ทายาทรุ่น 2 “สวนสยาม” ปั้น “สยามพาร์ค” เทียบชั้นอินเตอร์ฯ


ถึงวันนี้ถือได้ว่าสวนน้ำและสวนสนุกของคนกรุงเทพฯอย่าง “สวนสยาม” ได้ก้าวผ่านช่วงล้มลุกคลุกคลานได้อย่างถาวรแล้ว หลังจากปลุกปั้นมาค่อนชีวิตของนักสู้ชื่อ “ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ”

ปีนี้ “สวนสยาม” ได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่ พร้อมส่งไม้ต่อให้ “รุ่นลูก” บริหารงานทั้งหมดแล้ว

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ” กรรมการผู้จัดการ ลูกชายคนรองของ “ไชยวัฒน์” ผู้สร้างตำนานสวนสยาม ถึงแนวทางในการบริหารจัดการ “สวนสยาม” หรือในชื่อใหม่ว่า “สยามพาร์ค ซิตี้” สำหรับปีนี้

“วุฒิชัย” บอกว่า แผนการทำธุรกิจหลัก ๆ จะยังคงเดินหน้าลงทุนติดตั้งเครื่องเล่นใหม่ที่เหลือจากแผนการลงทุน

ไปหลายพันล้านบาท ตั้งแต่เมื่อ 2-3 ปีก่อนที่ได้ติดตั้งไปแล้วประมาณ 11 ตัว และเหลืออีก 5 ตัว คาดว่าจะทยอยติดตั้งได้แล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ทั้งหมดราวปีหน้า

หลังจากที่ติดตั้งเครื่องเล่นได้ครบทั้งหมดแล้วจะทำให้ “สยามพาร์ค ซิตี้” มีเครื่องเล่นรวมทั้งหมดกว่า 30 ตัว ในจำนวนนี้เป็นเครื่องเล่นระดับโลกกว่า 10 ตัว ไม่ว่าจะเป็นไจแอนต์ ดร็อป ยักษ์ตกตึกดิ่งพสุธา ความสูง 75 เมตร, ไซแอม ทาวเวอร์ หอคอยชมวิวลอยฟ้า 100 เมตร, บูมเมอแรง รถไฟเหาะตีลังกาถอยหลังซึ่งได‰รับยอดนิยมของสวนสนุกทั่วโลก, ซุปเปอร์เกลียวมหาสนุก รถไฟฟ้าเหาะตีลังกาเกลียวสว่านที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีเพียง 2 ตัวในโลก คือ เมืองไทยและจีน และเครื่องเล่นสุดหวาดเสียวอย่าง Vortex เป็นต้น

และในเดือนมีนาคมนี้ “สยามพาร์ค ซิตี้” ยังมีแผนเปิดตัว “ร็อค ฟูม” เครื่องเล่นใหม่ระดับโลกจากเยอรมนี ที่มีความสูงถึง 25 เมตร อีกตัวหนึ่งสำหรับรับตลาดในช่วงปิดเทอมใหญ่ด้วย ซึ่งจะเป็นเครื่องเล่นใหม่ที่จะเข้ามาแทนล่องแก่งมหาสนุกที่ได้ปิดตัวไปก่อนหน้านี้

“วุฒิชัย” บอกด้วยว่า มั่นใจว่าหลังติดตั้งเครื่องเล่นตามแผนการลงทุนดังกล่าวครบทั้งหมดจะตอกย้ำภาพลักษณ์ของ “สยามพาร์ค ซิตี้” กับความเป็น “สวนสนุก” เต็มรูปแบบที่เทียบชั้นและแข่งขันกับนานาประเทศในระดับภูมิภาคเอเชียได้แบบไม่น้อยหน้าประเทศอื่น ๆ แน่นอน

“ผมมั่นใจว่าตอนนี้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในสยามพาร์ค ซิตี้ นั้นเริ่มสัมผัสได้ถึงคุณภาพของโปรดักต์แล้ว และเริ่มเห็นความคุ้มค่าที่เราให้แล้ว เพราะถ้าเทียบกับสวนสนุกในย่านนี้ไม่ว่าจะเป็นดีสนีย์แลนด์ที่ฮ่องกง หรือยูนิเวอร์แซล ที่สิงคโปร์มั่นใจว่าคุณภาพของเครื่องเล่นเราสู้ได้ ขณะที่ราคาค่าบริการเราถูกกว่าเป็นเท่าตัว”

“วุฒิชัย” บอกอีกว่า หลังจากติดตั้งเครื่องเล่นใหม่ครบทั้ง 16 ตัวแล้ว (ปี 2555-2556) “สยามพาร์ค ซิตี้” พร้อมจะเดินหน้าสานต่อโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ที่ได้ทำการศึกษาและเขียนโครงการไว้แล้วเมื่อหลายปีที่ผ่านมา

โดยขณะนี้ทีมบริหารชุดใหม่ก็เริ่มนำแผนงานและโครงการดังกล่าวกลับมาศึกษาและพัฒนาปรับปรุงเพื่อให้สอดรับกับการลงทุนและความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคในอีก 2 ปีข้างหน้า

เขาชี้แจงว่า โครงการ เอ็นเตอร์เทน เมนต์คอมเพล็กซ์ที่ทำการศึกษาไว้เดิมคือ โครงการ “ซิตี้วอล์ค” ซึ่งจะเป็นเอ็นเตอร์ เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสยามพาร์ค ซิตี้ และมีทางเดินเชื่อมเข้าหากัน องค์ประกอบหลักคือ โรงหนัง, โบว์ลิ่ง, คาราโอเกะ, ฟิตเนสเซ็นเตอร์, ร้านอาหาร รวมถึงพื้นที่ค้าปลีกอื่น ๆ

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจังหวะ โอกาส และเวลาในการลงทุนด้วยเช่นกัน

ตอนนี้บริษัทยังศึกษารายละเอียดทั้งหมดอยู่ว่าจะทำเองหรือว่าให้ดีเวลอปเปอร์ ที่มีความเชี่ยวชาญมาช่วยพัฒนา แต่เชื่อว่าเมื่อเราเปิดตัวเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เมื่อไหร่จะทำให้ทั้งผู้ประกอบการและดีเวลอปเปอร์ทั้งหลายให้ความสนใจ เพราะพื้นที่ของเรายังเป็นโซนสีส้ม สามารถทำศูนย์การค้าได้ ขณะที่พื้นที่อื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงผังเมืองระบุให้เป็นโซนสีเขียวไม่สามารถขึ้นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ได้ จะมีศูนย์การค้าใกล้เคียงเพียงแค่ 2 ศูนย์ คือ แฟชั่นไอส์แลนด์ และเดอะมอลล์ บางกะปิเท่านั้น จึงเชื่อว่าพื้นที่ที่มีอยูˆจะได้รับความสนใจจากดีเวลอปเปอร์อย่างมาก

ทายาทสวนสยามยังมองด้วยว่า ปีนี้ธุรกิจสวนสนุกน่าจะปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น และมั่นใจว่าสำหรับ “สยามพาร์ค ซิตี้” นั้นจะสามารถดึงกลุ่มคนเข้ามาใช้บริการได้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีประมาณ 1 ล้านเศษ และเชื่อว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 ล้านคนได้ภายในปี 2554

นั่นหมายความว่า ทางเดินของ “สยามพาร์ค ซิตี้” จากนี้จะมีแต่ “ทางข้างหน้า” ที่ไม่มี “ถอยหลัง” เหมือนที่ผ่านมา !

วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4174 ประชาชาติธุรกิจ