สยามเซ็นเตอร์ ซอยเซกเมนต์ ผุด Mob.F เจาะตลาดแฟชั่น


สยามเซ็นเตอร์ ผนึก ดีไซเนอร์ไทย ผุดร้าน Mob.F ตอกย้ำจุดยืนของศูนย์การค้าในการเป็นผู้นำไทยดีไซเนอร์ โดยทุ่มงบ 40 ล้านบาท บนพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร โดยมีร้านเสื้อผ้ากว่า 27 ร้าน และร้านเครื่องประดับ 14 ร้าน ตลอดจนมี ไวท์ คาเฟ่ เอ็กซ์เพรส เพื่อตอยสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคกลุ่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชอบการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ทำให้ผู้บริโภคกลุ่มนี้ไม่นิยมแบรนด์นอกเนื่องจากมีรูปแบบและเทรนด์ที่เหมือนๆกัน ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วกลุ่มเป้าหมายจะมีอายุระหว่าง 25-35 ปี ทว่าบริษัทไม่ได้โฟกัสเรื่องอายุเป็นหลัก แต่ใช้เรื่องของไลฟ์สไตล์เป็นตัวกำหนดกลุ่มเป้าหมายมากกว่า

“สยามเซ็นเตอร์ เป็นศูนย์รวมแฟชั่นสุดเปรี้ยวในทุกยุคทุกสมัยที่ครองใจลูกค้ามาตลอดระยะเวลากว่า 36 ปี เป็นทั้งศูนย์รวมของเหล่าไทยดีไซเนอร์ชั้นนำ และแบรนด์แฟชั่นระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ปัจจุบันสยามเซ็นเตอร์ มีพื้นที่ของร้านค้าต่างๆ ของเหล่าดีไซเนอร์ไทยและแบรนด์ไทย เป็นจำนวนถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่อาคารทั้งหมด ด้วยนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมการสร้างแบรนด์สินค้าแฟชั่นของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลแบบยั่งยืน สยามเซ็นเตอร์ถือเป็นแหล่งกำเนิดแบรนด์ดีไซเนอร์ไทยที่มีชื่อเสียงมายาวนาน มีบทบาทในการส่งเสริมธุรกิจอุตสาหกรรมแฟชั่น และสนับสนุนความสามารถของเหล่าไทยดีไซเนอร์ รวมถึงการพัฒนาบุคลากรด้านแฟชั่น ผ่านทางโครงการต่างๆ มากมาย โดยเป็นศูนย์การค้าแห่งแรกที่ริเริ่ม และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสยามเซ็นเตอร์ นับเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกรู้จักและมาชอปสินค้าแบรนด์ไทยเป็นจำนวนมาก โดยมียอดใช้จ่ายในหมวดนี้ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท ในแต่ละปี” ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สยามพิวรรธน์ กล่าว

อย่างไรก็ดีเพื่อไม่ให้สินค้าทับซ้อนกับแฟชั่นสไตล์ไทยดีไซเนอร์ซึ่งมีร้านค้าอยู่ที่ชั้น 3 สยามเซ็นเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟชั่นผู้ใหญ่ งานราตรี มีราคาค่อนข้างสูง ขณะที่ Mob.F จึงถูกวางโพสิชันนิ่งให้เป็นสไตล์แคชวล ไม่คิกขุ ไม่หรูหรา มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,000 บาท ทว่าแต่ละร้านอาจจะมีสินค้ามาสเตอร์พีชที่มีราคาสูงถึง 6-7 พันบาทได้

“Mob.F ถือเป็นร้านมัลติแบรนด์แฟชั่นของไทยที่รวมเอาผลงานของดีไซเนอร์ไทยหลายๆคนมาจำหน่ายในพื้นที่เดียวกันเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการความแตกต่าง ซึ่งอาจจะมีการมิกซ์แอนด์แมตช์ข้ามร้านเพื่อให้ได้เอกลักษณ์ที่ผู้บริโภคแต่ละคนต้องการ” ชาญชัย เชิดชูวงศ์ธนากร กรรมการผู้จัดการ บีไอเอชซี เทรดดิ้ง กล่าว

นอกจากสร้างความต่างในเรื่องของสินค้าแล้วยังมีการทำ Signature Product โดยการเชิญศิลปินดารา เซเลบริตี้ ที่มีชื่อเสียงมาร่วมนำเสนอผลงานการออกแบบเพิเศษเฉพาะที่ Mob.F โดยจะหมุนเวียนกันไปเดือนละ 1 คน เป็นคอลเลกชั่นพิเศษ ลิมิเต็ดเอดิชั่น ซึ่งทั้งดีไซเนอร์และศิลปิน หรือเซเลบ ต่างมีสาวกแฟชั่นนิสต้าหรือลูกค้าประจำ คอยติดตามสะสมงานดีไซน์เหล่านี้ โดยคอลเลคชั่นพิเศษ Signature Product นี้ จะเริ่มจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ตลอดจนการลอนช์สินค้าออกมาต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการถี่ขึ้น

ทั้งนี้ นอกจากการเจาะตลาดกลุ่มลูกค้าที่เป็นสาวกของบรรดาดีไซเนอร์ไทยแล้ว Mob.F ยังได้ร่วมกับ ซูพรีโม ซึ่งเป็นบริษัทในเครือสยามพิวรรธน์ เพื่อดูแลด้านการส่งเสริมการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์ครบวงจร เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆให้แวะเวียนไปที่ร้าน

“เราคาดว่า Mob.F จะเป็นแหล่งชุมนุมของคนมีสไตล์ที่จะเข้ามาช้อปและสังสรรค์กัน ประมาณ 100,000 คนต่อเดือน และเป็นการตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางแห่งแฟชั่น “Thai Designer Showcase” ของสยามเซ็นเตอร์ ที่กลุ่มคนรักการแต่งกายและผู้คนในวงการแฟชั่นใช้เป็นแหล่งรวมตัวชุมนุมสังสรรค์กันเพิ่มมากขึ้น สำหรับตัวเลขเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ปีละ 70-80 ล้านบาท” ชาญชัย เชิดชูวงศ์ธนากร กรรมการผู้จัดการ บีไอเอชซี เทรดดิ้ง กล่าว

รูปแบบการขายใน Mob.F จะเป็นรูปแบบของ Consignment หรือการหักเปอร์เซ็นต์จากยอดขายทำให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่มีกำลังในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ อย่างไรก็ดีบริษัทจะมีการพูดคุยและแนะนำเรื่องการตลาดให้กับร้านค้าดีไซเนอร์รายใหม่ๆซึ่งไม่มีประสบการณ์

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 17 ธันวาคม 2552