เซ็นทรัลเมินการเมืองวุ่นทุ่ม1.6หมื่นล.ขยายธุรกิจ


เซ็นทรัล กรุ๊ป เมินการเมืองวุ่น ลุยลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 1.6 หมื่นล้านบาท รับเศรษฐกิจฟื้น ชูกลยุทธ์ธุรกิจเน้นควบรวมกิจการ
คณะกรรมการบริหาร (CEO Management Bord : CMB) บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด นำโดยนายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร แถลงนโยบายและทิศทางดำเนินธุรกิจ ปีนี้ ว่า สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินงานและเป้าหมายทางธุรกิจ เชื่อว่าทุกธุรกิจต่างเตรียมความพร้อมในการปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

“เราอยู่กับปัญหานี้มานาน ไม่น่าจะกระทบต่อการเติบโต ความเสี่ยงทางธุรกิจจากปัญหาการเมืองหรือเศรษฐกิจ ไม่น่าจะมีมากขึ้น เพราะที่ดิน แผนงาน เราเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตอยู่แล้วเพียงแต่จะโตช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง”

อย่างไรก็ตาม ในฐานะคนไทยย่อมมีความกังวลต่อปัญหาดังกล่าว ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านมาตรการรักษาความปลอดภัยรองรับตลอด 24 ชั่วโมง และหากเหตุการณ์บานปลายรุนแรง ก็พร้อมปิดให้บริการได้ทันที

ลงทุน 1.6 หมื่นล้านดันรายได้โต 7%

นายสุทธิธรรม กล่าวว่า ปี 2553 กลุ่มเซ็นทรัลเตรียมงบลงทุนโครงการต่างๆ กว่า 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่มีการลงทุนทั้งสิ้น 1.55 หมื่นล้านบาท โดยมีสัดส่วนการลงทุนกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก (ซีอาร์ซี) จำนวน 5,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 31% ของเซ็นทรัล กรุ๊ป ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการใหม่ของห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขา จ.ตรัง และ จ.เชียงราย ขณะที่กลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ซีพีเอ็น) ลงทุน 8,900 ล้านบาท คิดเป็น 56% ของเซ็นทรัล กรุ๊ป ส่วนใหญ่ลงทุนในโครงการใหม่ ได้แก่ เซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช-โฮเต็ล โครงการศูนย์การค้าที่เชียงราย พระราม 9 และลาดพร้าวที่ปรับปรุงครั้งใหญ่ และกลุ่มธุรกิจค้าส่ง (ซีเอ็มจี) ลงทุน 200 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจโรงแรม (ซีเอชอาร์) ลงทุน 1,600 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจอาหาร (ซีอาร์จี) ลงทุนกว่า 300 ล้านบาท

ส่วนยอดขาย กลุ่มเซ็นทรัลตั้งเป้าปี 2553 ไว้ทั้งสิ้น 1.18 แสนล้านบาท เติบโต 7% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามสภาพแวดล้อมทั้งในประเทศและทั่วโลก ซึ่งบริษัทประเมินว่าหากวิกฤติเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จะกระตุ้นภาคเอกชนให้ตัดสินใจลงทุนมากขึ้น ส่วนปัญหาความไม่สงบภายในประเทศ แม้จะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนทำธุรกิจในภาพรวม แต่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขและหาทางป้องกัน ประการสำคัญภาครัฐต้องดำเนินนโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนลงทุนอย่างเต็มที่
ชูกลยุทธ์ “ควบรวมกิจการ” โตก้าวกระโดด

ขณะที่ผลประกอบการปี 2552 ที่ผ่านมา กลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลมียอดขายรวมกันทั้งสิ้น 1.1 แสนล้านบาท เติบโต 9% จากปี 2551 แต่ต่ำกว่าเป้าหมาย 1.6% จากเดิมประมาณการว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ 1.12 แสนล้านบาท หรือเติบโต 10.6% เนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเมืองภายในประเทศตลอดทั้งปีที่ผ่านมา

ส่วนแนวทางการสร้างการเติบโตทางธุรกิจนับจากนี้ จะใช้กลยุทธ์สำคัญ คือ การเน้นการควบรวมกิจการ หรือ M&A (Mergers&Acquistions) เพื่อให้กลุ่มเซ็นทรัลเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยภายในปี 2553 นี้ จะมีอย่างน้อย 2 โครงการ และมีความเป็นไปได้ทั้งโครงการภายในและต่างประเทศในทุกกลุ่มธุรกิจ สำหรับยุทธศาสตร์ระยะยาวของกลุ่ม จะมุ่ง “สร้างแบรนด์” ให้เป็นจุดแข็งพร้อมสร้างคุณค่าให้ธุรกิจ สร้างพันธมิตรดำเนินธุรกิจครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง รองรับแผนขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคในอนาคต

นายสุทธิธรรม กล่าวว่า ด้านการขยายลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน กลุ่มซีอาร์ซี ที่เตรียมเปิดบริการห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลแห่งแรก ที่เมืองหังโจว ในเดือน เม.ย. นี้ และปี 2554 จะเปิดสาขาที่เมือง เซิ่นหยาง นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายโครงการอยู่ระหว่างเซ็นสัญญา คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ 3-4 แห่ง โดยแต่ละแห่งใช้งบลงทุน 500-600 ล้านบาท รวมส่วนของซีอาร์ซีมียอดลงทุนในจีนปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนกลุ่มซีพีเอ็นคาดว่าจะเข้าดำเนินการลงทุนในจีนได้ในเร็วๆ นี้เช่นกัน
เตรียมส่งไม้ต่อรุ่นใหม่บริหารงาน

ส่วนการบริหารองค์กร ช่วงปลายปีที่ผ่านมา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด ได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้ธุรกิจมีการเติบโตก้าวทันโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารใหม่ เรียกว่า CEO Management Bord (CMB) ทำหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจหลักทั้ง 5 ด้วยการผลักดันคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และเป็นผู้บริหารสูงสุดจากกลุ่มธุรกิจหลักๆ เข้ามาร่วมบริหารธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล ภายใต้การกำกับการบริหารของคณะกรรมการ ที่เรียกว่า Supervisory Board (SB)

ทั้งนี้ คณะกรรมการ CMB ส่วนใหญ่มาจากตระกูลจิราธิวัฒน์รุ่น 3 ได้แก่ นายทศ จิราธิวัฒน์ ซีอีโอ รับผิดชอบกลุ่มธุรกิจค้าปลีก-ซีอาร์ซี นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ ซีอีโอ รับผิดชอบกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์-ซีพีเอ็น นายพิชัย จิราธิวัฒน์ ซีอีโอ รับผิดชอบ กลุ่มธุรกิจค้าส่ง-ซีเอ็มจี นายเกิร์ด สตีป ซีอีโอ บผิดชอบกลุ่มโรงแรม-ซีเอชอาร์ นายธีระเดช จิราธิวัฒน์ ซีอีโอ รับผิดชอบกลุ่มธุรกิจอาหาร-ซีอาร์จี นายสุทธิลักษณ์ จิราธิวัฒน์ ซีอีโอ รับผิดชอบอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเซ็นทรัล (แลนด์แบงก์) และนายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ ซีอีโอ รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารการเงินของกลุ่มเซ็นทรัล โดยมีนายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร

“ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน และความจำเป็นในการขยายตัวทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลทั้งในและต่างประเทศจะต้องดำเนินการต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ เราต้องเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร” นายสุทธิธรรมกล่าว

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 17 กุมภาพันธ์ 2553