ซูเปอร์มาร์เก็ต-ห้างญี่ปุ่นปรับโฟกัส พึ่งคาถาเสื้อผ้าราคาถูกปั๊มยอด


ขณะนี้ซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ในญี่ปุ่นต่างพากันปรับโฟกัสไปที่เสื้อผ้าราคาถูก แต่คุณภาพดี เพื่อหาทางเอาตัวรอดจากภาวะยอดขายที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ

“เจแปน ไทม์ส” ระบุว่า บรรดา ซูเปอร์มาร์เก็ตและห้างสรรพสินค้าเหล่านี้ไม่ได้เพียงแต่เน้นขายเสื้อผ้าราคาเบา ๆ แต่ยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการวางแผนและผลิตในฐานะผู้ค้าปลีกที่ผลิตเองด้วย

หากฟังความเห็นของบรรดาผู้บริโภคในญี่ปุ่น ชายสูงอายุวัย 60 ปีคนหนึ่งบอกว่า เป็นการคุ้มค่าที่จะเสียค่าโดยสารรถไฟจากโตเกียวมายังห้าง “จัสโก้ สึดานูมะ” ในนาราชิโน เมืองชิบะ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่บริหารโดยกลุ่ม “อิออน” (Aeon Co.) เพื่อมาซื้อกางเกงยีน 3 ตัว ซึ่งจำหน่ายเพียงตัวละ 880 เยน

ยีนคอลเล็กชั่นนี้ เป็นไลน์ที่ผลิตออกมาในเดือนสิงหาคม โดยบริษัท อิออน ท็อปแวลู (Aeon Topvalu) และทำตลาด โดย บริษัท Aeon โดยมีจุดประสงค์สำคัญเพื่อออกมาแข่งกับกางเกงยีนราคา 990 เยน ของร้านค้าในเครือฟาสต์ รีเทลลิ่ง (Fast Retailing) ซึ่งเปิดตัวในช่วง ฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา

“ชิเงมิตสุ ยามาดะ” ผู้อำนวยการของอิออน ท็อปแวลู กล่าวว่า เสื้อผ้าที่ผลิตจากโรงงานในญี่ปุ่นยังคงมีราคาสูง และบริษัทยังเน้นผลิตสินค้าคุณภาพดี แต่หากเป็นเสื้อผ้าที่ราคาถูก บริษัทจะสั่งโดยตรงกับทางโรงงานเสื้อผ้าในประเทศจีน เพื่อผลิตคอลเล็กชั่นต่าง ๆ ที่ทางบริษัทกำหนด

แต่โดยทั่วไปแล้ว ผู้ผลิตมักไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่จะเพิ่มความหลากหลายของเสื้อผ้าในส่วนของขนาดเอวและความยาวของกางเกง เพราะถือเป็นการเพิ่มภาระในการสต๊อกสินค้า ซึ่งค่อนข้างยุ่งยาก

ขณะที่ผู้จัดจำหน่ายกลับชอบกับ แนวทางนี้ เพราะสามารถคาดการณ์ยอดขายได้อย่างแม่นยำ

ปัจจุบัน อิออน ท็อปแวลู มีกางเกงยีนที่มีความหลากหลายในเรื่องขนาดเอวและความยาวของกางเกงยีนแบบพอดีตัว (สลิมฟิต) ถึง 63 แบบ ทำให้บริษัทมีกางเกงยีนที่มีขนาดเหมาะกับคนทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงกลุ่มลูกค้าวัยกลางคนและ ผู้สูงอายุมักจะมีเอวที่ใหญ่และความยาวของขาที่สั้นกว่าคนทั่วไป

ทั้งนี้ ยอดขายเสื้อผ้าในซูเปอร์มาร์เก็ตในญี่ปุ่นช่วงครึ่งแรกของปีลดลง 11.9% จากปีก่อนหน้า

ขณะที่ยอดขายในห้างสรรพสินค้าในเดือนกรกฎาคมลดลง 15.6% ถือเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25

การขยับตัวของบรรดาศูนย์การค้าต่าง ๆ ที่ลดราคากลุ่มเสื้อผ้าลงนั้นยังเกิดขึ้นกับอีกหลาย ๆ ค่าย รวมถึง “โซโก้แอนด์เซบู” (Sogo&Seibu) ในเครือเซเว่นแอนด์ไอโฮลดิ้งส์ (Seven&I Holdings) ที่ได้จัดตั้งแผนกพัฒนาสินค้าในกลุ่ม “ไพรเวต แบรนด์” ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

ท่ามกลางการเติบโตของลูกค้าที่มี แนวโน้มชอบสินค้าราคาถูกที่มีมากขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจึงได้จับมือกับผู้ประกอบการเสื้อผ้า เพื่อเปิดตัวร้านขายเสื้อผ้าระดับแมส ซึ่งราคาจะถูกลง อาทิ เสื้อผ้าผู้หญิงจะ ถูกลง 40% กว่าราคาปกติ

ขณะที่เชนห้างสรรพสินค้า “ไดมารู” และ “มัตสึซากายา” (Matsuzakaya Co.) ซึ่งอยู่ในเครือบริษัท เจ ฟรอนต์ รีเทลลิ่ง (J Front Retailing) ก็จะเปิดตัวร้านขายเสื้อผ้าระดับแมสเช่นเดียวกัน โดยแนวทางจะร่วมมือกับร้านค้าส่งทำตลาดเสื้อผ้าผู้หญิงแบรนด์ใหม่เพื่อจับกลุ่มผู้หญิงวัย 40 ปี

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ที่เจาะกลุ่มผู้หญิงนั้น ปัจจุบันยังมีจำหน่ายที่ศูนย์การค้าเหมือนเดิม แต่มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ขณะที่ทิศทางของบริษัทจะมุ่งไปคือ การเพิ่มเสื้อผ้าแบบใหม่ ๆ ด้วยราคาที่ถูกลงถึง 40-50% เพื่อดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้ามากขึ้น โดย คอลเล็กชั่นใหม่นั้นจะรวมถึงแจ็กเกต ราคาเพียง 16,000 เยนด้วย

ส่วนความเคลื่อนไหวของบริษัททาคาชิมายา (Takashimaya) มีแผนจะร่วมกับโรงงานเพื่อ ผลิตแจ็กเกตที่มีกระเป๋าอยู่ด้านในสำหรับใส่นามบัตร ซึ่งไม่ได้เป็นแบบปกติสำหรับแจ็กเกตผู้หญิง

โดยมีความน่าสนใจอยู่ที่ราคาลดลง 20% เมื่อเทียบกับแจ็กเกตทั่วไป และมี เป้าหมายลูกค้าผู้หญิงที่เป็นระดับผู้จัดการ

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 2 พฤศจิกายน 2552