ปิดลาดพร้าว “รอ” ก้าวกระโดด ร้านค้า (แอบ) หวั่น “พื้นที่” หลุดมือ


บรรดาแฟนคลับไม่ต้องคาดเดากันแล้วว่า การปรับโฉม “เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว” จะออกมาในรูปแบบไหนกันแน่ หลัง “เซ็นทรัลพัฒนา” ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ถึงแผนปรับปรุงอาคารภายในและภายนอกในรูปแบบปิดรวดเดียว 6 เดือน ให้ทันสมัยเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าและผู้มาใช้บริการ รวมทั้งช่วยเสริมรายได้ศูนย์ในระยะยาว ด้วยงบฯก้อนโต 2.1 พันล้านบาท เริ่มดีเดย์ปลายเดือนเมษายนจนถึงปลายเดือนตุลาคม

รายงานข่าวจากซีพีเอ็นเล่าว่า หลังจากบริษัทได้มีการประชุมผู้เช่าในช่วงเช้าและได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯในช่วงเย็น ๆ วันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ขั้นตอนต่อจากนี้จะเริ่มเจรจากับผู้เช่าเพื่อวางแผนงานร่วมกัน ทั้งในเรื่องโอเปอเรชั่นรวมถึงมาร์เก็ตติ้งแพลน

“อาจเป็นการเซลครั้งใหญ่ช่วงก่อนปิดห้าง แต่ยังไม่สรุปว่าจะเป็นช่วงไหน ส่วนเรื่องการชดเชยหรือช่วยเหลือร้านค้าก็คงต้องมีการคุยกันอีกรอบหนึ่ง เช่นเดียวกับโมเดลใหม่ยังอยู่ระหว่างการปรับปรุง”

และพลันที่ทาง “ซีพีเอ็น” แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ นักวิเคราะห์ “บล.โกลเบล็ก” คาดว่ารายได้ปี 2553 ของสาขาลาดพร้าว น่าจะหายไปประมาณ 1 พันล้านบาท สอดคล้องกับ “บล.บัวหลวง” ที่ชี้ว่า แม้กำไรปี 2553 จะลดลง 8% แต่พอขึ้นปี 2554 กำไรจะดีดตัวกลับขึ้นมา 5% จากอัตรา ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นหลังปิดปรับปรุงแล้วเสร็จและส่งผลดีเยี่ยมในระยะยาว

อย่างไรก็ตามรูปแบบการปิดปรับปรุงแบบรวดเดียว 6 เดือน ดูเหมือนจะส่งผลกระทบไม่น้อยต่อร้านค้าผู้เช่า เพราะต้องยอมรับว่า เซ็นทรัลสาขาลาดพร้าวสร้างยอดขายติดอันดับต้น ๆ ให้ทั้งกลุ่มเซ็นทรัลเองและแบรนด์สินค้าต่าง ๆ

การปรับตัวเพื่อรับมือยอดขายที่จะหดตัวไปในช่วง 6 เดือนแรก รวมไปถึงกลยุทธ์การดึงกลุ่มลูกค้าเดิมให้เหนียวแน่นต่อเนื่องจึงต้องงัดออกมาในทุกรูปแบบ

ผู้บริหารสาว “เครื่องสำอาง” แบรนด์ดังระดับโลกกล่าวว่า “ลาดพร้าว” ถือเป็นสาขาที่ยอดขายเครื่องสำอางสูงติด 1-2 เมื่อเทียบกับสาขาอื่น ๆ ในเกือบทุกแบรนด์อยู่แล้ว การปิดห้าง 6 เดือนย่อมส่งผลกระทบเรื่องยอดขายแน่ หลังจากได้รับแจ้งว่า จะมีการปิดทางแบรนด์ก็ต้องเร่งวางแผนการตลาดเพื่อรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ โดยเฉพาะทาร์เก็ต วี.ไอ.พี.ที่ต้องมัดใจให้อยู่กับแบรนด์เราต่อให้ได้ควบคู่ไปกับขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ

“เบื้องต้นจะแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าและ พยายามดึงให้ลูกค้าไปใช้บริการที่สาขาอื่น แต่ก็ยอมรับว่า เป็นเรื่องยาก เพราะสาขาย่านใจกลางเมืองก็อยู่ไกลเกินไป ส่วนจะให้ไปเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ที่เพิ่งเปิดใหม่ก็ยังคงไม่สามารถสร้างยอดทดแทนสาขาลาดพร้าวได้ ซึ่งแจ้งวัฒนะยังต้องใช้เวลาดึงทราฟฟิกอีกสักระยะ เชื่อว่าการรีโนเวตครั้งนี้จะส่งผลดีในระยะยาว ช่วยสร้างความตื่นเต้นและเรียกลูกค้าได้มากในอนาคต”

สอดคล้องกับมุมมองสินค้าแฟชั่นชี้ว่า โพซิชันนิ่งใหม่ของกลุ่มสินค้าแฟชั่นของลาดพร้าวหลังรีโนเวตเสร็จจะยกระดับสู่ห้างไฮ-แฟชั่นเทียบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์และชิดลม ซึ่งศูนย์จะใช้เวลาพิจารณาเรื่องเงื่อนไขและข้อตกลงในสินค้าแฟชั่นมากเป็นพิเศษ เพื่อเลือกสรรแบรนด์ที่ตรงกับภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งนอกเหนือจากแบรนด์ที่มีอยู่เดิมแล้วนั้น ศูนย์ได้เจรจากับแบรนด์แฟชั่นใหม่ด้วย

ผู้บริหารระดับสูงแบรนด์แฟชั่นรายนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เซ็นทรัล ลาดพร้าวมีค่าเช่าแพงที่สุดหลังรีโนเวตอาจมีการปรับค่าเช่าเพิ่ม เพราะเป็นห้างที่ดึงทราฟฟิกได้มากจึงมีสินค‰าหลายรายที่รอจองพื้นที่ตลอด

“ซัพพลายเออร์ที่มีหลายสาขาอาจได้รับผลกระทบบ้างแต่คงไม่มากเท่าแบรนด์ที่มีสาขาน้อยหรือมีสาขาเดียว และเราเตรียมแผนกระตุ้นให้ลูกค้าไปเดินสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ บางกะปิ หรือแจ้งวัฒนะแทน”

“ศศิวีณ์ ซื่อตรง” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มารีฟรานซ์ บอดี้ไลน์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้บริษัทได้เตรียมแผนด้วยการโอนลูกค้าสาขาลาดพร้าวให้ไปใช้บริการสาขาอื่นแทนล่วงหน้าแล้ว เช่น ฟิวเจอร์ พาร์ค เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ และเอ็มโพเรียม ส่วนพนักงานก็จะกระจายไปตามสาขาอื่น ๆ เพราะห้างเคยแจ้งไว้ก่อนแล้วว่า อาจจะต้องปิดรีโนเวต จึงไม่น่าจะได้รับผลกระทบมาก

“ไพศาล อ่าวสถาพร” ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการภัตตาคารและร้านอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)ิ มองว่า ยอดขายทั้งปีอาจกระทบบ้างเพราะเป็นสาขาที่อันดับต้น ๆ ของร้าน แต่คาดว่าโฉมใหม่ของห้างใหม่จะช่วยการเติบโตที่มากยิ่งขึ้นในอนาคต เนื่องจากได้ขนาดพื้นที่ของร้านชาบูชิที่มากขึ้น และโออิชิ ราเมนในคอนเซ็ปต์ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นการลงทุนด้วยงบฯ 12 ล้านบาท และ 5 ล้านบาทต่อสาขา เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบใหม่ของศูนย์ที่เน้นความโปร่ง โล่ง ดูสะอาดตา และดีไซน์ใหม่ที่สวยงาม ส่วนร้านเบเกอรี่ อิน แอนด์ เอ้าท์ นั้นกำลังอยู่ในช่วงของการพิจารณาพื้นที่ร่วมกับศูนย์

“เราได้เปิดร้านชาบูชิและราเมนสาขาใหม่ที่ยูเนี่ยนมอลล์ เป็นการรองรับดีมานด์ของกลุ่มลูกค้าในย่านนี้ เชื่อว่าลูกค้าลาดพร้าวเดิมบางส่วนน่าจะไหลไปที่ยูเนี่ยนและอีกส่วนก็ไปในศูนย์การค้าอื่น ๆ แทน ซึ่งโออิชิมีครอบคลุมทุกพื้นที่”

รายงานข่าวจากร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เข้าไปเช่าพื้นที่ในศูนย์กล่าวว่า ลาดพร้าวเป็นสาขาที่ทำยอดขายให้ร้านติด 1 ใน 3 ของรายได้รวม จะส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะลูกค้าเดิมให้ไปใช้บริการในสาขาที่ใกล้เคียง ส่วนพนักงานนั้นจะโยกกระจายไปอยู่ตามสาขาอื่น ๆ โดยร้านเตรียมเข้าร่วมแคมเปญเคลียแลนช์ส่งท้ายก่อนปิดร่วมกับศูนย์ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างมาก นอกจากช่วยเร่งยอดขายแล้วยังระบายสินค้าในร้าน ไม่ต้องเสียค่าขนส่งย้ายสินค้า

ก่อนหน้านี้ “สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสเอฟ ซีเนม่า ซิตี้ จำกัด ชี้ว่า ได้เตรียมแผนรองรับด้วยการทำเซอร์เวย์พฤติกรรมการดูหนังของกลุ่มลูกค้า พบว่าไลฟ์สไตล์การดูหนังใกล้เคียงกับทาร์เก็ตเซ็นทรัลเวิลด์ ดังนั้นบริษัทจะสื่อสารในรูปแบบไดเร็กต์เมล์ส่งตรงถึงลูกค้าเพื่อแจ้งสิทธิพิเศษต่าง ๆ ที่จะได้รับ หากลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บริการที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ และแจ้งวัฒนะระหว่างนี้เพื่อเป็นการรักษาฐานไว้

ทั้งนี้สาขาลาดพร้าวนั้นถือว่าทำรายได้ติดอันดับ 1 ใน 3 และยอมรับว่า การปิดศูนย์ในครั้งนี้จะทำให้รายได้ในช่วงนั้นหายไป แต่เชื่อว่าหลังจากปรับเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตัวเลขคนดูหนังน่าจะเพิ่มมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาแน่นอน และไม่กระทบตัวเลขรายได้รวมของบริษัทในปีหน้า เนื่องจากปีนี้บริษัทได้เปิดสาขาใหม่ถึง 4-5 สาขา

วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4176 ประชาชาติธุรกิจ