนด์ทุกสาขาให้เป็นแบรนด์โฮมสุขภัณฑ์เหมือนกันหมด ทั้งสาขาช้างเผือกและจังหวัดลำพูน พร้อมกับเปลี่ยนโฉมอาคารใหม่ และดิสเพลย์ภายในร้านให้มีรูปแบบคล้าย ๆ กัน เพราะปัจจุบันการแข่งขันรุนแรงขึ้น และพฤติกรรมการบริโภคของลูกค้าเปลี่ยนไปจากอดีต

สำหรับโฮมสุขภัณฑ์ สาขาถนนวงแหวนรอบสอง ได้ออกแบบให้มีความทันสมัยและมีการดิสเพลย์สินค้าชัดเจน ทั้งในโซนสุขภัณฑ์ห้องน้ำ ห้องครัว ของตกแต่งบ้าน มีการดีไซน์สินค้าตัวอย่างที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้จะมีพนักงานขายอยู่ประจำทุกจุดดิสเพลย์กว่า 100 คนคอยให้คำแนะนำลูกค้า โดยฐานลูกค้า คือ กลุ่มเจ้าของบ้าน 60% อีก 40% เป็นกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง และโครงการบ้านจัดสรร

น.พ.อนุรุทธิ์กล่าวอีกว่า นอกจากการมีโชว์รูมในลักษณะโมเดิร์นเทรดแล้ว กลยุทธ์อีกด้านคือ การเลือกสรรสินค้าที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง ซึ่งฝ่ายจัดซื้อถือเป็นหัวใจสำคัญ และยังต้องเสริมกลยุทธ์ทางการตลาด เช่น การทำโปรโมชั่นต่อเนื่อง

“การปรับตัวของเราก็คือ ปรับเพื่อที่จะสามารถแข่งขันได้ แต่เมื่อปรับก็ต้องทำให้แตกต่างและชัดเจน ตอนนี้เราเป็นตัวแทนจำหน่าย 200-300 แบรนด์ มีสินค้าหลายหมื่นไอเท็ม ซึ่งได้คัดสรรสินค้าและหาแหล่งผลิตที่มีคุณภาพแต่ราคาไม่แพง ซึ่งการแข่งขันในภาวะปัจจุบันสินค้าต้องมีคุณภาพแต่ราคาไม่แพง” น.พ.อนุรุทธิ์กล่าว

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4186 ประชาชาติธุรกิจ