“บิ๊กซี”ชิงเปิดเว็บช็อปปิ้งออนไลน์ ชู3สาขานำร่องตัดหน้า”เทสโก้ฯ”


“บิ๊กซี” ชิงตัดหน้า “เทสโก้ฯ” เปิดเว็บไซต์ช็อปปิ้งออนไลน์ เผยเปิดให้บริการนำร่อง 3 สาขา “รัตนาธิเบศร์-เอกมัย-ราชดำริ” รองรับไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ ที่ไม่อยากเสียเวลาเดินห้างนาน ๆ พร้อมเล็งต่อยอดบริการดีลิเวอรี่ ขอเวลา 3-6 เดือน วัดฟีดแบ็กก่อนเดินหน้าลุยต่อ

แม้จะเป็นมวยรองในสังเวียนไฮเปอร์ มาร์เก็ต สำหรับ “บิ๊กซี” ซึ่งที่ผ่านมา ไม่ว่า “เทสโก้ โลตัส” จะขยับทำอะไรก็ต้องเป็นฝ่ายตั้งรับ อย่างกรณีที่เมื่อคราวที่เทสโก้ฯ เปิดตัวบัตรลอยัลตี้ “คลับการ์ด” เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ถัดจากนั้น 3 สัปดาห์ บิ๊กซี ถึงได้ฤกษ์คลอด “บิ๊กการ์ด” และเปิดฉากเกทับด้วยการมอบส่วนลดทันที ขณะที่ของเทสโก้ฯ ลูกค้าต้องสะสมแต้มแล้วรอส่วนลดไปอีก 3-4 เดือน

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เทสโก้ฯได้ประกาศนโยบายจะนำนวัตกรรมช็อปปิ้งออนไลน์ ซึ่งเป็นสูตรสำเร็จจากบริษัทแม่และจะนำมาประยุกต์ใช้ในบ้านเรา และขอเวลาศึกษาความเป็นไปได้และพฤติกรรมผู้บริโภคไทยก่อนสักระยะ คาดว่าจะให้บริการได้ภายใน 5 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา บน http://www.bigc.co.th ของบิ๊กซี ซึ่งตามปกติจะให้ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ ได้มีการเปิดลิงก์ไปยังเว็บไซต์ http://www.atbigclick.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์รูปแบบช็อปปิ้งออนไลน์ จำหน่ายสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารแห้ง เครื่องดื่ม ของใช้ส่วนตัว เครื่องสำอาง ของใช้ในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียน อุปกรณ์ สำนักงาน เสื้อผ้า รวมถึงบิ๊กซีแบรนด์ เช่น น้ำตาล เครื่องดื่มร้อน ขนมอบกรอบ น้ำผลไม้ ขนมขบเคี้ยว อาหารกระป๋อง ฯลฯ

นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้า 3 คนแรก ที่มียอดช็อปมูลค่ารวมสูงสุด หรือซื้อโทรศัพท์มือถืออินฟินิตี้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน มีสิทธิ์ลุ้นรับโทรศัพท์มือถืออินฟินิตี้ รุ่น R?Ma ส่วนลูกค้า 100 คนแรก จะได้รับแพนทีนแฮร์โค้ท ขนาด 12 ม.ล. 2 ชุด พร้อมคูปองส่วนลดมูลค่า 90 บาท สำหรับซื้อผลิตภัณฑ์แพนทีน

นางสาวฤดี เอื้อจงประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากแนวคิดที่บิ๊กซีต้องการเป็นผู้นำในเรื่องนวัตกรรมด้านไอที ภายใต้โปรเจ็กต์บิ๊กคลิก (BigClick) ของบิ๊กซี เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความแตกต่างจากค่ายค้าปลีกอื่น ๆ ที่มุ่งการแข่งขันเรื่องราคาเป็นหลัก

นางสาวฤดีให้รายละเอียดว่า บิ๊กซีได้เริ่มแนวคิดการเปิดให้บริการรับสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตตั้งแต่ช่วงต้นปี ที่มีสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง และไข้หวัด 2009 ระบาด ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคลดการเดินทางและไม่อยากใช้เวลาเดินห้างนาน ๆ ประกอบกับหลังจากลอนช์บัตรบิ๊กการ์ด ทำให้ทราบถึงความต้องการของลูกค้ากลุ่มหนึ่งซึ่งมีความถนัดด้านไอที และเห็นเทรนด์การเติบโตในกลุ่มนี้ จึงได้พัฒนาการช็อปปิ้งออนไลน์ขึ้นมารองรับ

โดยกลุ่มเป้าหมายของบิ๊กคลิกเป็นลูกค้ากลุ่มเอและบี ที่มีการวางแผนซื้อสินค้าและรู้จักไอที สามารถใช้งานเว็บไซต์ได้ เป็นกลุ่มวัยทำงาน หรือกลุ่มครอบครัวที่ไม่ค่อยมีเวลาเดินห้างมากนัก เบื้องต้นทดลองใน 3 สาขา คือ รัตนาธิเบศร์ เอกมัย และราชดำริ เน้นขายสินค้าในชีวิตประจำวัน และมี โปรโมชั่นเหมือนกับในห้าง

ลูกค้าที่จะใช้บริการนี้ต้องสมัครเป็นสมาชิก และต้องสั่งซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท จากนั้นลูกค้าสามารถเลือกสินค้าที่ต้องการและสาขา พร้อมยืนยันการสั่งซื้อ และไปรับสินค้าตามสาขาและเวลาที่กำหนด โดยที่ห้างจะเตรียมที่จอดรถพิเศษไว้ให้โดยเฉพาะ เมื่อลูกค้านำตั๋วที่พรินต์จากอินเทอร์เน็ตไปยื่นที่เคาน์เตอร์บิ๊กคลิก พนักงานก็จะนำสินค้าที่สั่งไว้มามอบให้ พร้อมรับชำระเงินค่าสินค้า

“เราจะทดลองระบบประมาณ 3-6 เดือน เพื่อดูผลการตอบรับของลูกค้า จากนั้นจึงจะวางแผนขยายบริการนี้ออกไปตามสาขาต่าง ๆ และบริการดีลิเวอรี่ เราตั้งเป้าว่าในช่วงแรกนี้ หากได้วันละ 100 บิล จาก 3 สาขา ก็ถือว่าน่าพอใจ”

ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า เบื้องต้นแม้ผู้บริหารบิ๊กซีจะยังไม่ระบุเป้าหมายทางด้านรายได้ แต่การขยายช่องทางจำหน่ายออกมายังช่องทางออนไลน์ ก็เป็นโอกาสสร้างรายได้ใหม่ ๆ ที่ไม่ต้องใช้การลงทุนสูงเมื่อเทียบกับการลงทุนต่อสาขา

ก่อนหน้านี้ นางยุวดี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่าบริษัทมีนโยบายที่จะขยายช่องทางจำหน่ายไปที่สื่อออนไลน์ เพื่อให้สอดรับกับเทรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะลูกค้าวัยรุ่นที่นิยมซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น แต่บริษัทจะรอให้ปรับปรุงระบบจนสมบูรณ์เสียก่อนจึงจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

วันที่ 02 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4154 ประชาชาติธุรกิจ