3ค่ายยักษ์ขายตรงอัดกิจกรรมไตรมาสสุดท้าย


ตลาดขายตรง 5 หมื่นล้านร้อนรับโค้งสุดท้ายของปี ยักษ์ขายตรงแห่อัดกิจกรรมรับกำลังซื้อผู้บริโภคฟื้น กิฟฟารีนโหมโฆษณาถี่ หวังดึงคนเข้าระบบสร้างเครือข่ายเข้มแข็ง ขยายแฟรนไชซี 10 แห่ง เผยอนาคตเตรียมขยายธุรกิจเข้าห้าง ขณะที่เจ้าตลาดแอมเวย์เน้นหนักสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม อัดแคมเปญหนักดันยอดโต 15% มากกว่าเป้าหมายที่วางไว้แค่ 7% ด้านนูสกิน เดินหน้าจัดโรดโชว์สร้างแบรนด์สินค้าพรีเมียม

พ.ญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ จำกัด เปิดเผย”ฐานเศรษฐกิจ”ว่า หลังจากเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ภาย ใต้คอนเซ็ปต์ Why Giffarine
เน้นให้ความรู้การสร้างธุรกิจเครือข่ายรองรับผู้ที่สนใจมีรายได้เสริมและคนตกงาน ปรากฏว่าภายในเวลา 2 เดือน มีผู้สนใจสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คนต่อเดือน จากปกติจะมีสมาชิกใหม่เฉลี่ย 30,000 คนต่อเดือน และในจำนวนนี้สมาชิกที่เป็นคนรุ่นใหม่มีอัตราการเติบโตสูงขึ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนมากถึง 15% ของจำนวนสมาชิกที่มีประมาณ 600,000 รหัส
ดังนั้นเพื่อกระตุ้นยอดขายช่วงไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเป็นฤดูการขาย บริษัทจะเน้นกลยุทธ์เชิงรุกทั้งการจัดโปรโมชันสินค้า และจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ทุ่มงบ 3-4 ล้านบาทจัดโครงการประกวด Giffarine: The Branding Project ค้นหานักสร้างแบรนด์ตัวจริง รางวัลมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทได้ขยายศูนย์กิฟฟารีน ไลเซนส์ ช็อป จำนวน 10 แห่ง แบ่งเป็นในกรุงเทพฯ 5 แห่ง ที่ รามคำแหง 2 บางนา,พระราม 4,ถนนเพชรบุรี,บางใหญ่ และสุขุมวิท และต่างจังหวัด 5 แห่ง ที่มหาสารคาม ลพบุรี สุราษฎร์ธานี นครปฐม และอุทัยธานี โดยรูปแบบของไลเซนซีที่เปิดไปแล้ว จะมีพื้นที่ให้บริการราว 64 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุนราว 2 -2.2 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 2552 วางแผนเปิดศูนย์ไลเซนซีเพิ่มอีก 30 แห่ง สำหรับรูปแบบของศูนย์ดังกล่าวจะมีต้นแบบจากร้าน Choose & Shop ที่พระราม 2
ล่าสุดบริษัทยังได้รับการติดต่อจากห้างสรรพสินค้าและดิสเคาต์สโตร์ เพื่อขอตั้งศูนย์ไลเซนซี ซึ่งมีทั้งห้างที่เปิดให้บริการในปัจจุบันและกำลังเปิดใหม่หลายแห่ง ซึ่งบริษัทกำลังพิจารณารายละเอียดของพื้นที่และศักยภาพ รวมถึงความเป็นไปได้การขยายตลาด แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมุ่งเน้นนโยบายการตั้งร้านในรูปแบบสแตนด์อะโลนเป็นหลัก
สำหรับผลประกอบการในช่วง 9 เดือนของปี 2552(มกราคม-กันยายน) ยอดขายเติบโตประมาณ 8-9% ซึ่งช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นช่วงฤดูกาลขาย และคาดว่าจะสามารถผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ คือ เติบโต 10% หรือมียอดขายประมาณ 4.7 พันล้านบาท
ด้านนายปรีชา ประกอบกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทจะเน้นกลยุทธ์การตลาดใน 3 ด้าน คือ มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง เพิ่มความถี่ในการจัดกิจกรรมโปรโมชันมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภค นอกจากนี้บริษัทจะเร่งขยายฐานผู้บริโภคหรือกลุ่มสมาชิกเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าขยายเป็น 1 ล้านคนภายในสิ้นปี 2552 จากปัจจุบันจำนวนสมาชิกมีประมาณ 7-8 แสนคน เพิ่มขึ้น 60% จากปีก่อน เป็นผลจากโครงการแอมเวย์ เมมเบอร์ การลดค่าสมาชิกเหลือ 100 บาท จากเดิมค่าสมาชิก 350 บาทในปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการใช้สินค้าและการพฤติกรรมการซื้อซ้ำ
โดยรุกตลาดตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา เริ่มจากเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางอาร์ทิสทรี ภายใต้กลุ่มอาร์ทิสทรี ไทม์ ดีไฟแอนด์ลิฟติ้ง อาย ครีม ตามด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพนิวทริไลท์ ด้วยการทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท จัดแคมเปญ”นิวทริไลท์
เพื่อนแท้คู่สุขภาพ” ผลปรากฏว่ายอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนิว
ทริไลท์ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา
เติบโต 15% สูงกว่าตลาดเสริมอาหารโดยรวมมูลค่า 2.28 หมื่นล้านบาท ที่โต 10-12% เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น
นายปรีชา กล่าวอีกว่า จากการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สิ้นปีนี้แอมเวย์จะมียอดขายเติบโตเพิ่มขึ้น 15% ซึ่งสูงกว่าต้นปีที่วางเป้าหมายการเติบโตไว้เพียง 7% หรือคิดเป็นยอดขายประมาณ 13,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 11,150 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากนิวทริไลท์สัดส่วน 36% ของรายได้รวม อาร์ทิสทรี 23% และกลุ่มเพอร์ซันแคร์และกลุ่มผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด 41%
ส่วนธุรกิจขายตรงแบรนด์อื่นๆ มีการทุ่มจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความภักดีในตราสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนูสกิน ยังคงเร่งการตลาดในลักษณะการเจาะตรงถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดโรดโชว์ตลอดทั้งปี ทั้งนี้เพื่อเป็นการรุกเจาะตรงถึงผู้บริโภคและสร้างแบรนด์นู สกินให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยนางภคพรรณ ลีวุฒินันท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นู สกิน เอ็นเตอร์ไพร์ส(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมา บริษัทได้ทุ่มงบประมาณ 10 ล้านบาท สำหรับการจัดงานนู สกิน โรดโชว์ 2009 ซึ่งได้มีการเดินสายโรดโชว์ทั่วประเทศ 7 ครั้ง อาทิ ชลบุรี ในระหว่างวันที่ 11-14 กันยายน 2552 เชียงใหม่ วันที่ 16-19 กรกฎาคม 2552 และครั้งสุดท้ายจะจัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา วันที่ 14-15 พฤศจิกายน 2552 โดยภายในงานโรดโชว์จะมีการบริการตรวจสุขภาพและผิวพรรณจากผู้เชี่ยวชาญ
ทั้งนี้จากการจัดงานดังกล่าวนอกเหนือจากการตอกย้ำแบรนด์ลอยัลตีแล้ว บริษัทคาดว่าจะมียอดขายจากกิจกรรมครั้งนี้ประมาณ 25 ล้านบาท และจะมีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 หมื่นคน รวมถึงในวันที่ 4-11 พฤศจิกายน 2552 นี้ ทางบริษัทจะฉลองครบ 5 ปีของผลิตภัณฑ์กัลวานิค สปา ด้วยการจัดกิจกรรมสปาวีคให้กับผู้บริโภค เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวและสุขภาพ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,473 25 ต.ค.- 28 ต.ค. 2552