“ราชประสงค์ เออเบิ้น สเปซ” เดิมพันใหม่…ซีเอ็มโอกรุ๊ป


ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในตลาดมีความต้องการงานอีเวนต์ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะงานที่เป็นมาร์เก็ตติ้งอีเวนต์และงานด้านคอนเสิร์ต ซึ่งสินค้าที่กระโดดลงมาเล่นในเวทีนี้ต่างก็ต้องการอะไรที่สด ใหม่ตลอดเวลา ทั้งรูปแบบและวิธีการนำเสนอ รวมถึงพยายามมองหาพื้นที่จัดงานอีเวนต์แห่งใหม่เข้ามาซัพพอร์ต

โดยจะพบว่าไม่ว่าจะเป็น “พาร์ค พารากอน” ของค่ายสยามพารากอน หลังจากเปิดให้บริการก็มีคิวจองพื้นที่ยาวเหยียด หรือลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ก็เป็นพื้นที่อีกแห่งหนึ่งที่ได้รับการตอบรับแรงไม่แพ้กัน

ก่อนหน้านี้ “ไบรอัน แอล มาร์การ์” บอสใหญ่ค่ายบีอีซี เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า พื้นที่รองรับงานอีเวนต์ งานคอนเสิร์ต รวมถึงงานเฟสติวัลขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯค่อนข้างมีจำกัด ซึ่งมีผลต่อรูปแบบการจัดงานอย่างมาก โดยเฉพาะข้อจำกัดในการทำระบบเสียง แสงที่สมบูรณ์ ซึ่งเชื่อว่าบริษัท ออร์แกไนเซอร์อื่น ๆ ก็มองเห็นข้ดจำกัดนี้เช่นกัน

“สถานที่จัดงานอีเวนต์ในเมืองตอนนี้มีแค่ศูนย์สิริกิติ์ สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ นอกนั้นก็มีตามศูนย์การค้าต่าง ๆ ซึ่งก็ไม่ได้เอื้อในการทำระบบเสียงนัก”

สอดรับกับ “เสริมคุณ คุณาวงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็ม ออร์กาไนเซอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทอีเวนต์ออร์แกไนเซอร์รายใหญ่ ที่มองว่า เวลานี้บริษัทอีเวนต์ออร์แกไนเซอร์มีความต้องการพื้นที่จัดงานอีเวนต์ในทำเลใจกลางเมืองค่อนข้างมาก และพื้นที่ที่มีอยู่ก็ไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอีเวนต์ที่ใช้เวลาค่อนข้างยาว เป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน

ซีเอ็มฯเห็นถึงความต้องการดังกล่าวจึงได้ลงทุนราว 80 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่ในย่านใจกลางเมืองบริเวณริมถนนราชประสงค์ (นารายณ์ภัณฑ์เดิม) จำนวน 4,400 ตารางเมตร เป็นศูนย์กลางการจัดอีเวนต์รูปแบบใหม่ ภายใต้ชื่อ “ราชประสงค์ เออเบิ้น สเปซ” ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่เมษายนปีนี้ถึงกันยายนปี 2555

“พื้นที่ดังกล่าวจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างมาก โดยเฉพาะอีเวนต์ ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ให้กับกลุ่มทาร์เก็ต หรือมิวสิกเฟสติวัล เนื่องจาก เป็นทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง สะดวกใน การเดินทาง”

“กรณฑ์ทอง ตนอารีย์” กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจ ซีเอ็มอีเวนต์ บอกว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้ง่าย จึงได้วางคอนเซ็ปต์ในการทำธุรกิจด้วยกลยุทธ์ “One Brand One Month” สำหรับแบรนด์อีเวนต์ขนาดใหญ่ที่ใช้ระยะเวลาจัดงานอย่างต่ำ 1 เดือน โดยโฟกัสกลุ่มลูกค้าประเภทโชว์รูมรถหรือศูนย์บริการทดสอบสมรรถภาพเครื่องยนต์ งานคอนเสิร์ต คาร์นิวัล เฟสติวัล หรืองานเฉลิมฉลองตามเทศกาลต่าง ๆ ทำสนามเล่นกีฬา ฯลฯ แถมยังประยุกต์ใช้ได้กับทั้งอีเวนต์ที่เป็นเอาต์ดอร์และอินดอร์

“กรณฑ์ทอง” บอกว่า ขณะนี้มีสินค้าหลายกลุ่มที่มีความประสงค์จะเข้ามาใช้บริการพื้นที่ดังกล่าวจัดงานอีเวนต์แล้ว อาทิ กลุ่มเครื่องดื่ม คอนเสิร์ต, รถยนต์, รถมอเตอร์ไซค์ เป็นต้น ซึ่งคาดว่าน่าจะเปิดเผยบางส่วนได้ในช่วงเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้

“เสริมคุณ” บอกอีกว่า คาดว่าโครงการดังกล่าวนี้น่าจะได้รับการตอบรับที่ดี และมีรายได้เข้ามาราว 120 ล้านบาท และจะ รับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 30% ที่เหลืออีกประมาณ 70% จะรับรู้รายได้ในปีหน้าและในปีถัดไป

สำหรับภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ของกลุ่มซีเอ็มฯนั้น “เสริมคุณ” บอกว่า ในช่วงไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ปีนี้มีประมาณงานอีเวนต์เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้คาดว่าทั้งปีซีเอ็มฯน่าจะมีรายได้ เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% และเชื่อว่าตลาดรวมของธุรกิจอีเวนต์ก็น่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 10% ด้วยเช่นกัน

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4186 ประชาชาติธุรกิจ