Happy Chef ลูกชิ้นปิ้ง นวัตกรรม กรณีศึกษาสินค้าใน 7-11


ลงทุน 70 ล้านบาท เพื่อใช้ในการลงทุนกับธุรกิจขายลูกชิ้นหมูปิ้ง คุณว่าสูงเกินไปหรือไม่ ?
ถ้าเป็นลูกชิ้นปิ้งรถเข็นธรรมดา ๆ ก็สูงจนโอเวอร์แน่นอน แต่ถ้าเป็นลูกชิ้นหมูปิ้งที่ขายในเซเว่นอีเลฟเว่น คำตอบคือ 70 ล้านบาทยังไม่พอ เพราะด้วยศักยภาพของช่องทางขายผ่านในเซเว่นอีเลฟเว่นที่มีอยู่กว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศนั้น ถือว่าเป็นโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจ สำหรับวิธีคิดวิธีมองของนักธุรกิจรุ่นใหม่กลุ่มนี้

มีข้อมูลที่หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้แต่น่าสนใจก็คือ ยอดขายไส้กรอกในร้านเซเว่นอีเลฟเว่นปีปีหนึ่งมียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท ไส้กรอกบิ๊กไบร์ทและอีกหลาย ๆ ชนิดที่มีราคาประมาณ 20 บาท/ชิ้น แต่สามารถทำยอดขายได้ปีละกว่า 1,000 มันไม่ธรรมดาเลย และข้อมูลนี้เองที่เป็นสาเหตุให้ เกิดธุรกิจนี้…แฮปปี้ เชฟ (Happy Chef) ลูกชิ้นหมูปิ้งอนามัย สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟที่มีขายแต่ในร้านเซเว่นฯเท่านั้น

ที่สำคัญเป็นสินค้าอาหารที่บริษัทผู้ผลิตไม่ใช่บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.)

ชัชชวี วัฒนสุข ประธานและซีอีโอ บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด กล่าวว่า แฮปปี้ เชฟ เป็นสินค้าที่บริษัทร่วมกันพัฒนากับทาง เซเว่นฯ เป้าหมายเพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ วัยทำงาน โดยกำหนดโพซิชันนิ่งก็คือ แฮปปี้ เชฟ คือทางเลือกใหม่ที่อร่อย สะอาด สะดวก หาซื้อได้เฉพาะที่ร้าน เซเว่นอีเลฟเว่นใกล้ ๆ บ้าน ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงอุ่นร้อนด้วยไมโครเวฟ 15-30 วินาทีก็รับประทานได้ทันที มีจำหน่าย 2 สูตร คือ สูตรหมูล้วนและสูตรหมูเอ็น แพ็ก 2 ไม้ ราคา 24 บาท

ลูกชิ้นหมูปิ้งตามร้านรถเข็นทั่วไป สิ่งที่ลูกค้าสัมผัสก็คือ ต้องยืนดูแม่ค้าปิ้งบนเตาถ่านหรือเตาไฟฟ้า ที่บางครั้งก็จะมีบางส่วนที่ไหม้เกรียมไปบ้าง ก็จะให้ความรู้สึกและรสชาติอร่อยแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นแฮปปี้ เชฟ ได้ปิ้งสุกพร้อมใส่ แพ็กเกจจิ้งมาจากโรงงานพร้อมรับประทาน

ซึ่งถ้ามองเพียงผิวเผินก็คือ ลูกชิ้นปิ้งธรรมดา ๆ แต่สำหรับชัชชวีเขายืนยันว่า ของเขาไม่ธรรมดา ด้วยกว่าจะมาเป็นลูกชิ้นปิ้งเสียบไม้พร้อมรับประทานอย่างที่เห็นนั้น ได้ผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน

เริ่มตั้งแต่วิธีคิดในการทำสินค้าธรรมดาให้ (ไม่) ธรรมดา

ถ้ามองเข้าไปในตลาดสดร้านริมทางเท้า หรือแม้แต่ในซูเปอร์สโตร์ทั่วไป เราจะพบว่ามีลูกชิ้นหมูนานารูปแบบวางขายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้นหมูปิ้งยี่ห้อต่าง ๆ ตรงประตูทางเข้าทางออกของห้าง หรือซุ้มลูกชิ้นยำสารพัดผัก หลากน้ำจิ้ม หรือแม้แต่เดินเข้าไปในตลาดก็พบเห็นลูกชิ้นหมูใส่ถุงวางขายเป็นกิโล ๆ รวมถึงลูกชิ้นหมูปิ้งที่เป็นรถเข็นตระเวนขายตามตรอกซอกซอย

ทั้งหมดคือปรากฏการณ์ที่สะท้อนให้เห็นว่า ลูกชิ้นหมู เป็นสินค้าที่ผู้บริโภคทุกเพศทุกวัยนิยมชมชอบรับประทานลูกชิ้นเกรดดีหน่อยก็ราคาแพง ลูกชิ้นที่ผสมแป้งมากหน่อย ก็ราคาถูก ตามคุณภาพของวัตถุดิบและช่องทางการขาย

และจากข้อเท็จจริงดังกล่าว ก็กลับมาดูว่า ในช่องทางเซเว่นอีเลฟเว่นก็พบว่า ยังไม่มีสินค้าประเภทนี้ขาย ขณะเดียวกันก็ยังพบข้อมูลอีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ สินค้าในหมวดอาหารว่าง อาหารทานเล่น อย่างไส้กรอกนั้นเป็นสินค้าขายดีมาก ปีปีหนึ่งมียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท

“เราจึงนำข้อมูลที่ได้ไปปรึกษากับทางเซเว่นฯ บอกว่าอยากจะทำ มีความเป็นไปได้หรือไม่ ซึ่งทางเซเว่นฯก็สนใจ และจัดเราเป็นสินค้าในกลุ่มร่วมกันพัฒนา ทำงานร่วมกันในด้านการพัฒนาโปรดักต์ การดูโอกาสทางการตลาด ติดตามพฤติกรรมผู้บริโภค ฯลฯ ซึ่งพอเห็นช่องทางว่าน่าจะเป็นสินค้าที่มีศักยภาพในช่องทางเซเว่นฯ บริษัทก็มาลงทุน ก่อสร้างเป็นโรงงานเพื่อผลิตลูกชิ้นหมูอย่างเป็นทางการ เฉพาะโรงงานใช้เงินลงทุนประมาณ 70 ล้านบาท เป็นค่าที่ดิน เครื่องจักร โลจิสติกส์ ฯลฯ ยังไม่รวมค่าการตลาด…โดยผมร่วมทุนกับเพื่อนไม่เกี่ยวกับ ซี.พี.”

ข้อเท็จจริงที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วไปยังไม่รู้กันอย่างแพร่หลายก็คือ สินค้าที่ขายในเซเว่นฯ ถ้าเป็นสินค้าในหมวดอาหาร ส่วนใหญ่คนจะเข้าใจว่าต้องเป็นสินค้าที่ผลิตจากบริษัทในเครือ ซี.พี.เท่านั้น แต่ข้อเท็จจริงคือ ไม่ใช่ 100% สินค้าอาหารอื่น ๆ สามารถที่จะนำเสนอเข้าไปได้ โดยผ่านช่องทางปกติ ถ้าโดนใจมีศักยภาพในการขาย ก็เสียค่าใช้จ่าย ทั้งค่าแรกเข้าและอื่น ๆ ตามอัตราที่เซเว่นฯกำหนด

“แต่ถ้าเป็นสินค้าในกลุ่มสินค้าร่วมพัฒนา ก็จะได้สิทธิพิเศษ ค่าใช้จ่ายตลอดจนค่าธรรมเนียมอื่น ๆ จะถูกกว่า…” ชัชชวีกล่าวและว่า ซึ่งค่าใช้จ่ายในการเข้าเซเว่นฯ จะว่าสำคัญก็สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ การเตรียมความพร้อมด้านสินค้าการผลิตและการตลาดให้พร้อม

สำหรับเราเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ เป็นนักการตลาด เราก็จะมองเรื่องโอกาสทางการตลาด ซึ่งเราก็มองช่องทางเซเว่น อีเลฟเว่น ว่าเป็นช่องทางลัด ถ้าสามารถผลิตสินค้าสักตัวแล้วขายผ่านเซเว่นฯได้เป็นการเปิดประตูสู่ความสำเร็จ เพราะมีช่องขายทันที 5,000 สาขาทั่วประเทศ

แต่นั่นหมายถึงว่า คุณต้องมีศักยภาพเพียงพอ ทั้งตัวโปรดักต์ที่ต้องมั่นใจว่าโดนใจผู้บริโภค ระบบการบริหารจัดการ ระบบโลจิสติกส์ ระบบมาตรฐาน เฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นสินค้าอาหาร มาตรฐานสินค้าปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ ก็ต้องมาดูที่โรงงาน… เท่ากับว่า ทุกอย่างต้องพร้อม

และเมื่อทุกอย่างพร้อมก็ต้องมาดูเรื่องการซัพพอร์ตทางการตลาด จะทำอย่างไร เมื่อส่งสินค้าเข้าขายในเซเว่นฯแล้ว ลูกค้าจะรับรู้และซื้อ

“เราก็ต้องใส่งบประมาณไปอีก 15 ล้านบาท เพื่อสร้าง Happy Chef ให้ผู้บริโภคได้รู้จัก ซึ่ง 15 ล้านบาทแค่ช่วงแรกของการแนะนำ ส่วนปีหน้ายังคงต้องใส่งบฯ เพิ่มอีก แต่ทั้งหมดผมทำบนความเชื่อมั่นว่า ต้องติดตลาดแน่นอน…” ชัชชวีกล่าวพร้อมกับให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า

Happy Chef เริ่มทดลองส่งขายใ เซเว่นฯเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ถือเป็นการทดสอบเรื่องโลจิสติกส์ ส่งเข้าดีซี จากนั้นกระจายเข้าร้านเซเว่นฯในช่วงแรกประมาณ 3,000 สาขา

เดือนธันวาคม ต่อเนื่องมกราคมปีหน้า ก็คาดว่าจะกระจายสินค้าครบ 5,000 สาขา ทั่วประเทศ ส่วนด้านการผลิตก็จะผลิตจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย จาก 100,000 ไม้ต่อเดือนเป็น 500,000 ไม้ต่อเดือน และเมื่อแผนการตลาดเราได้ผล ผู้บริโภครู้จักลูกชิ้นหมูปิ้งอนามัยเพิ่ม บริษัทก็จะแตกไลน์สู่สินค้าอื่น ๆ เพื่อใช้ศักยภาพของโรงงานให้เต็มที่ เพื่อสร้างแฮปปี้ เชฟ ให้เป็นลูกชิ้นหมูปิ้งที่ (ไม่) ธรรมดา !

วันที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2553 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์