เซ็นทรัล ภูเก็ต ขยายฐาน เปิดโซนเด็ก เจาะตลาดครอบครัว


เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต เดินเกมรุก ดูดคนเข้าห้าง ผุดโซนเด็ก ดึงตลาดครอบครัวใช้ชีวิตในห้างนานขึ้น เพิ่มทราฟฟิก เพิ่มการจับจ่าย พร้อมยกระดับซูเปอร์มาร์เกตตอบสนองนักท่องเที่ยวเกรดเอ สร้างจุดต่างจากจังซีลอน

เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ปรับศูนย์การค้า ขยายฐานลูกค้า เพิ่มความถี่ เพิ่มปริมาณซื้อ ผุดเอ็ดดูเคชั่นโซน และแผนกเด็กในห้างเซ็นทรัล เจาะตลาดเด็ก ดึงดูดครอบครัวใช้ชีวิตในห้างนานขึ้น นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะเปลี่ยนท็อปส์ มาร์เก็ต ให้เป็น เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ เพื่อสร้างความต่างจากศูนย์การค้าจังซีลอนซึ่งมีความได้เปรียบในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่พักอาศัยอยู่ใกล้หาดป่าตอง ซึ่งรายล้อมไปด้วยโรงแรมต่างๆ มากมาย ทำให้สะดวกต่อนักท่องเที่ยวมากกว่าเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ซึ่งอยู่ในเขตเมืองแต่ห่างไกลจากโรงแรมที่พักของนักท่องเที่ยว

ดังนั้น เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต จึงพยายามสร้างแม่เหล็กเพื่อดึงดูดลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการนำร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำมาไว้ในศูนย์ฯ การสร้างอีเวนต์ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยก่อนหน้านี้มีการนำคาบาเรต์โชว์ในช่วงค่ำที่โซน ภูจา เนอร์วานา เรสเตอรองต์แอนด์บาร์ เพื่อสร้างความบันเทิงและสีสันให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ

สำหรับ ภูจา เนอร์วานา นั้นจะเป็นภัตตาคารที่ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารของชาติต่างๆ ในเอเชียที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่ จีน มาเลย์-สิงคโปร์ เวียดนาม อินเดีย และไทย บนพื้นที่ 4,000 ตารางเมตร

ทว่าช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบกับปัญหาทางการเมือง ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนภูเก็ตน้อยลงด้วย ดังนั้น เซ็นทรัลจึงมีการเพิ่มแม่เหล็กที่จะดึงดูดลูกค้าชาวไทย เช่นการปรับปรุงพื้นที่ ภูจา เนอร์วานา ให้เป็น Central Festival Phuket Convention Hall เพื่อรองรับงานนิทรรศการ งานเทรดแฟร์ และงานสำคัญของทางจังหวัด เช่น งานOTOP งานแสดงนวัตกรรมยานยนต์

ขณะที่จังซีลอนซึ่งมีพื้นที่มากถึง 200,000 ตารางเมตร แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 โซนคือ สีลัง บูลเลอวาร์ด ประกอบด้วยร้านอาหารนานาชาติ สปอร์ต คอมเพล็กซ์ ร้านค้าแฟชั่น บูติก และสินค้าไทย ถัดมาเป็นโซนเดอะ พอร์ต เป็นพื้นที่กลางแจ้ง สร้างบรรยากาศด้วยทะเลสาบ เรือสำเภาจีน โดยจะมีการแสดงแสงสีน้ำพุทุกคืนเพื่อให้ลูกค้าใช้เป็นจุดนัดพบและมุมพักผ่อน

โซนที่ 3 เป็นความพยายามของจังซีลอนที่จะดึงดูดให้ลูกค้าใช้ชีวิตในศูนย์การค้าของตัวเองมากขึ้น โดยดึงจุดท่องเที่ยวในเมืองภูเก็ตมาไว้ในศูนย์ฯ นั่นคือ สถาปัตยกรรมแบบชิโน โปรตุกีส พร้อมด้วยร้านอาหารและแหล่งบันเทิง สุดท้ายเป็นโซน ภูเก็ต สแควร์ ซึ่งประกอบด้วยห้างโรบินสัน ห้างคาร์ฟูร์ และโรงภาพยนตร์เอสเอฟเอ็กซ์ และร้านค้าเบ็ดเตล็ด

สีลัง บูลเลอวาร์ด มีการแบ่งออกมาเป็นโซนย่อยเช่น That’s Siam เป็นโซนงานผ้าไทย สินค้าหัตถกรรมของที่ระลึก ศูนย์ความงามและสปาไทย ศูนย์อาหารไทย และศูนย์แสดงงานศิลปะไทย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม

นอกจากนี้จังซีลอนยังได้ร่วมกับร้านค้าในศูนย์ฯ ทำโปรโมชั่นอินสแตนวินโดยให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกกับการเล่นเกมแล้วรับรางวัลกลับไปเลย เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของจังซีลอนเป็นนักท่องเที่ยวมาอาศัยในช่วงเวลาสั้นๆ จึงต้องทำแคมเปญระยะสั้นแบบอินสแตนวิน โดยของรางวัลอาจไม่ได้มีมูลค่ามากมายนัก เพียงแต่ต้องการสร้างสีสันและความสนุกให้นักท่องเที่ยวประทับใจเพื่อจะได้บอกต่อและกลับมาเยือนอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นโพซิชันนิ่งของจังซีลอนที่เน้นบรรยากาศสบายๆ สำหรับการกินดื่มเที่ยวเหมือนเดินอยู่บนชายหาด ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีนักท่องเที่ยวใส่ขาสั้น ถอดเสื้อเดินเข้าไปในห้าง ซึ่งก่อนหน้านี้จังซีลอนก็เคยมีการทำแคมเปญให้นักท่องเที่ยวใส่ชุดบิกินี่เข้าศูนย์ฯ

“นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวภูเก็ตมีหลายระดับ ตั้งแต่ชาวบ้าน นักธุรกิจ ตลอดจน expat หรือชาวต่างชาติที่อาศัยในเมืองไทย ศูนย์ฯของเราได้นักท่องเที่ยวระดับเอ-บี แต่ลูกค้าจังซีลอนเป็นนักท่องเที่ยวแบบ Short Trip คือมาพักไม่นานแล้วก็กลับ อีกทั้งศูนย์การค้าของเรามีความหลากหลายกว่า ทำเลก็สะดวกต่อนักท่องเที่ยวในหลายๆ หาด รวมถึงยอชต์คลับ และโรงเรียนนานาชาติก็อยู่ใกล้เรามากกว่าจังซีลอน นักท่องเที่ยวระดับเอ-บี ใช้ชีวิตในศูนย์ฯเรามากกว่าเนื่องจากเรามีโลเกชั่นที่สะดวกกว่า” ปิยวรรณ ลีละสมภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด สรรพสินค้าเซ็นทรัล กล่าว

ในขณะที่เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต มีการทำ Welcome Package โดยมอบส่วนลดรวมกว่า 20,000 บาทให้กับลูกค้ากว่า 40,000 ราย โดยคาดว่าแคมเปญดังกล่าวจะสามารถดึงดูดลูกค้าชาวต่างชาติให้มาใช้บริการในศูนย์ฯเพิ่มขึ้น 10% คิดเป็นยอดขายกว่า 10 ล้านบาท ตลอดจนการทำบัตร Central Tourist Privilege Card ที่ใช้เป็นส่วนลด 5% ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล และยังสามารถขอคืนภาษี 7% โดยในไตรมาสแรกปีหน้าจะมีการขยายร้านค้าที่ร่วมรายการกับบัตรดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีรถ Shuttle link service ให้บริการรับนักท่องเที่ยวจากจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ชายหาด เพื่อสร้างทราฟฟิกมาสู่เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต

แม้จังซีลอนจะอยู่ใกล้หาดป่าตอง ทว่าเซ็นทรัล มองว่าจังซีลอนได้เปรียบแค่การดึงดูดนักท่องเที่ยวที่หาดป่าตอง ขณะที่ชายหาดอื่นๆ รวมถึงผู้บริโภคที่อาศัยในเมืองภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงจะสะดวกในการเดินทางมาที่เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต มากกว่า ทว่าผู้บริโภคที่อาศัยในเมืองส่วนใหญ่เป็นชาวไทย ดังนั้น เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต จึงเพิ่มแม่เหล็กตัวใหม่ที่จะดึงดูดลูกค้าชาวไทยมากขึ้นด้วย โซนเด็ก ซึ่งมีทั้ง เอ็ดดูเคชั่นโซนในพื้นที่พลาซ่า และการต่อส่วนขยายของห้างเซ็นทรัลจาก 3ชั้นเป็น 4 ชั้น โดยเพิ่มแผนกเด็กและกิฟต์ชอป ซึ่งจะดึงดูดให้พ่อแม่เข้าสู่ศูนย์ฯเพิ่มขึ้น ใช้ชีวิตในห้างนานขึ้น ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการจับจ่ายที่มากขึ้นด้วย นอกจากจะดึงดูดครอบครัวชาวไทยแล้วเซ็นทรัลยังหวังที่จะดึงตลาด expat หรือชาวต่างชาติที่ทำงานหรือมีครอบครัวอาศัยในเมืองไทย

“ฝรั่งมานอนทะเล แต่ก็มีบางกลุ่มที่อยากมาดูตึกสไตล์ ชิโน โปรตุกีส ซึ่งเป็นการผสมผสานวัฒนธรรมแบบตะวันออกและตะวันตก ตั้งอยู่ในเมืองภูเก็ต และเราเองก็มีการจัดรถรับ-ส่งฟรีเพื่อดึงให้นักท่องเที่ยวเหล่านี้เข้ามาเยือนเซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต นอกจากนี้เวลาที่ฝนตกไม่สามารถออกทะเลได้ นักท่องเที่ยวก็จะเข้าเมืองมาเดินห้างมากขึ้น” ธนภณ ตังคณานันท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น กล่าว

ทั้งนี้ นอกจากการปรับปรุงศูนย์การค้าและการเพิ่มโซนเด็กแล้ว เซ็นทรัล เฟสติวัล ภูเก็ต ยังทุ่มงบการตลาด 20 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ไม่ว่าจะเป็นการฉลองครบรอบ 5 ปีสาขาภูเก็ต แคมเปญปีใหม่ รายการเซลโปรโมชั่นต่างๆ ซึ่งจะช่วยดึงดูดลูกค้าเข้าห้างมากขึ้น

ปัจจุบัน เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล มีลูกค้ามาใช้บริการในวันธรรมดา 15,000-18,000 คน เสาร์ อาทิตย์ 20,000 คนต่อวัน โดยเป็นชาวไทย 70% ชาวต่างชาติ 30% แต่ถ้าเป็นฤดูการท่องเที่ยว สัดส่วนชาวต่างชาติจะเพิ่มเป็น 40% โดยลูกค้าชาวไทยใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งอยู่ที่ 1,500 บาท ส่วนชาวต่างชาติใช้จ่ายต่อบิล 2,000 บาทขึ้นไป สำหรับในปีที่ผ่านมามีลูกค้ามาใช้บริการรวม 5.3 ล้านคน ส่วนในปีนี้ตั้งเป้าว่าจะมีลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มเป็น 5.4-5.5 ล้านคน โดยรายได้ในส่วนของการบริหารพื้นที่คาดว่าจะสามารถปิดยอดได้ที่ 400 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล คาดว่าจะปิดยอดที่ 1,200 ล้านบาทในสิ้นปีนี้

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 20 พฤศจิกายน 2552