จุฬาฯ จับมือ สสส.ร่วมพัฒนาที่ดินนำร่อง 30 ไร่บริเวณบรรทัดทอง-ศูนย์อะไหล่เชียงกง เข้าร่วมโครงการบ้านนี้มีสุข


รศ.นพ.เพิ่มยศ โกศลพันธุ์ รองอธิการบดีด้านการจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ในการพัฒนาที่ดินเกือบ 300 ไร่ที่สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาฯ ดูแลนั้นนอกจากการพัฒนาในเชิงพาณิชย์แล้ว ยังได้วางยุทธ์ศาสตร์พัฒนาโครงการเพื่อส่งเสริมสุขภาพอย่างเป็นระบบควบคู่กันไปด้วย โดยล่าสุด ได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมด้านเงินทุนบางส่วนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) การดำเนินโครงการบ้านนี้มีสุข ตามแนวคิดแม่บท Green areas และพื้นที่กิจกรรมชุมชนภายในและชุมชนโดยรอบของประชาคมมหาวิทยาลัย และในการพัฒนาพื้นที่นั้นคงค่อยเป็นค่อยไป

โดยได้เลือกพื้นที่กว่า 30 ไร่ บริเวณบรรทัดทอง-ศูนย์อะไหล่เชียงกง มาพัฒนาเป็นโครงการบ้านนี้มีสุข ต่อเนื่องหลังจากจุฬาฯ ได้ใช้เงิน 18 ล้านบาทเป็นเงินของจุฬาฯ เพื่อพัฒนาเป็นโครงการนำร่องย่านสยามสแควร์บนพื้นที่ 3 ไร่กำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 12 มกราคม 2553 นี้ ส่วนแผนการพัฒนาพื้นที่สีเขียวตามโครงการ บ้านนี้มีสุขนั้น คาดว่าจะเริ่มได้ในปี 2554-2555 หลังจากที่สัญญาเช่าสิ้นสุด พื้นที่ดังกล่าวมีผู้อยู่อาศัยทั้งหมด 400 ครอบครัวทำรายได้เข้าจุฬาประมาณ 100 ล้านบาท/ปี

เดิมพื้นที่ดังกล่าวจะพัฒนาเป็น ซียู พาร์ค ที่มีทั้งที่อยู่อาศัยและเป็นศูนย์โชว์ที่ชื่อ “ภูมิไทย เซ็นเตอร์” แต่ได้ปรับคอนเซปต์ในการพัฒนามาเป็นโครงการบ้านนี้มีสุข พร้อมกันนี้ ยังได้นำเอาที่ดินบริเวณ จุฬา ซ.9 เนื้อที่ 6 ไร่ มาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยจำนวน 1,400 ยูนิต ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบมูลค่าโครงการประมาณ 1,500-1,600 ล้านบาท อีก 3-4 เดือนน่าจะเริ่มก่อสร้างได้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ เจ้าหน้าที่จุฬา นิสิต นักศึกษา ที่ปัจจุบันมีนักศึกษาจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัยฯเพิ่มมากขึ้น โดยจะเป็นรูปแบบทั้งเช่าระยะสั้นและระยะยาว

สำหรับความคืบหน้าในการพัฒนาที่ดิน 13 ไร่ ย่านตลาดสามย่าน ตรงข้ามกับโครงการ จัตุรัส จามจุรี ที่ขณะนี้ผู้เช่าที่หมดสัญญาเช่าได้ทยอยย้ายออกเกือบหมดแล้ว คาดในปี 2553 นี้น่าจะเปิดประมูลให้เอกชนที่สนใจเข้ามาเสนอราคาพร้อมกับแผนการพัฒนาที่น่าจะเป็นคอนเซปต์มิกซ์ยูส ด้วยเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่คาดว่าไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาทจึงเข้าข่ายเปิดประมูลตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน

ส่วนโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ามวลชนรางเดี่ยว หรือโมโนเรล ที่มีแผนจะลงนามร่วมลงทุนกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ แต่ยอมรับว่าจุฬาฯ สนใจที่จะมาร่วมลงทุน เนื่องจากเป็นการดำเนินการในพื้นที่ของจุฬาฯ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะช่วยพัฒนาพื้นที่ของจุฬาฯ ให้มีประสิทธิภาพและศักยภาพมาก

โดย กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 11 มกราคม 2553