เดอะมอลล์ งัด4บิ๊กอีเว้นท์ดันรายได้โต 5%


เดอะมอลล์ เผยยอดขายไตรมาส 3 เริ่มฟื้น ส่ง 4 อีเว้นท์ใหญ่ชิงกำลังซื้อโค้งสุดท้าย หวังการเมืองนิ่ง ดันยอดเติบโตสูง 5% สวนกระแสตลาด

นายเชิงชาย ภูววีรานนท์ ผู้จัดการใหญ่สายบริหารสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงกลยุทธ์การตลาดในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ว่า จะเน้นการทำอีเว้นท์ มาร์เก็ตติ้ง โดยจะมี 4 แคมเปญใหญ่ออกมากระตุ้นกำลังซื้อ หลังจากพิจารณาภาพรวมของตลาดตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ที่ผ่านมาพบว่า เศรษฐกิจ การเมือง ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในธุรกิจค้าปลีกเริ่มกลับมาคึกคักขึ้น เชื่อว่าภาพรวม 3 เดือนสุดท้ายของปี ซึ่งถือเป็นฤดูกาลขายของธุรกิจค้าปลีก ยอดขายในแต่ละแผนกจะเติบโตได้ตามเป้าหมาย

“กำลังซื้อของลูกค้าเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 จึงค่อนข้างมั่นใจว่าในโค้งสุดท้ายนี้ ยอดขายจากกลุ่มดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ทั้ง 7 แผนก จะสามารถปิดยอดขายทั้งปีได้ตามเป้าหมายเท่ากับปีก่อน หรือหากสามารถจัดกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของลูกค้าได้ดีอาจทำให้ยอดขายเติบโตได้ถึง 5%” นายเชิงชายกล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นตัวแปรหลักที่บริษัทมีความกังวลมากที่สุด เพราะเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถคาดการณ์หรือควบคุมได้ ขณะที่ปัจจัยด้านอื่นๆ อาทิ ความเชื่อมั่นของภาคประชาชน หรือภาวะเศรษฐกิจทั้งประเทศไทย และทั่วโลก มีแนวโน้มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายเชิงชาย กล่าวต่อว่า ในปีนี้เป็นปีแรกที่บริษัทมีการลดงบประมาณสำหรับการจัดกิจรรมและโปรโมชั่นส่งเสริมการขายลงราว 5% ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว สอดรับนโยบายลดค่าใช้จ่าย และใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้เดอะมอลล์ต้องปรับแนวทางการจัดกิจกรรมโดยผนึกพันธมิตรธุรกิจต่างๆ ร่วมกันจัดอีเวนท์ เพื่อให้กิจกรรมมีขนาดใหญ่และได้รับความสนใจมากขึ้น ขณะเดียวกันเป็นการประหยัดงบประมาณในการจัดกิจรรมแต่ละครั้งลงได้ ทำให้สามารถจัดงานได้มากขึ้นเฉลี่ย 15%

ทั้งนี้ การจัดกิจรรมเพื่อสร้างสีสันและกระตุ้นยอดขายของธุรกิจค้าปลีกนั้น ยังคงมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ทำให้บริษัทต้องใช้กลยุทธ์เจรจาต่อรองซัพพลายเออร์ที่จะเข้ามาจัดกิจกรรมในแต่ละช่วงให้จัดสรรเวลาในการทำอีเวนท์กับผู้ประกอบการแต่ละค่ายทิ้งช่วงห่างกัน หรือไม่อยู่ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน เพื่อไม่ให้กระทบต่อยอดจำนวนผู้เข้าชมงาน และยอดขายจากการจัดงานในแต่ละครั้ง เพราะปัจจุบันการจัดอีเวนท์มีรูปแบบงานและคอนเซ็ปต์ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก

สำหรับผลประกอบการช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มกีฬากอล์ฟ มียอดขายเติบโตสูงสุด 30% เป็นการเติบโต 2 เท่าตัว เทียบจากช่วง 1-2 ปีก่อนหน้านี้ มีการเติบโตประมาณ 15% เท่านั้น ประเมินว่าลูกค้ามีความเครียดจากสถานการณ์บ้านเมืองและภาวะเศรษฐกิจจึงหันมาเล่นกีฬามากขึ้น ขณะที่การทำตลาดสินค้าเกี่ยวกับกีฬากอล์ฟ ในปัจจุบัน มีคอลเลกชั่นต่างๆ ออกมาจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงมีการตอบรับสูง ขณะที่สินค้ากลุ่มเครื่องหนัง ยอดขายเติบโตสูง 20% กลุ่มสินค้าเสื้อผ้าผู้ชาย และนาฬิกา มีอัตราเติบโตราว 5-6%

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 24 ตุลาคม 2552