พรีเมี่ยมเอาท์เล็ททุ่มงบฯผุดสาขา ยึดทำเลทองดักนักท่องเที่ยว”อุดรฯ-บางปะอิน”


“เอาท์เล็ทมอลล์” ควักกระเป๋า 500 ล้าน เตรียมเปิดสาขาอุดรธานี มั่นใจตลาดมีศักยภาพ พร้อมเล็งผุดสาขาใหม่บางปะอิน ดักนักท่องเที่ยวทุกสารทิศ มั่นใจสิ้นปีโกยรายได้กว่า 2 พันล้าน เผยยอดขายปี 2552 สวนกระแสโต 12% ผลพวงจากคนไทยแห่เที่ยวในประเทศ

นายพิเชฐ พงพิทักษ์เมธา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอาท์เล็ทมอลล์ จำกัด ผู้บริหาร พรีเมี่ยม เอาท์เล็ท กล่าวว่า ปีที่แล้วแม้ว่าภาวะเศรษฐกิจจะมีความผันผวน แต่บริษัทมีรายได้รวมกว่า 1,800 ล้านบาท หรือเติบโต 12% จากปี 2552 จากปกติโตเฉลี่ย 8-10% โดยเฉพาะสาขาเขาใหญ่ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการท่องเที่ยวที่โตถึง 18% และส่วนหนึ่งมาจากคนไทยหันมาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ สาขาอื่น ๆ ที่อยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็มีตัวเลขที่น่าพอใจ ทั้งพัทยา ชะอำ กระบี่ และภูเก็ต

ประกอบกับที่ผ่านมาได้มีการเพิ่มเติมแบรนด์ใหม่ ๆ และปรับปรุงสาขาต่าง ๆ อาทิ ขยายพื้นที่สาขาชะอำอีก 4,000 ตร.ม. ปรับพื้นที่จัดทำเมกะสโตร์แบรนด์อาดิดาส เพิ่มพื้นที่จาก 200 ตร.ม.เป็น 500 ตร.ม. และอยู่ระหว่างเจรจากับไนกี้และแบรนด์อื่น ๆ ด้วย เป็นต้น รวมทั้งกลยุทธ์ทางการตลาดที่เน้นคอนเซ็ปต์ยิ่งช็อปยิ่งคุ้ม อาทิ โปรโมชั่นส่วนลดแคมเปญแลกของพรีเมี่ยม แคมเปญแลกซื้อแบรนด์เนมในราคาถูกกว่าตลาด

สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจปีนี้ นายพิเชฐกล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 3 บริษัทเตรียมจะเปิดตัวพรีเมี่ยม เอาท์เล็ท สาขา 6 ที่อุดรธานี บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ มีพื้นที่ขายรวมทั้งสิ้น 15,000 ตร.ม. ด้วยงบฯลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ปัจจุบันมีการจองพื้นที่แล้ว 70% นอกจากนี้ยังมีแผนเชื่อมต่อพื้นที่กับ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ที่ตั้งอยู่ติดกันด้วย พร้อมกันนี้ยังมีแผนจะเปิดสาขาที่บางปะอิน ซึ่งมีที่ดินอยู่แล้ว คาดว่าเริ่มได้ภายใน ปี 2554-2555

นายพิเชฐย้ำด้วยว่า อุดรธานีถือเป็นสาขาที่มีศักยภาพค่อนข้างสูง นอกจากในแง่ของทำเลที่ตั้งตั้งอยู่ถนนสายเศรษฐกิจ และอยู่ระหว่างแยกขอนแก่นและหนองคาย และบนถนนเส้นนี้นอกจากอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์แล้ว ยังมีโฮมโปร คาร์ฟูร์ บิ๊กซี โลตัส และถือเป็นศูนย์กลางของอีสานตอนบน มีพื้นที่ติดกับจังหวัดต่าง ๆ อาทิ หนองคาย สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น หนองบัวลำภู และเลย และมีประชากรเกือบ 1,600,000 คน เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อและมีรายได้ค่อนข้างสูง และมีนักท่องเที่ยว 2 ล้านคนต่อปี รวมทั้งคนจากประเทศลาวที่สามารถเข้ามาจับจ่ายได้โดยสะดวก

“ที่อุดรธานีเราจะวางคอนเซ็ปต์ให้แตกต่างจากสาขาเดิม ๆ ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกผสมกลิ่นอายตะวันออก และลวดลายตกแต่งแบบอีสาน นอกจากนี้ยังมีความต่างจากสาขาอื่น อาทิ มีอาคาร 2 ชั้น บันไดเลื่อน ลิฟต์แก้ว คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี”

นายพิเชฐกล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับการนำสินค้าต่าง ๆ เข้ามาจำหน่าย กลยุทธ์ทางการตลาด หลัก ๆ จะเน้นการสร้างความโดดเด่นให้สินค้าด้วยการคัดเลือกแบรนด์และโปรดักต์มิกซ์ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายในแต่ละทำเล รวมถึงการเพิ่มสินค้าแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาจำหน่าย เพิ่ม ขณะเดียวกันก็จะมีกิจกรรมทางการตลาดมากระตุ้นด้วย และคาดว่าจากการทำการตลาดและขยายสาขาใหม่ทำให้ สิ้นปีเติบโต 20% หรือมีรายได้เกิน 2,100 ล้านบาท

วันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4177 ประชาชาติธุรกิจ