King of Nut นวัตกรรมใหม่ที่ Koh Shop


โก๋แก่ ! ชื่อนี้เรารู้จักกันดีว่า คือถั่วลิสงเคลือบกะทิซึ่ง ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ต่างรู้จักมานานแล้ว เพราะอยู่ในตลาดมากว่า 30 ปี และถ้าพูดถึงเรื่องข้อมูลทางการตลาด “โก๋แก่” ก็คือ ลีดเดอร์ ครองมาร์เก็ตแชร์สูงสุดในกลุ่มสแน็กประเภทถั่วเคลือบ

แต่ปีหน้าโก๋แก่จะไม่อยู่แค่รูปแบบเดิมทีเห็นกันในร้านโชห่วยหรือซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปเท่านั้น แต่เราจะเห็นโก๋แก่ในรูปแบบใหม่ที่มีนวัตกรรม ทั้งในด้านตัวสินค้า แพ็กเกจจิ้ง ช่องทาง การขาย ฯลฯ เพราะแบรนด์ “โก๋แก่” จะไม่จำกัดอยู่แค่ถั่วลิสงอบกรอบเท่านั้น หากแต่โก๋แก่ จะเป็น King of Nut

กฤษฎา รวยเจริญทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายถั่วลิสงเคลือบกะทิ โก๋แก่ กล่าวว่า ปีหน้าบริษัทมีแผนที่จะสร้างตลาดและสร้าง แบรนด์โก๋แก่ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในมิติที่แตกต่างจากเดิม

“ตอนนี้โก๋แก่เป็นแบรนด์ที่อยู่ในตลาดมาประมาณ 33 ปี แต่เป้าหมายของเราต้องการจะหยุดอายุโก๋แก่ไว้ที่อายุ 25 ปี ซึ่งภาพลักษณ์ของเราวันนี้ยังไม่ออกมาเท่าที่เราอยากจะให้เป็น เราต้องการเป็นรถโฟล์กรุ่นใหม่มากกว่ารถโฟล์กรุ่นเก่าที่แต่งตัวสวยงามเท่านั้น ฉะนั้นสิ่งที่จะทำในปีหน้า เครื่องมือหนึ่งใน การนำโก๋แก่ไปเชื่อมกับคนรุ่นใหม่ ๆ ที่เป็นวัยรุ่น วัยทำงาน คือ ร้านโก๋ช็อป (Koh Shop)” นายกฤษฎากล่าวและว่า

ในร้าน Koh Shop จะมี 2 คอนเซ็ปต์ด้วยกันคือ กลุ่มแรก เป็นสินค้าพรีเมี่ยม อาทิ เสื้อ กระเป๋า พวงกุญแจ ตุ๊กตาออมสิน ที่เรานำแคแร็กเตอร์โก๋แก่มาพัฒนาเป็นสินค้า ส่วนกลุ่มที่ 2 ผลิตภัณฑ์จากถั่วนานาชนิดที่บริษัทพัฒนาขึ้นมาใหม่ ทั้งในตัวโปรดักต์ที่เรานำถั่วนานาชนิดมาพัฒนาเป็นเมนูใหม่ ๆ มาใส่ แพ็กเกจจิ้งใหม่ ๆ

โดยโพซิชันนิ่งของ Koh Shop ที่เราต้องการสร้าง

ให้ผู้บริโภครับรู้ก็คือ โก๋แก่ คือ King of Nut โดยจะมีมุมสำหรับการสาธิตหรือแนะนำ เมนูอาหารที่ทำมาจากถั่ว เพื่อให้รู้ว่าถั่วสามารถผลิตอะไรได้มากมาย ไม่ใช่แค่ถั่วเพื่อใช้ทานเป็นสแน็กเท่านั้น

“ภายในสิ้นปีนี้ถึงต้นปีหน้าจะเปิด 2 สาขา ที่ดิจิตอลเกทเวย์และ สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส ช่องนนทรี ลงทุนสาขาละประมาณ 2 ล้านบาท”

กฤษฎากล่าวว่า เราต้องการสร้างแบรนด์ โก๋แก่ให้ทันสมัยมากขึ้นเพื่อการเจาะเข้าไปยังลูกค้าทั้งกลุ่มใหม่ กลุ่มเก่า โดยอาศัย พื้นฐานเดิมที่เรามีอยู่แล้วคือ แบรนด์และแคแร็กเตอร์โก๋แก่ โดยเฉพาะตัวแคแร็กเตอร์ โก๋แก่นั้นต้องถือว่า เป็นแคแร็กเตอร์ ที่มีศักยภาพมาก เพราะถูกสร้างมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างก็รู้จัก จนถึงปัจจุบันการรับรู้ก็ยังดีอยู่

“เมื่อก่อนสมัยคุณพ่อใช้แคแร็กเตอร์โก๋แก่ในการทำสติ๊กเกอร์แจกลูกค้าหรือเป็น พรีเซ็นเตอร์โฆษณาซึ่งได้ผลมากเพราะ ผู้บริโภคชื่นชอบ แต่ปัจจุบันเราก็ยังคงใช้ แคแร็กเตอร์โก๋แก่เหมือนเดิม แต่ทว่ามีการเปลี่ยนรูปแบบเปลี่ยนวิธีการนำเสนอที่ แตกต่างไปจากเดิมเพื่อให้สอดคล้องกับ ผู้บริโภคในยุคปัจจุบันมากขึ้นเท่านั้น โดยวัตถุประสงค์ก็เพื่อสร้างแบรนด์โก๋แก่ให้เข้าไปสัมผัสกับผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด”

เพราะฉะนั้นในช่วงปีแรกเป้าหมายของโก๋ช็อปจึงไม่ได้อยู่ที่ยอดขาย แต่อยู่ที่การสร้างแบรนด์เป็นหลัก ส่วนยอดขายที่ตั้งเป้าเติบโตในปีหน้าก็คือ ถั่วลิสงเคลือบและถั่วชนิดอื่น ๆ ที่จัดอยู่ในกลุ่มธัญพืช

“ปีนี้ 2552 บริษัทคาดว่าจะปิดยอดขายที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ ปี 2551 สาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อทำให้ตลาดสแน็กโดยรวมลดต่ำลง แต่ปีหน้านอกจากโก๋ช็อปแล้ว บริษัทมีแผนที่จะแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งผลิตจากถั่วชนิดอื่น ๆ ที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะถั่วลิสงเท่านั้น โดยตั้งเป้าไว้จะทำยอดขายให้เติบโตสูงขึ้น 30% หรือทำยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 1,300-1,400 ล้านบาท ซึ่งเป้าหมาย ดังกล่าวปีหน้าผู้บริโภคจะได้เห็นอะไรใหม่ภายใต้แบรนด์โก๋แก่อีกเพียบ” กฤษฎากล่าวตอนท้าย

วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4170 ประชาชาติธุรกิจ