ซี.พี.ชูธง”แฟรนไชส์”จิ๊กซอว์รุกธุรกิจ เซเว่น-เชสเตอร์กริลล์ลดเงื่อนไขล่อ


กลุ่มธุรกิจค้าปลีก ซี.พี. ชักแถวชู “แฟรนไชส์” ขยายสาขา “เซเว่นอีเลฟเว่น-เชสเตอร์ กริลล์” พร้อมใจลดเงื่อนไขจูงใจแฟรนไชซี พร้อมมุ่งหน้าออกต่างจังหวัด ส่วน “ห้าดาว” เปิดแฟรนไชส์ข้าวมันไก่ แค่ 2 หมื่นเป็นเถ้าแก่ได้ ขณะที่ “ซีพีเฟรชมาร์ท” เล็งชิมลางเฟ้นสาขาทำกำไรขายแฟรนไชส์นำร่อง

นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวก เซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า ปัจจุบันเซเว่นฯมีสาขาในประเทศไทยมากกว่า 5,270 สาขา เป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา ตั้งเป้าจะเพิ่มให้ครบ 7,000 สาขาภายใน 4 ปีจากนี้ โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของซีพี ออลล์ คือ การขยายสาขารูปแบบแฟรนไชส์ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 47-50% บริษัทจะพยายามเพิ่มสัดส่วนแฟรนไชส์ให้ได้ปีละ 3% จนครบ 80%

เหตุผลที่ต้องเร่งขยายแฟรนไชส์เพิ่ม ดังกล่าว ส่วนหนึ่งเพราะธุรกิจค้าปลีกเป็นตลาดใหญ่ การให้แต่ละสาขาบริหารจัด การกันเองจะทำให้เกิดประสิทธิภาพมากกว่าการบริหารงานจากส่วนกลาง

“ข้อดีของการมุ่งขยายแฟรนไชส์ หลัก ๆ ทำให้การทำงานของบริษัทคล่องตัวขึ้น เพราะแฟรนไชซีจะเป็นผู้บริหารจัดการร้านแทนบริษัท ขณะเดียวกัน บริษัทจะสามารถให้เวลากับการสร้างประสิทธิภาพด้านยอดขายและกำไรต่อสาขาได้อย่างเต็มที่”

และเพื่อดึงดูดนักธุรกิจหน้าใหม่ ปีที่แล้วเซเว่นฯได้ปรับเงื่อนไขการซื้อแฟรนไชส์ให้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนไทป์บี ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุด แฟรนไชซีใช้เงินลงทุนก้อนแรก 1.5 ล้านบาท 10 ปีต่อมาบริษัทจะคืนให้ 1 ล้านบาท และบริษัทยังการันตีกำไรเดือนแรก 30,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้เซเว่นอีเลฟเว่นได้ให้ความสำคัญกับการเดินสายสัมมนาให้ความรู้กับร้านค้าและผู้ประกอบการรายย่อยในต่างจังหวัด พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงการปรับตัวรวมถึงประโยชน์ของการเป็นแฟรนไชส์

พร้อมกันนี้เซเว่นอีเลฟเว่นยังยื่นมือให้ความช่วยเหลือร้านค้ารายย่อยที่ต้องการจะเป็นแฟรนไชส์ด้วยการดึงสถาบันการเงินเข้ามาร่วมปล่อยกู้ โดยใช้สัญญาที่ร้านค้าปลีกดังกล่าวเซ็นกับบริษัทเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างหนึ่ง

ขณะที่นายอมร อำไพรุ่งเรือง ผู้จัดการสำนักพัฒนาธุรกิจ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด ผู้บริหารร้านฟาสต์ฟู้ด เชสเตอร์ กริลล์ กล่าวว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายแฟรนไชส์มากขึ้น โดยจะออกแบบการลงทุนรูปแบบแฟรนไชส์ให้คล่องตัวกว่าเดิม วางแผนจะปรับเงินลงทุนเหลือ 2-3 ล้านบาท จากเดิม 3-5 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารายละเอียด เพื่อขยายแฟรนไชซีใหม่ ๆ ในกลุ่มนักลงทุนต่างจังหวัด โดยเฉพาะตามปั๊มน้ำมัน ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่สูงมาก และสามารถคืนทุนได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับสาขาในห้าง ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนเกือบ 5 ล้านบาท ปัจจุบันเชสเตอร์ กริลล์ มีทั้งหมด 150 สาขา เป็นแฟรนไชส์ 90 สาขา บริษัทลงทุนเอง 60 สาขา โดยปีที่แล้วเปิดสาขาแฟรนไชส์ไป 20 สาขา และบริษัทลงทุนเองเพียง 1 สาขา

“สาเหตุที่เราให้ความสำคัญกับแฟรนไชส์ เพราะเชสเตอร์ กริลล์ เริ่มเป็นแบรนด์ที่แมสมากขึ้น ประกอบกับพื้นที่ในกรุงเทพฯเริ่มมีจำกัด แม้จะมีผู้ติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์เป็นจำนวนมากก็ตาม แต่บริษัทอยากขยายตลาดไปต่างจังหวัดมากกว่า เริ่มจากหัวเมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ ชลบุรี ขอนแก่น ฯลฯ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพ สามารถเปิดร้านได้มากกว่า 1 สาขาในจังหวัด วางแผนว่าในอนาคตจะเปิดเป็นร้านแฟรนไชส์ 100%”

ด้านความเคลื่อนไหวของรีเทลฟู้ดสโตร์ ซีพีเฟรชมาร์ท ในเครือ ซี.พี. นายจักร์ชัย นุชประยูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี เทรดดิ้ง จำกัด ผู้รับผิดชอบร้านซีพีเฟรชมาร์ท กล่าวว่า สำหรับซีพีเฟรชมาร์ท บริษัทมีแนวคิดที่จะเปิดเป็นแฟรนไชส์เช่นกัน แต่ปัจจุบันยังติดในเรื่องของโลจิสติกส์ เนื่องจากสินค้าหลักเป็น frozen meal ที่จะต้องมีการเก็บรักษาในอุณหภูมิ -18 องศาเซลเซียส และมีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง และต่างจากระบบของร้านสะดวกซื้อทั่วไป หากแก้ตรงนี้ได้ แฟนไชซีออกแน่นอน

“ปีนี้อาจจะเริ่มแฟรนไชส์ด้วยการเลือกสาขาที่ประสบความสำเร็จและมีกำไรออกมาให้ผู้ที่สนใจจะเป็นแฟรนไชซีก่อนใน เบื้องต้น ส่วนสโตร์ที่ไม่สำเร็จเราไม่ให้แฟรนไชส์เข้ามา เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของบริษัทต้องดูแล ไม่ใช่ให้แฟรนไชซีเสี่ยงกับภาวะขาดทุน”

ล่าสุด ไก่ย่างห้าดาวก็ได้เปิดตัวแฟรนไชส์ “ข้าวมันไก่ห้าดาว” ที่เน้นจับกลุ่มคนที่ต้องการมีอาชีพและใช้งบฯลงทุนไม่สูง นายสถิต สังขนฤบดี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ในเครือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า บริษัทแตกไลน์เมนูอาหารเปิดแฟรนไชส์ข้าวมันไก่ภายใต้แบรนด์ห้าดาวอย่างเป็นทางการ หลังจากได้ทดลองตลาดในปีที่ผ่านมา 30 สาขา ส่วนปีนี้ตั้งเป้าเปิดเพิ่มเป็น 140 สาขา และคาดว่าในอีก 5 ปีจะขยายเป็น 500 สาขา

เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่สนใจใน ธุรกิจข้าวมันไก่ ในลักษณะรถโมบาย มีโต๊ะบริการ 3-4 ตัว ด้วยงบฯลงทุนสาขาละประมาณ 20,000 บาท โดยมี 5 รายการอาหารให้เลือกใช้บริการ ได้แก่ ข้าวมันไก่ ข้าวมันไก่สไปซี่ ข้าวมันไก่ย่าง ข้าวมันไก่ โกลเด้นชิก และข้าวมันไก่สองสี (ไก่ต้มผสมไก่ทอด) ในราคาจานละ 27-35 บาทตามลำดับ

วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4176 ประชาชาติธุรกิจ