ตลาดค้าวัสดุแห่ขยายสาขา


ตลาดร้านค้าวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ปีเสือเริ่มลดดีกรีการแข่งขัน หลังเศรษฐกิจฟื้นตัว ตลาดเริ่มขยายตัว คาดเติบโตกว่า 10-15% ทุกค่ายแห่ขยายสาขาเพิ่มหวังดึงส่วนแบ่ง “บุญถาวร” เตรียมเปิดเกษตรฯ-นวมินทร์ กลางปี ด้านกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล ส่ง “ไทวัสดุ” กวาดยอด 800 ล้าน หลังโฮมเวิร์ค ได้ยอดขายปีที่ผ่านมา 2,800 ล้าน “โฮมโปร” วางเป้า 3-5 สาขาใหม่
นายชนัส ชูชาติ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท บุญถาวรเซรามิก จำกัด เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ” ถึงภาพรวมของตลาดจำหน่ายวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในปีนี้ว่า น่าจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นมาตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปีที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าเริ่มกลับมาจับจ่ายซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นแล้ว คาดว่าปีนี้ตลาดรวมจะมีการเติบโตในอัตรา 10-15% ซึ่งตลาดรวมของวัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์ตกแต่งน่าจะมีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท เฉพาะตลาดกระเบื้องและอุปกรณ์ห้องน้ำมีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท
“การแข่งขันในปีนี้อาจจะไม่รุนแรงเท่ากับปีที่ผ่านมา เพราะปีที่แล้วตลาดหดตัวลงโดยรวมประมาณ 10% ทำให้การแข่งขันด้านราคามีสูงเพื่อแย่งลูกค้าใหม่ และรักษาฐานลูกค้าเก่าของแต่ละรายไว้ ส่วนปีนี้ตลาดเริ่มขยายตัวมากขึ้น กำลังซื้อเริ่มกลับมาแล้ว แต่เชื่อว่าการแข่งขันยังคงมีอยู่เช่นเดิมแต่คงไม่รุนแรงมากเหมือนปีที่ผ่านมา”
ด้านผลประกอบการของบุญถาวรในรอบปีที่ผ่านมา ก็เป็นไปตามเป้าหมายที่เติบโต 5% หรือมีรายได้ประมาณ 7,700 ล้านบาท ส่วนในปีนี้ได้วางเป้าหมายการเติบโตไว้ 30% โดยกลยุทธ์สำคัญที่จะผลักดันให้ได้ตามเป้าหมายดังกล่าว คือ การขยายสาขาใหม่เพิ่มขึ้น โดยปีนี้จะเปิดสาขาที่ 7 ที่ถนนเกษตรฯ-นวมินทร์ ในช่วงกลางปีนี้ ขณะเดียวกันยังได้เปิดมินิโชว์รูมที่อ.หัวหิน ขนาดพื้นที่ 300-400 ตารางเมตร ก่อนที่จะขยายรูปแบบเป็นสาขาที่ 8 ต่อไป
นายชนัส กล่าวว่า บริษัทคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างสาขาเพิ่มในปีนี้อีก 2 แห่งที่หัวหินและจ.ภูเก็ต โดยจะแล้วเสร็จและเริ่มเปิดให้บริการได้ในปี 2554 ซึ่งสาขาหัวหินจะมีพื้นที่ประมาณ 20,000 ตารางเมตร ส่วนจ.ภูเก็ตจะมีขนาดพื้นที่ 50,000 ตารางเมตร ส่วนเงินลงทุนอยู่ระหว่างการประเมินการก่อสร้าง
ด้านกลุ่มเซ็นทรัล รีเทล โดยบริษัท ซีอาร์ซี เพาเวอร์ รีเทล จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจร้านค้าวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน “โฮมเวิร์ค” ล่าสุดก็เพิ่มร้านค้าวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจรแบรนด์ใหม่ “ไทวัสดุ” โดยมุ่งหวังจับตลาดทั้งกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างและกลุ่มลูกค้าทั่วไปในระดับแมส ซึ่งได้มีการเปิดสาขาแห่งแรกขึ้นที่สาขาบางบัวทอง ด้วยงบประมาณการลงทุน 800 ล้านบาท ใช้พื้นที่ทั้งหมด 30 ไร่ มีพื้นที่ขาย 30,000 ตารางเมตร
โดยนายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี เพาเวอร์ รีเทล จำกัด กล่าวว่า คอนเซ็ปต์ของร้านไทวัสดุ จะเป็นศูนย์กลางของวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร ซึ่งชูจุดเด่นที่ครบวงจรและราคาถูกกว่าคู่แข่งในตลาดแต่ละทำเล และเป็นสินค้าที่ตอบสนองกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ และยังจับกลุ่มเป้าหมายของผู้รับเหมาและร้านค้าช่วงด้วย
“ร้านไทวัสดุมีสินค้ามากกว่าคู่แข่งถึง 2 เท่า ซึ่งเราจับลูกค้าส่วนใหญ่ ร้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโฮมโปร ซีเมนต์ไทยโฮมมาร์ท จึงไม่ได้เป็นคู่แข่งของเรา และของเรายังมีสินค้าอื่นๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ด้านราคาเราถูกกว่า เช่น เหล็ก ราคาถูกกว่าประมาณ 1-2% ซึ่งภายใน 6 เดือนคงจะประเมินผลยอดขายจากสาขาแรกก่อน หากประสบผลสำเร็จตามเป้าหมายยอดขายเดือนละ 80 ล้านบาท ก็จะมีการขยายสาขาต่อไป”
ด้านความสามารถการขยายสาขาของไทวัสดุ สามารถขยายได้ปีละ 4-6 สาขา ซึ่งปัจจุบันบริษัทก็เตรียมที่ดินไว้แล้ว 4 แปลง สำหรับการขยายสาขาเพิ่ม โดยเป้าหมายระยะ 10 ปี บริษัทคงจะขยายสาขาครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ บางจังหวัดอาจจะมีสาขาได้ 2-4 แห่งด้วย ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้งบลงทุนราว 3,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อขยายสาขาละ 800 ล้านบาท โดยรูปแบบร้านจะใช้ที่ดิน 30 ไร่ สำหรับพื้นที่ขาย 30,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นโซนค้าปลีก 60% โซนช่างรับเหมา 30% ที่เหลือเป็นโซนเครื่องใช้ไฟฟ้าของเพาเวอร์บาย
นายสุทธิสาร กล่าวอีกว่า ผลประกอบการในปีที่ผ่านมาบริษัททำยอดขายได้ 2,800 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าจะทำยอดขายได้ 3,800 ล้านบาท เป็นยอดขายจากร้านไทวัสดุ 800 ล้านบาท ส่วนภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างปีนี้คาดว่าราคาสินค้าอยู่ในช่วงขาขึ้นในทิศทางเดียวกับน้ำมัน แต่ตลาดรวมมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น จากภาพรวมอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มส่งสัญญาณบวกและงบประมาณไทยเข้มแข็งที่จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมการก่อสร้างต่อเนื่องถึงตลาดวัสดุด้วย
ส่วนร้านวัสดุและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านโฮมโปร ในปีนี้ก็มีแผนการขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีก 3-5 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่จะขยายสาขาออกไปต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันมีอยู่แล้ว 35 สาขา แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 17 สาขา และสาขาในต่างจังหวัด 18 แห่ง ซึ่งการขยายสาขาถือเป็นกลยุทธ์การสร้างการเติบโตด้านยอดขายในช่วงที่ผ่านมาด้วย โดยปีที่ผ่านมาได้วางแผนไว้ว่า ปีนี้จะมีการขยายสาขาที่มีไซซ์เล็กลงมาด้วย ในจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจรองลงมา อาทิเช่น จันทบุรี เชียงราย หรือหนองคาย แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่าจะขยายสาขาในรูปแบบและจังหวัดใด

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,501 31 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553