ข้าวกล่องสำเร็จรูปเดือด ร้านสะดวกซื้องัด “ราคา” สร้างตลาด


ตลาดข้าวกล่องสำเร็จรูปหรือเรดดี้ ทู อีท นับวันจะยิ่งเติบโตพร้อม ๆ ไปกับการเติบโตของร้านสะดวกซื้อที่เป็นช่องทางจำหน่ายหลัก และจับกลุ่มผู้บริโภคที่กำลังซื้อไม่มากนัก ด้วยราคาเพียง 29-35 บาท ซึ่งใกล้เคียงกับราคาข้าวแกงข้างทาง

ยิ่งเมื่อเซเว่นอีเลฟเว่นที่เริ่มยุทธการบูมข้าวกล่อง เรดดี้ ทู อีท ด้วยกลยุทธ์ราคา ที่แสนจูงใจ คือ เมนูละ 29 บาท ก็ยิ่งทำให้การตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคง่ายขึ้นและทำให้ตลาดเติบโตอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันผู้เล่นในตลาดข้าวกล่องสำเร็จรูปมีมากหน้าหลายตา และมีการ แบ่งเซ็กเมนต์กันอย่างชัดเจนว่า หากเป็นตลาดบนที่ราคาต่อกล่อง 50 บาทขึ้นไป ก็จะเน้นจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตผู้เล่น ในตลาดนี้ อาทิ เอสแอนด์พี,พรานทะเล, สุรพลฟู้ดส์ เป็นต้น ขณะที่ในร้านสะดวกซื้อปัจจุบันทั้งโลตัส เอ็กซ์เพรส และแฟมิลี่ มาร์ท ก็กระโดด เข้ามาด้วยเช่นกัน โดยใช้เฮาส์แบรนด์ที่ว่าจ้างซัพพลายเออร์ผลิตสินค้าให้เป็นหัวหอกนำร่อง

ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองใน ตลาดล่างนี้ คือ การเข้ามาของแฟมิลี่ มาร์ท ที่จับมือแบรนด์ดัง “พรานทะเล” ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าให้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับเฮาส์แบรนด์ของแฟมิลี่ มาร์ทมากขึ้น ขณะที่พรานทะเลเองก็สามารถขยายใน ส่วนของการผลิตที่มากขึ้น

มากกว่านั้นยังเป็นการประกาศให้รู้ว่าพรานทะเลก็สามารถผลิตสินค้าในราคาย่อมเยาคุณภาพดีได้ แม้ปกติจะเล่นอยู่ในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยมก็ตาม

“รุ่งเพ็ชร พรรณาปยุกต์” ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จริง ๆ ที่ผ่านมาบริษัทเป็นโออีเอ็มหรือรับจ้างผลิตให้กับหลายค่ายอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการออกมาประกาศว่าพรานทะเลเป็นผู้ผลิตให้ แต่เนื่องจากครั้งนี้แฟมิลี่ มาร์ทต้องการให้มีการออกมาประกาศร่วมกันเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับแบรนด์ควิกเซิร์ฟ (Quick Serve) เฮาส์แบรนด์อาหารกล่องของแฟมิลี่มาร์ท

งานนี้ขนาดว่าแฟมิลี่ มาร์ทเอาจริงด้วยการดิสเพลย์ร้านกว่า 500 สาขาใหม่หมด โดยเพิ่มมุมตู้แช่สำหรับ frozen food โดยเฉพาะ นอกจากนี้ในช่วงแรกยังมีโปรโมชั่น 25 บาทเข้ามาเสริมด้วย ซึ่ง “รุ่งเพ็ชร” ชี้ว่า กระแสการตอบรับเป็นไปด้วยดีอย่างยิ่ง ผ่านไปเพียง 1-2 สัปดาห์ก็มียอดสั่งซ้ำเข้ามา ซึ่งเชื่อว่าเทรนด์หลังจากนี้จะดีขึ้นเรื่อย ๆ

เธอมองว่าปัจจุบันอาหารพร้อมรับประทานประเภทข้าวกล่อง ถือว่ามีการ แข่งขันที่รุนแรงมาก และมีการแบ่งเซ็กเมนต์อย่างชัดเจนระหว่างพรีเมี่ยมแบรนด์ในซูเปอร์มาร์เก็ต แบรนด์ที่เจาะกลุ่มล่างในร้านสะดวกซื้อ และคอนวีเนี่ยนสโตร์ทุกร้านต่างก็มีแบรนด์ ข้าวกล่องเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งสิ้น”

สำหรับเซเว่นฯที่รุกตลาดนี้มาระยะหนึ่ง ถึงวันนี้มีแบรนด์ข้าวกล่องถึง 3 แบรนด์ นอกจาก “อีซี่โก” ที่เป็นรูปแบบโฟรเซ่นแล้วยังมีรูปแบบชิลฟู้ด หรือแช่เย็นกับอีซี่เวย์ และอีซี่ช้อยส์ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย และด้วยพลังของสาขากว่า 5,000 แห่ง จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยสำหรับร้านสะดวกซื้อค่ายนี้ที่จะ เข้าถึงลูกค้า

มากกว่านั้นจากการปรับโพซิชันนิ่งจากเพียงร้านสะดวกซื้อไปสู่โมเดล “อิ่มสะดวก” ที่โฟกัสกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในเรื่องของความรวดเร็ว

“สุวิทย์ กิ่งแก้ว” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอิ่มสะดวก เซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้จะมีผู้ประกอบการหลายรายสนใจตลาดอาหารกล่องแช่แข็งและแช่เย็นมากขึ้น โดยตั้งราคาเท่ากัน หรือบางรายใช้ โปรโมชั่นตั้งราคาถูกกว่า แต่ก็ยังไม่ส่งผลกระทบถึงเซเว่นฯ เพราะเซเว่นฯมีลูกค้าขาประจำอยู่แล้ว ตรงกันข้ามกลับ ยิ่งช่วยทำให้ตลาดอาหารกล่องยิ่งบูมมากขึ้น

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มความหลากหลายตอบสนองช่วงเทศกาลเจที่ผ่านมา เซเว่น อีเลฟเว่นได้เพิ่มเมนูอาหารเจ 4 รายการ เมนูละ 35 บาท ได้แก่ ข้าวกะเพรา ทรงเครื่องเจ ผัดหมี่ฮ่องกงเจ ข้าวกล่องแกงเขียวหวานเจ และแกงเผ็ดเป็ดย่างเจ

“ภาพรวมตลาดอาหารกล่องตอนนี้กำลังไปได้ดี เพราะเป็นธุรกิจที่สอดคล้องกับ ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ไม่มีเวลาเข้าครัวประกอบอาหาร ยกเว้นช่วงวันหยุด”

ส่วนของโลตัส เอ็กซ์เพรส ที่ปัจจุบันมีประมาณ 500 สาขา ได้รุกตลาดมาสักพักด้วยเฮาส์แบรนด์ของตัวเอง แต่ก็ยังไม่ได้จริงจังมากนักเนื่องด้วยปัจจุบันภาพของโลตัส เอ็กซ์เพรสยังนำด้วยกลุ่มอุปโภค มากกว่า ขณะที่กลุ่มฟู้ดโดยรวมยังไม่แข็งแกร่งมากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ เซเว่นอีเลฟเว่น

แน่นอนว่าการแข่งขันในกลุ่มข้าวกล่อง หรืออาหารพร้อมรับประทานในร้านสะดวกซื้อ 3 แบรนด์นี้จะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยเทรนด์ของผู้บริโภคยุคใหม่ กับตลาดที่เติบโตขึ้นทุกขณะ

โจทย์หลักของแฟมิลี่ มาร์ท กับโลตัส เอ็กซ์เพรส วันนี้จึงต้องหาช่องว่างและจุดยืนมาสู้กับผู้นำร้าน “อิ่มสะดวก” อย่างเซเว่นฯให้ได้

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ 30 ตุลาคม 2552