“เชสเตอร์กริลล์”ส่งไก่ทอดชนเคเอฟซี


“เชสเตอร์ กริลล์” ชูคอนเซ็ปต์หลากหลายสู้ศึกฟาสต์ฟู้ด ประเดิมเพิ่มไก่ทอดเป็นเมนูแรก ก่อนทยอยส่งเมนูใหม่ต่อเนื่อง หวังขยายฐานลูกค้าครอบครัว-เด็ก พร้อมเดินหน้าเปิดสาขาต่างจังหวัด ปรับลดราคาแฟรนไชส์ล่อใจเศรษฐีภูธร-เจ้าของปั๊ม ซุ่มปั้นธุรกิจอาหารเมนูเบา ๆ เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ภายในปีนี้ เผยแผนบุกต่างประเทศเริ่มเจรจาอินโดฯ ลาว เวียดนาม

นายอมร อำไพรุ่งเรือง ผู้จัดการสำนักพัฒนาธุรกิจ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด จำกัด ผู้บริหารร้านฟาสต์ฟู้ด เชสเตอร์ กริลล์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โจทย์สำคัญของปีนี้คือการลงทุนเรื่องสาขา ทั้งการขยายสาขาใหม่และการรีโนเวตสาขาเดิม โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับการขายแฟรนไชส์มากขึ้น โดยจะออกแบบการลงทุนรูปแบบแฟรนไชส์ให้คล่องตัวกว่าเดิม วางแผนจะปรับเงินลงทุนลงเหลือ 2-3 ล้านบาท จากเดิม 3-5 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาในรายละเอียด

ทั้งนี้เพื่อขยายแฟรนไชซีใหม่ ๆ ในกลุ่มนักลงทุนต่างจังหวัดที่มีเงินออม 5-10 ล้านบาท โดยเฉพาะตามปั๊มน้ำมัน ซึ่งใช้เงินลงทุนไม่สูงมากเมื่อเทียบกับสาขาในห้าง ปัจจุบันเชสเตอร์ กริลล์ มีสาขาในปั๊ม ปตท. 20 สาขา ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มอีก 10 สาขา

ปัจจุบันเชสเตอร์ กริลล์ มีทั้งหมด 150 สาขา แบ่งเป็นแฟรนไชส์ 90 สาขา บริษัทลงทุนเอง 60 สาขา ปีนี้วางแผนขยายให้ครบ 200 สาขา ลงทุนสาขาละ 3-5 ล้านบาท ขณะที่การรีโนเวตสาขาเดิมจะใช้งบฯลงทุน 40 ล้านบาท แบ่งเป็นการรีโนเวตสาขาที่บริษัทลงทุนเอง 20 ล้านบาท และสาขาแฟรนไชส์ 20 ล้านบาท เน้นรีโนเวตสาขาที่เป็นแลนด์มาร์ก เพื่อให้ร้านทันสมัยมากขึ้น เช่น สยามสแควร์

นายอมรกล่าวอีกว่าควบคู่กับแนวทาง ดังกล่าว ยังจะปรับภาพร้านฟาสต์ฟู้ดที่มีเมนูเด่นเป็นไก่ย่างให้เป็นร้านที่มีเมนูหลากหลาย เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายที่เป็นครอบครัวและกลุ่มเด็ก จากเดิมมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นวัยเริ่มทำงาน หลัก ๆ จะปรับแนวทางการสื่อสารทั้งโฆษณาและกิจกรรม ตลอดจนการเพิ่มเมนูสำหรับเด็ก

ที่ผ่านมาลูกค้าจะจำได้ว่าเชสเตอร์ กริลล์ มีเมนูเด่นเป็นไก่ย่าง แต่จากนี้ไปเราจะเพิ่มเมนูให้หลากหลายมากขึ้น และค่อย ๆ ลดสัดส่วนเมนูไก่ย่างลง โดยตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เชสเตอร์ กริลล์ ได้เพิ่มเมนูไก่ทอดใน 40 สาขา วางแผนขายไก่ทอดให้ครบทุกสาขาภายในเดือนเมษายน และจะเพิ่มเมนูใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ในร้าน ได้แก่ การบริการของพนักงาน การตกแต่งด้วยสีสัน เพลง อุณหภูมิ ฯลฯ

“1-2 ปีมานี้ ตลาดฟาสต์ฟู้ดไม่เน้นแข่งกันที่ราคา แต่จะแข่งกันที่การออกสินค้าใหม่ ส่วนใหญ่ไม่เน้นที่ความหลากหลาย เราจึงเห็นเป็นโอกาสที่จะสร้างคอนเซ็ปต์นี้เพื่อจับลูกค้ากลุ่มที่กว้างขึ้น ตอบสนองความต้องการของทุกคนในครอบครัว”

นายอมรกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้บริษัทกำลังศึกษาธุรกิจใหม่ในกลุ่มอาหารที่เมนูไม่หนักมาก โดยอาจใช้แบรนด์ใหม่แยกจากเชสเตอร์ กริลล์ คาดว่าจะได้เห็นภายในปีนี้ ขณะที่ธุรกิจร้านกาแฟที่ชื่อว่าเชสเตอร์ คาเฟ่ ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายไม่ถึง 5% จะหยุดการขยายสาขาใหม่เพิ่มเพราะเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันรุนแรง ส่วนสาขาเดิมที่เปิดให้บริการอยู่แล้วก็จะยังให้บริการต่อไป

ด้านการขยายตลาดต่างประเทศ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับประเทศอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย ลาว และเวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะเริ่มธุรกิจในต่างประเทศได้ เมื่อใด สำหรับยอดขายปีที่แล้วอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนเป็นเลข 2 หลัก และตั้งเป้าว่าตลอดทั้งปีจะมีการเติบโตมากขึ้นพอสมควร

วันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4175 ประชาชาติธุรกิจ