“สยาม-ดิสคัฟเวอรี่”หัวบันไดไม่แห้ง แฟชั่นแบรนด์เนมไทย-เทศต่อคิวจองพื้นที่เปิดช็อป


สยามเซ็นเตอร์-สยามดิสคัฟเวอรี่ เนื้อหอมเสื้อผ้าแฟชั่นรุมตอม ทุ่มงบฯ 30 ล้านจับมืออินเตอร์แบรนด์-ร้านค้าภายในศูนย์ จัดกิจกรรมแฟชั่น-โปรโมชั่น ลดกระหน่ำ 70% รับหน้าขาย
นางศิริเพ็ญ อินทุภูติ ผู้บริหารฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้บริหารสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ กล่าวว่า จากคอนเซ็ปต์ของสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ที่เป็นศูนย์กลางของการเป็นศูนย์รวมแฟชั่น ทำให้มีเสื้อผ้าแฟชั่นทั้งแบรนด์ไทยและอินเตอร์แบรนด์สนใจที่จะเข้ามาเปิดช็อปจำนวนมาก โดยที่ผ่านมามีเสื้อผ้าแฟชั่นอินเตอร์แบรนด์มากกว่า 20 แบรนด์เข้ามาเปิดตัวทั้งในสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ ล่าสุดต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา another F.C.K. มัลติแฟชั่นแบรนด์ จากฮ่องกง จะเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในไทยที่ชั้น 4 สยามเซ็นเตอร์ และคาดว่าจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ดีขึ้น ในปีหน้าคาดว่าจะมีอินเตอร์แบรนด์สนใจจะเข้ามาเปิดช็อปเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อรองรับหน้าขายในช่วงเทศกาลปลายปี ประกอบกับกำลังซื้อของตลาดค้าปลีกในช่วงเทศกาลที่ปรับตัวดีขึ้น บริษัทได้ทุ่มงบฯ 30 ล้านบาทในการจัด แคมเปญ “Luxury of Giving 2010” ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน-3 มกราคมปีหน้า ด้วยกลยุทธ์การตลาด “Real Experience Dynamic” ที่เน้นสร้างประสบการณ์และบรรยากาศการช็อปปิ้งผ่านแฟชั่นอีเวนต์ที่แตกต่างและต่อเนื่องทุกสัปดาห์

รวมทั้งการจัดโปรโมชั่นพิเศษที่ร่วมกับบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ มอบส่วนลดสูงสุดถึง 70% ซึ่งไม่เคยลดมาก่อนสำหรับผู้ใช้จ่ายผ่านบัตรและรับบัตรส่วนลดจากร้านค้ากว่า 250 ร้านค้า ภายใน 2 ศูนย์ และแพ็กเกจโรงแรมที่พักเมื่อซื้อสินค้าครบตามกำหนด

“การจัดแคมเปญดังกล่าว นอกจากจะเป็นการร่วมมือกับอินเตอร์แบรนด์ดังต่าง ๆ กว่า 10 แบรนด์แล้ว ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่ ๆ เข้ามาเปิดหรือออกบูทขายของในงานแฟชั่นโชว์ด้วย คาดว่ากิจกรรมนี้จะช่วยเพิ่มทราฟฟิกลูกค้าให้เข้ามาสองศูนย์รวมกว่า 50% จากเดิม 80,000-100,000 คนต่อวัน เป็นคนไทย 70% และต่างชาติ 30% คาดว่าในส่วนลูกค้าต่างชาตินั้นจะมีเพิ่มขึ้นอีก 20% จากเดิม 30%”

นางศิริเพ็ญกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาศูนย์มีการไปจัดโรดโชว์ในหลาย ๆ ประเทศ และเป็นตัวกระตุ้นตลาดได้เป็นอย่างดี และปีหน้าบริษัทมีแผนจะขยายการโรดโชว์ออกไปในหลาย ๆ ประเทศ ทั้งยุโรป จีน ญี่ปุน ออสเตรเลีย และฮ่องกง

“คาดหวังว่าจากแนวโน้มของอารมณ์การจับจ่ายที่เริ่มดีขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองและการจัดกิจกรรมกระตุ้นดังกล่าวจะทำให้บรรยากาศการ จับจ่ายเป็นไปอย่างคึกคัก”

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552