“เดอะมอลล์”ลั่นกวาด7พันล้าน ผนึก3ศูนย์อัดแคมเปญทิ้งทวน


“เดอะมอลล์” เร่งครีเอตดีมานด์ตลาดเทศกาลปลายปี หวังกวาดยอดขาย 7 พันล้าน ทุ่มงบฯก้อนโตอัด 4 แคมเปญใหญ่ เน้นตกแต่งสร้างบรรยากาศคึกคักผ่านทั้ง 3 ศูนย์ เดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม สยามพารากอน จัดทัพสินค้าทุกแคทิกอรี่ใส่คอนเซ็ปต์กิฟต์เฟสติวัลในราคาเริ่มต้นแค่ 100 บาท มั่นใจตลาดดีวันดีคืนปิดยอดขายสิ้นปี 4 หมื่นล้าน

นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงแผนการทำตลาดของ 3 ศูนย์การค้า คือ เดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ว่าในช่วงปลายปีนี้ นอกจากเป็นหน้าขายหลักของธุรกิจค้าปลีกแล้วนั้นภาพความเคลื่อนไหวของทั้งตลาดก็มีแนวโน้มที่ดีมากขึ้นต่อเนื่องเห็นได้จากจำนวนทราฟฟิกของทั้ง 3 ศูนย์ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาที่เพิ่มขึ้นกว่า 10% เช่นเดียวกับตัวเลขการ จับจ่ายภายในศูนย์ที่โตขึ้น 5-6% กลายเป็นสัญญาณบวกของกำลังซื้อที่ดีวันดีคืน

ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายการตลาด เดอะมอลล์ กรุ๊ป ยังกล่าวด้วยว่าทั้งนี้ กลุ่มเดอะมอลล์ตั้งเป้ายอดขายในช่วงเทศกาลปลายปีนี้ 7,000 ล้านบาท ผ่านแคมเปญ “2010 brilliant thanks” โดยรูปแบบการทำตลาดจะเน้นที่สร้างบรรยากาศภายในศูนย์การค้าให้สนุกสนาน คึกคักเพื่อเป็นตัวเร่งให้เกิดอีโมชั่นนอลและอยากที่จะออกมามาจับจ่าย โดยทั้ง 3 ศูนย์จะตกแต่งดิสเพลย์บรรยากาศภายใต้คอนเซ็ปต์ที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าหลัก โดยจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ -17 ม.ค.ปีหน้า

โดยตลอด 60 วันของแคมเปญส่งท้าย ปีนี้ นอกจากดิสเพลย์ ศูนย์เร่งบรรยากาศจับจ่ายแล้วนั้น กลุ่มเดอะมอลล์ได้วางงบฯ 200 ล้านบาท สำหรับการทำตลาดเชิงรุกในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ การให้สิทธิพิเศษสำหรับราคาสินค้าหรือโปรโมชั่นในกลุ่มลูกค้าเอ็มการ์ด จำนวน 1.2 ล้านบัตร แลกคะแนนเป็นส่วนลดสูงสุด 50% รวมทั้งการจับมือกับพันธมิตรทั้งโรงแรม สายการบิน และบัตรเครดิต เพื่อลุ้นโชครางวัลรวมมากกว่า 7 ล้านบาท

“กลยุทธ์หลักการจับมือกับคู่ค้าเป็นแนวทางหลักในการทำตลาดของกลุ่มเดอะมอลล์กรุ๊ปมาอย่างต่อเนื่อง และภายใต้แคมเปญ “2010 brilliant thanks” เดอะมอลล์จะเพิ่มอีก 4 แคมเปญใหญ่เข้าเสริมเพื่อกระตุ้นความแรงตลอดแคมเปญ”

นายชำนาญกล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้กลุ่มเดอะมอลล์ได้จัดรูปแบบสินค้าในทุกแผนกให้เป็นรูปแบบการจัดเซตของขวัญ หรือแคทิกอรี่มาร์เก็ตติ้งเพื่อให้เข้ากับเทศกาลและชี้เทรนด์ให้กับลูกค้าผ่านเพอร์ซันนอล ช็อปเปอร์ที่จะเข้ามาช่วยลูกค้าเลือกซื้อสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับงบฯของแต่ละคน ในทุกแผนก อาทิ บิวตี้ฮอลล์ เพาเวอร์มอลล์ บีเทรนด์ และ เมนอินเทรนด์ เป็นต้น

“โดยเฉพาะในแผนกบีเทรนด์ ซึ่งจะมีกลุ่มลูกค้าเข้ามากที่สุดมีมีกูรูชื่อดังในแวดวงต่าง ๆ เข้ามาช่วยเลือกสินค้าในราคาเริ่มต้นเพียง 100-300 บาทก็สามารถซื้อของขวัญได้ ทั้งนี้ กลุ่มเดอะมอลล์ตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 3 -5%” นายชำนาญกล่าว

วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4159 ประชาชาติธุรกิจ