คาร์ฟูร์ชูธง CQLจับคนรักสุขภาพ


คาร์ฟูร์ จับมือซัพพลายเออร์ พัฒนาสินค้าแบรนด์คาร์ฟูร์ กลุ่ม CQL เอาใจลูกค้ารักสุขภาพ เผยเทรนด์กระแสเฮลท์ตี้แรง ส่งผลคนหันบริโภคสินค้ามากขึ้น ดันสินค้าสุขภาพเติบโตสูงกว่า 20% พร้อมโกยยอดขายทะลุ 200 ล้านบาท
นายแพทริค โบเนเฟ่ ผู้อำนวยการฝ่ายคัดเลือกสินค้า บริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ผู้บริหารเครือข่ายร้านค้าปลีกคาร์ฟูร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต เปิดเผยว่า บริษัทเซ็นสัญญากับบริษัทคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ เพื่อสนับสนุนการนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายในกลุ่มสินค้าวงจรคุณภาพคาร์ฟูร์ หรือ CQL (Carrefour Quality Line) เพิ่มขึ้น หลังจากที่สินค้า CQL ได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากลูกค้ารุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและเลือกบริโภคอาหารปลอดสารพิษมากขึ้น โดยพบว่าในปีที่ผ่านมากลุ่มสินค้าดังกล่าวมีอัตราการเติบโต 20% ขณะที่สินค้าทั่วไปเติบโต 5-10% เท่านั้น และปัจจุบันกลุ่มสินค้า CQL มีสัดส่วนการขายประมาณ 20% ของสินค้าทั้งหมดในคาร์ฟูร์
โดยล่าสุดบริษัทได้ซัพพลายเออร์เพิ่ม 4 ราย ในกลุ่มผลไม้ 4 ชนิด ประกอบด้วย แก้วมังกร มะละกอ สับปะรด และมะม่วงน้ำดอกไม้ จากปัจจุบันมีซัพพลายเออร์ร่วมโครงการ CQL รวม 18 ราย มีสินค้า 14 กลุ่ม 104 รายการ และมีแผนจะเพิ่มอีก 4-5 รายในปีนี้ และขยายไลน์สินค้า อาทิ ไก่ปลอดเชื้อ หัวหอม สินค้าแปรรูปต่างๆ เป็นต้น โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายปีนี้ 200 ล้านบาท
“จุดแข็งของสินค้าคือ เป็นสินค้าปลอดภัยจากการปนเปื้อนของสารเคมีตั้งแต่ขั้นตอนผลิตจนถึงมือผู้บริโภคแล้ว ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาและยกระดับผู้ผลิตหรือเกษตรกรไทยให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีขึ้น มีมาตรฐาน และราคาที่เหมาะสม”
นายโบเนเฟ่ กล่าวต่อว่า ที่ฝรั่งเศส กลุ่มสินค้า CQL ได้รับความนิยมสูงมาก โดยมีสัดส่วน 30-40% ซึ่งคาดว่าในอนาคตไทยจะเติบโตและมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน หลังจากที่ปีนี้ บริษัททำการตลาดกลุ่มนี้มากขึ้น ทั้งนี้โครงการ CQL มีการดำเนินงานในลักษณะของคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง โดย คาร์ฟูร์จะเข้าไปควบคุม ดูแลตั้งแต่เริ่มกระบวนการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค สามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนจนถึงแหล่งผลิต การให้ความรู้ทางเทคโนโลยีแก่เกษตรกรผู้ผลิตสินค้า และรับประกันความปลอดภัยผ่านเครื่องหมายสินค้าวงจรคุณภาพ
ด้านนายปรีชา เชาว์โชติช่วง ที่ปรึกษา คาร์ฟูร์ ไฮเปอร์มาร์เก็ต กล่าวว่า เชื่อว่าภาพรวมกำลังซื้อผู้บริโภคในปีนี้ดีกว่าปีที่ผ่านมา จากประมาณการตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของภาครัฐที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5-4% ประกอบกับแนวโน้มต่างๆ อาทิ คำสั่งซื้อในตลาดส่งออกที่เริ่มกลับมา ทั้งในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และรถยนต์ ซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น รวมทั้งราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้น จะทำให้ผู้บริโภคมีเงินในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,502 4-6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553