“108 ช็อป” ปรับตัวพร้อมรบ เฟ้นทำเลทอง-เพิ่มสัดส่วนกลุ่มอาหาร


การแข่งขันของตลาดค้าปลีกใกล้บ้านหรือร้านค้าชุมชนในปีหน้าจะดุเดือดขึ้น เมื่อมีหลายค่ายกระโดดเข้ามามากขึ้น และ “108 ช็อป” ถือเป็นผู้เล่นที่ต้องจับตามอง นอกจากเป็นธุรกิจในเครือสหพัฒน์ซึ่งมีความพร้อมในเรื่องเงินลงทุนแล้ว ยังมีพันธมิตรที่เป็นโชห่วยทั่วประเทศซึ่งเป็นจุดยืนของแบรนด์นี้ ก็ยิ่งทำให้ร้านสะดวกซื้อ 108 ช็อป แตกต่างจากคู่แข่งอื่น ๆ ในตลาดทั้งปวง

“เวทิต โชควัฒนา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันร้อยแปด จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้าน 108 ช็อป กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับ แบรนด์ในปีหน้าว่า หลังจากปีนี้บริษัทได้รีวิวสาขาที่ไม่สร้างยอดขาย โดยปิดไปเกือบ 100 สาขา ทั้งที่ลงทุนเองและเป็นแฟรนไชส์ ซึ่งขณะนี้นับว่าลงตัวแล้วและทำให้ตั้งแต่ปีหน้าสาขาของ 108 ช็อป จะไปในทิศทางขาขึ้นแบบก้าวกระโดด

“ปีนี้เราปิดเป็น 100 สาขา และก็เปิดกว่า 200 สาขา ซึ่งจะทำให้ตั้งแต่ปีหน้า 108 ช็อปสามารถเปิดสาขาใหม่ ๆ ได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันการเลือกทำเลเราแม่นขึ้นเยอะ เดือนแรกก็ทำกำไรได้เลย”

ปัจจุบัน 108 ช็อปมี 700 สาขา เป็นร้านที่บริษัทลงทุนเองเกือบ 500 สาขา ปีหน้าตั้งเป้าไว้ไม่ต่ำกว่า 400 สาขา เป็นลงทุนเอง 200 สาขา และแฟรนไชส์อีก 200 สาขา ปีหน้าจะมีสาขาทะลุ 1,000 สาขาแน่นอน เป้าหมายดังกล่าวยังไม่รวมกรณีการเข้าไปเปิดให้บริการแทนร้านสะดวกซื้อ “สตาร์มาร์ท” ในปั๊มคาลเท็กซ์ ซึ่งบริษัทแม่เชฟรอนที่จะเลิกธุรกิจดังกล่าว

“ที่ผ่านมาเราส่งสินค้าบางรายการให้ร้านสตาร์มาร์ทอยู่แล้ว เมื่อเขาเลิกทำ และแนวโน้มขณะนี้ส่วนใหญ่ก็จะเปลี่ยนมาเป็น 108 ช็อป ดังนั้นปีหน้าเราจะสามารถเพิ่มสาขาได้อีกกว่า 200 สาขา”

นอกจากความลงตัวเรื่องทิศทางขยายสาขาจากการลองผิดลองถูกกับไซซ์ต่าง ๆ มาพอสมควร “เวทิต” ชี้ว่า ตั้งแต่ปีหน้าขนาดที่จะมุ่งเปิดจะเน้นที่ 56 ตร.ม. ซึ่งเป็นขนาดที่พอเหมาะและลงตัวกับความเป็น 108 ช็อป จากเดิมจะเน้นขนาดน้อยกว่า 30 ตร.ม. ที่เล็กเกินไป เช่นเดียวกับทำเลที่ตั้งของร้านก็มาสรุปลงตัวว่า จะมุ่งไปที่ทำเลที่เป็นชุมชนขนาดใหญ่มากขึ้น

ปัจจุบันร้าน 108 ช็อปที่บริษัทลงทุนเองนั้นจะอยู่ในทำเล B- ถึง A แต่หากเป็นแฟรนไชส์จะเน้นเปิดในทำเล C ถึง C+ เมื่อมองในภาพรวม 108 ช็อปมีสาขาที่อยู่ในทำเล A เพียง 70 สาขาเท่านั้น

ดังนั้นตั้งแต่ปีหน้า “เวทิต” ตั้งเป้าว่า จะเน้นขยายสาขาไปที่ทำเลตั้งแต่ B ถึง A นอกจากการขยายตัวของชุมชนในแต่ละแห่งที่มากขึ้นแล้ว ยังเพื่อตอบโจทย์การรุกตลาดกลุ่มอาหารของร้าน 108 ช็อปอีกด้วย

“ทำเลหลัก ๆ เหล่านี้จะช่วยขยายสัดส่วนกลุ่มอาหารให้มากขึ้น โดยเฉพาะอาหารพร้อมทาน หรือเรดดี้ ทู อีต เพราะสินค้ามีอายุจำกัด และต้องมีการหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา”

ปัจจุบันสัดส่วนกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม ของ 108 ช็อปคิดเป็น 65% ของยอดขาย แต่คิดเป็นกลุ่มเรดดี้ ทู อีตเพียง 5%

“สัดส่วนเรดดี้ ทู อีตเราน้อยมาก แต่ในที่สุดเราต้องเดินตามนั้น ตอนนี้ต้องบอกว่า กลุ่มอาหารอยู่ในขั้นกำลังพัฒนา ซึ่งต้องมีระบบ chilled logistic รองรับ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดลองในบางจังหวัด โจทย์ คือ ทำอย่างไรให้ครบทั้งประเทศ โดย ตั้งเป้าว่า สิ้นปี 2553 จะเห็นความแตกต่างในเรื่องนี้อย่างชัดเจน”

แม้จะมีเป้าหมายรุกตลาดอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ปีหน้า แต่ “เวทิต” ยืนยันว่า ถึงวันนี้ร้าน 108 ช็อป ไม่ได้มีเป้าหมายแข่งกับบรรดาร้านไฮเปอร์มาร์ตที่ลงมาเล่นในตลาดนี้ หรือกับยักษ์ใหญ่ เซเว่นอีเลฟเว่น เพราะหากเทียบกันแล้วยอดขายของ 108 ช็อป น้อยกว่าถึง 3 เท่า

แต่เป้าหมายของร้านซึ่งเครือสหพัฒน์ยืนยันมาตั้งแต่ต้นที่เปิดให้บริการ คือ การเป็นทางออกของบรรดาโชห่วยเพื่อแข่งขันกับร้านค้าปลีกสมัยใหม่ โดย 108 ช็อปจะทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวช่วย ที่ชัดเจน คือ การมีระบบ auto reorder ที่แตกต่างจากร้านสะดวกซื้อรายอื่น ๆ โดยเป็นระบบเติมเต็มสินค้าโดยอัตโนมัติ ที่เมื่อสินค้าหมดก็จะมีการส่งสินค้าในทันที ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไป หรืออากง อาม่าก็สามารถจะดำเนินธุรกิจนี้ได้เช่นกัน

“จุดยืน คือ ต้องการเป็นทางออกของโชห่วย จริง ๆ ธุรกิจซื้อมาขายไปควรจะเป็นอาชีพสำหรับคนในท้องถิ่นเป็นเบสิกที่ใคร ๆ ก็ทำได้ สามารถแข่งขันได้ ธุรกิจนี้สำหรับสหพัฒน์ไม่ใช่ธุรกิจทำกำไร แต่เราต้องการตอบแทนบรรดาร้านโชห่วยที่เคยช่วยเครือสหพัฒน์จนมีทุกวันนี้ เราต้องการปูทางให้พวกเขาสามารถเป็นมวยรุ่นเดียวกับร้านค้าปลีก สมัยใหม่นั่นเอง”

ปีนี้ในภาพรวมบริษัทโตถึง 64% เพราะมีการเปิดสาขาจำนวนมาก แต่หากเทียบยอดขายของร้านเดิมปีต่อปีโตขึ้นที่ 5% ซึ่งมาจากที่ความถี่ในการใช้บริการเพิ่มขึ้นจากที่ชุมชนขยายตัว ขณะที่การซื้อต่อบิลอยู่ในระดับเดิม

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4168 ประชาชาติธุรกิจ