ผู้บริโภคยังไม่พร้อมจ่าย โอกาสทอง… “เฮาส์แบรนด์”


อาจจะเป็นปัจจัยที่ช่วยบ่งชี้เทรนด์ของตลาดได้ไม่มากก็น้อย สำหรับผลวิจัยของบริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี ประเทศไทย ที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า ขณะนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคชาวไทยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากระดับที่ 81 ในไตรมาสที่ 1 ปี 2552 ไปที่ 86 ในไตรมาสที่ 2 และ 94 ในไตรมาสที่ 3

แต่พบว่าผู้บริโภคชาวไทยยังไม่พร้อมที่จะจับจ่ายใช้สอย โดยผู้บริโภค 64% กล่าวว่า ช่วงนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสำหรับการ จับจ่ายใช้สอย เพิ่มจาก 60% ที่มีความคิดเห็นดังกล่าวจากการสำรวจในไตรมาสที่ 3 ของปี 2552

ทั้งนี้ เดอะ นีลเส็น คอมปะนี ให้เหตุผลว่า สาเหตุหลักมาจากคนไทยยังมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนในอนาคต และยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย และจะใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้บริษัทวิจัยยักษ์ใหญ่ยังให้ข้อมูลด้วยว่า ที่ผ่านมาผู้บริโภคชาวไทยมากถึง 85% เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยพยายามลดรายจ่ายสิ่งที่ไม่จำเป็นลง เช่น การซื้อเสื้อผ้าใหม่ ลดสิ่งบันเทิงนอกบ้าน ประหยัดค่าไฟ เลื่อนการอัพเกรดอุปกรณ์เทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ มือถือ รวมทั้งลดการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด

นี่อาจจะเป็นโอกาสและจังหวะที่ดีของสินค้าเฮาแบรนด์อีกครั้งหนึ่งอย่างยิ่งกับการเพิ่มยอดขายจากสินค้ากลุ่มนี้ให้เป็นกอบเป็นกำมากขึ้น

หลังจากตลอดปีที่ผ่านมา ค่ายค้าปลีกแทบทุกรายไม่ว่าจะเป็น เทสโก้ โลตัส, บิ๊กซี, คาร์ฟูร์, แม็คโคร, ท็อปส์, โฮมเฟรชมาร์ท, วัตสัน ที่ต่างก็หันมาเปิดเกมรุกสินค้าเฮาส์แบรนด์อย่างหนักหน่วงระลอกแล้วระลอกเล่า ด้วยการทยอยส่งสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาด การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การเปิดบูทชงชิม การดิสเพลย์ที่โดดเด่น

รวมไปถึงการสร้างความมั่นใจในเรื่องคุณภาพด้วยการระบุว่า ผู้ที่ผลิตสินค้าใหม่เป็นผู้ผลิตเดียวกับแบรนด์ที่เป็นเบอร์หนึ่งของตลาดนั้น ๆ พร้อมทั้งการการันตีความพอใจ

เป็นการฉวยโอกาสที่ผู้บริโภคระวังการจับจ่าย และความภักดีต่อแบรนด์ลดน้อยลง เนื่องจากมีปัจจัยทางเศรษฐกิจเข้ามาเป็นตัวแปร

ขณะเดียวกันจึงเป็นโอกาสที่จะสร้างการรับรู้เรื่องคุณภาพให้ลูกค้าได้ซึมซับ มากขึ้น

ต้นปีที่ผ่านมา เทสโก้ โลตัส ได้ชิงตัดหน้าค่ายอื่น ๆ ด้วยการประกาศตัวรุกตลาดเฮาส์แบรนด์ชนิดเต็มร้อย ซึ่งนอกจากการเตรียมจะทยอยเปิดตัวสินค้าใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องแล้ว ยักษ์ใหญ่ค่ายนี้ยังจะเน้นย้ำกับ ผู้บริโภคว่าเป็นสินค้าที่ใช้แหล่งผลิตเดียวกับแบรนด์ชั้นนำ คุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ชั้นนำ แต่ราคาประหยัดกว่า 10-20%

ขณะที่บิ๊กซี คาร์ฟูร์ ท็อปส์ ฯลฯ ต่างก็มีการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ ขึ้นมารองรับและกระตุ้นสินค้าเฮาส์แบรนด์ของตัวเองใน ทุก ๆ รอบ รวมทั้งทยอยส่งสินค้าใหม่ออกมาเป็นระยะ ๆ

จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของค่ายค้าปลีกต่างก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ปัจจุบันผู้บริโภคให้การยอมรับสินค้าเฮาส์แบรนด์มากขึ้น

จึงไม่แปลกนักที่หากเมื่อใครที่เดินไปจับจ่ายใช้สอยในสาขาบางแห่งแล้วจะเห็นภาพสินค้าเฮาส์แบรนด์ของค่ายนั้น ๆ ถูกจัดวางอยู่บนเชลฟ์อย่างดาษดื่นและละลานตาไปหมด มีสินค้านานาชนิดให้เลือกอย่างที่ภาษาชาวบ้านที่ว่า มีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ก็คงไม่ผิดนัก

หลังจากนี้ไปไม่นาน เชื่อว่าภาพการเปิดเกมรุกสินค้าเฮาส์แบรนด์ของค้าปลีกค่ายต่าง ๆ จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นคนในวงการค้าปลีกยังมั่นใจว่า มูลค่าตลาดรวมสินค้าเฮาส์แบรนด์ในปีนี้ น่าจะขยับไปถึง 1 หมื่นล้านบาท ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก จากปัจจุบันมีตัวเลขอยู่ 8,500 ล้านบาท

อย่างนี้เห็นทีว่าบรรดาแบรนด์ที่เป็นเจ้าตลาดคงนิ่งนอนใจไม่ได้แล้ว

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4183 ประชาชาติธุรกิจ