‘โก๋แก่’ ยุค Gen Y เป็นมากกว่า ‘ถั่วมันทุกเม็ด’


การเปิดตัว Koh Shop ร้านจำหน่ายสินค้า ‘โก๋แก่’ ที่มีทั้ง ของขวัญ ของฝาก ของที่ระลึกครบวงจรภายใต้แนวคิด everytime snac ดีเดย์พร้อมเปิดรับปีใหม่ที่ดิจิตอล เกตเวย์ ก่อนขยายสาขา 2 ที่บีทีเอส ช่องนนทรี นับเป็นกลยุทธ์การตลาดปี 2010 ที่ร้อนแรง หวังส่งสินค้าใหม่ลงสนามทุกไตรมาส ควบคู่กับการอัดกิจกรรมตลาด 360 องศา

ได้เวลาแปลงโฉมธุรกิจให้มีความเข้มข้นมากขึ้น หลังจากที่บุกเบิกธุรกิจถั่วอบกรอบมากว่า 3 ทศวรรษ ล่าสุดการปล่อยให้กลุ่มตระกูลรวยเจริญทรัพย์รุ่นสองบริหารจัดการแทนรุ่นพ่อดั้งเดิม ทั้งในด้านต่างประเทศ การตลาดในประเทศ รวมถึงนโยบายการผลิตและดูแลด้านการเงิน หวังสร้างแบรนด์ที่มีอยู่ในมือให้สามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำอย่างเต็มตัวที่แท้จริงของ ‘โก๋แก่’ จึงถูกจับตามองหลังจากนี้ไปอีก 3 ปี กับการเดิมพันขอชิงตำแหน่ง King of nut

ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนักกับการเป็นเจ้าตลาด แต่การปรับตัวครั้งสำคัญหนนี้จะทำให้เป็นบันไดก้าวไปสู่เป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น สอดคล้องกับที่ กฤษดา รวยเจริญทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถั่วลิสงเคลือบกะทิโก๋แก่ บอกว่า ร้าน Koh Shop เปรียบเหมือนเป็นจุดแสดงสินค้าของโก๋แก่ทั้งหมด ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้หลากหลาย และสะดวกสบาย จำหน่ายผลิตภัณฑ์โก๋แก่ทุกประเภท รวมถึงของที่ระลึก ของขวัญ ของฝาก ในหลากรูปแบบ รวมถึงผลิตภัณฑ์โก๋แก่ที่จำหน่ายเฉพาะในต่างประเทศ

ด้วยงบลงทุนประมาณกว่า 1-2 ล้านบาทต่อสาขา จึงประเดิมเปิดให้บริการในปลายเดือนธันวาคม 2552 โดยสาขาแรกจะเปิดให้บริการที่ @ Siam Digital Gateway บนพื้นที่ประมาณ 26 ตารางเมตร ส่วนสาขาที่ 2 จะตั้งอยู่บนบีทีเอส ช่องนนทรี มีพื้นที่ประมาณ 36 ตารางเมตร จะเปิดให้บริการในต้นปีหน้า

‘Koh Shop นับเป็นศูนย์รวมสินค้าที่บ่งบอกความเป็นโก๋แก่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ everytime snac โดยจำหน่ายทั้งผลิตภัณฑ์ ของขวัญ ของที่ระลึก ในแพกเกจจิ้งต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์โก๋แก่ ที่จำหน่ายเฉพาะในต่างประเทศ ที่นี่จะเป็นเหมือนโชว์สินค้า เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบโก๋แก่ ทั้งรับประทาน สะสมเป็นของที่ระลึก และซื้อเป็นของฝากสำหรับนักท่องเที่ยว’ กฤษดา กล่าว

นอกจากการเปิด Koh Shop แล้ว ว่ากันว่าแผนการตลาดในปี’53 โก๋แก่มีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ออกวางจำหน่ายในประเภทต่างๆ เฉลี่ย 1 รายการต่อไตรมาส เพื่อสกัดกั้นคู่แข่งขันทางการตลาดโดยเฉพาะ ซึ่งที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โก๋แก่มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาแล้วออกมากว่า 10 รายการ นับว่าเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าแต่ละประเภทให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทั้งถั่วลิสงเคลือบ ถั่วเปลือย และถั่วเพื่อสุขภาพ

โดยสินค้าทั้งหมดจะผ่านช่องทางร้านค้าปลีกดั้งเดิมและร้านค้าปลีกสมัยใหม่ รวมถึงล่าสุดที่กระจายเข้าไปวางจำหน่ายผ่านทางสถานบันเทิงกลางคืน อาทิ ผับ บาร์ 10-20 แห่ง พร้อมทีมโรดโชว์เข้าไปแนะนำสินค้า ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในปีที่ผ่านมาจึงมีแผนที่จะเพิ่มร้านค้าให้มากขึ้น

ขณะเดียวกัน ภายใน 3 ปีมีการวางนโยบายมุ่งก้าวสู่การเป็น King of nut ดังนั้นจึงมีการมุ่งพัฒนาสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ถั่วให้มีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกประเภท โดยนำจุดแข็งของโก๋แก่มาต่อยอดธุรกิจทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ โดยในปีหน้าจะมีแผนงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรมต่างๆที่จะช่วยสร้างแบรนด์และภาพลักษณ์ของโก๋แก่ให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่

สำหรับผลประกอบการของโก๋แก่ในปีนี้ บริษัทมียอดขายประมาณ 1,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8-10% ต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย เนื่องจากตลาดโดยรวมของผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวหรือสแน็ก ประเภทถั่ว มีการเติบโตที่ลดลง ขณะเดียวกันในปีก่อนที่บริษัทมีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ ทำให้มีการเติบโตประมาณ 30% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงมาก สอดคล้องกับในปีหน้ามีการตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณกว่า 1,200-1,500 ล้านบาท สำหรับตลาดสแน็ก ประเภทถั่ว ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวม 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนเล็กน้อย โดยโก๋แก่ มีส่วนแบ่งตลาดประมาณร้อยละ 20

โดยปีหน้าโก๋แก่เริ่มทำเซกเมนเตชั่นชัดเจน รวมทั้งการทำตลาดของว่างที่เป็นถั่ว ซึ่งอนาคตเชื่อว่าจะครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและจะเน้นสร้างแบรนด์ให้ทันสมัย โดยเริ่มทำทีละสเตป ที่ผ่านมาเริ่มจากปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ไปเมื่อเดือนมีนาคม และเริ่มมีการเซกเมนเตชั่นสินค้าเป็นถั่วเปลือยและถั่วเคลือบ จนกระทั่งปลายปีมีการออกรสชาติวาซาบิมาลองตลาด นับว่าที่ผ่านมาโก๋แก่มีการสื่อสารแบรนด์ว่า เป็นแบรนด์สินค้าที่มีความท้าทายอยู่ในตัวไม่น้อย ‘เราอยากจะหยุดอายุโก๋แก่ไว้ที่ 25 ปี ภาพลักษณ์ของเราวันนี้ยังไม่ออกมาเท่าที่เราอยากจะให้เป็น เราต้องการเป็นรถโฟล์ครุ่นใหม่มากกว่ารถโฟล์ครุ่นเก่าที่แต่งตัวสวยงามเท่านั้น’ กฤษดา กล่าว

ว่ากันว่าอันดับ 1 ในตลาด สแน็กประเภทถั่วของโก๋แก่มีส่วนแบ่งตลาดในประเทศประมาณกว่า 80 เปอร์เซ็นต์จากมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท และกว่าร้อยละ 20 เป็นสินค้าส่งออก และยิ่งเป็นผู้นำตลาด สำหรับปีหน้าคาดว่าจะใช้งบกว่า 50 ล้านบาททุ่มเทด้านการตลาด

‘ดังมากในตลาดไต้หวัน โก๋แก่เป็นสินค้าที่ทุกคนที่มาเมืองไทยต้องซื้อแบกกลับไปเป็นลังๆ เพราะเป็นตัวแทนของรสชาติไทยๆ โก๋แก่เป็นธุรกิจเกิดจากครอบครัว ไม่มีใครเลียนแบบเราได้ เพราะเราคิดสูตรเอง และเราพัฒนาเครื่องจักรเอง เมื่อ 20 ปีก่อน มีสินค้าลอกเลียนแบบออกมากว่า 20 แบรนด์ แต่ตอนนี้หายไปจากตลาดทั้งหมด นี่เป็นการยืนยันความแข็งแกร่งธุรกิจของเราที่ตั้งมากว่า 30 ปี’ กฤษดา กล่าว

นอกจากเป้าหมายจะเป็นคิงออฟนัตแล้ว อนาคตอันใกล้ความพร้อมในการขยายไลน์ถั่วไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆกลายเป็นแผนการที่จะเข้าไปอยู่ในทุกครัวเรือนไทย

ขณะที่โก๋แก่เร่งผุดนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีถึง 3 นวัตกรรมคือ สินค้า ชื่อแบรนด์ และนวัตกรรมด้านสโลแกน ภายใต้ชื่อโก๋แก่ มันทุกเม็ด ซึ่งบอก functional value และอารมณ์ของสินค้าได้เป็นอย่างดี จึงไม่แปลกที่มีการวางเป้ายอดขายของบริษัทปีนี้จาก 1,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,200-1,500 ล้านบาทในปีหน้า ควบคู่ไปกับแผนลงทุน 50-60 ล้านบาทเพื่อเตรียมขยายกำลังผลิตปีหน้า ปัจจุบันมีการใช้ถั่วอยู่ประมาณ 20 ตันต่อวัน นอกจากนี้แล้ว ยังมีแผนส่งเสริมการปลูกถั่วซึ่งเป็นวัตถุดิบมากขึ้น ด้วยการสนับสนุนเทคโนโลยีการผลิตและการปลูก เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรลดต้นทุนการผลิตเช่นกัน

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 5 มกราคม 2553