สหพัฒน์บูมสินค้าโอท็อป


สหพัฒน์ วาดเป้าปี 53 ดัน 108 ช็อปแคตตาล็อค เป็นศูนย์รวมสินค้าโอท็อป-เอสเอ็มอีเต็มรูปแบบทั้งเล่ม ใช้ต้นแบบประเทศญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย เล็งจับมือหน่วยงานรัฐช่วยโปรโมต พร้อมหนุนผู้ประกอบการทั้งเก่าและใหม่ขยายตลาดเพิ่ม นอกจากนี้ยังเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์อีกทางเลือกหนึ่ง

นายวิเชียร กันตถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทเกอร์ ดิสทริบิวชั่น แอนด์ ลอจิสติกส์ จำกัด บริษัทกระจายสินค้าในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยกับ”ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากที่บริษัทได้ร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการดำเนินโครงการส่งเสริมการขยายตลาดสินค้าโอท็อปและเอสเอ็มอีทั่วไทย ซึ่งจะเป็นการนำสินค้าจำหน่ายผ่าน 108 ช็อปแคตตาล็อค โดยล่าสุดมีบริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการดังกล่าวผ่านการคัดเลือกของส.อ.ท.แล้วประมาณ 50 ราย จากจำนวนสมาชิกในกลุ่มอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีที่มีกว่า 1,000 ราย รวมทั้งเปิดรับสินค้าที่มีคุณภาพในการรุกตลาดอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ เพื่อดึงธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) และโอท็อป(OTOP) นำสินค้าเข้ามาจำหน่ายผ่าน 108 ช็อปแคตตาล็อค ส่งผลให้มีผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอีก 33 ราย
“หลังจากที่บริษัทได้ออก 108 ช็อป แคตตาล็อคเล่มแรก ที่มีสินค้าในกลุ่มเอสเอ็มอีและโอท็อป ปรากฏว่า สินค้าในกลุ่มดังกล่าวสามารถมียอดขายประมาณ 200,000 บาท สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี หลังจากที่ได้ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและ ส.อ.ท.คาดว่าในการลงโฆษณาสินค้าใน 108 ช็อป แคตตาล็อคในรอบต่อไป จะมีสินค้าในกลุ่มเอสเอ็มอีและโอท็อปเพิ่มขึ้นเป็น 50% จากเดิมที่มีเพียง 20%”
อย่างไรก็ตาม จากนโยบายของนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ต้องการผลักดันให้ 108 ช็อปแคตตาล็อค เป็นศูนย์รวมของสินค้าโอท็อปและเอสเอ็มอี บริษัทได้ใช้ต้นแบบการตั้งศูนย์รวมสินค้าดังกล่าวจากประเทศญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย ที่ในประเทศเหล่านี้จะให้ทางภาครัฐเป็นผู้ดำเนินการจัดการพิมพ์แคตตาล็อคทั้งหมด เพื่อสนับสนุนธุรกิจของสินค้าไทยให้เข้มแข็ง แต่ในประเทศไทยยังไม่สามารถดำเนินการได้ ดังนั้นบริษัทมีแผนร่วมมือกับหน่วยงานของภาครัฐที่ให้การสนับสนุนกลุ่มสินค้าเอสเอ็มอีและโอท็อป เพื่อนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายมากขึ้น ทั้งกรมพัฒนาชุมชน กระทรวงพาณิชย์ สมาคมเอสเอ็มอี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้มีผู้ประกอบการจำนวนมาก โดยเป้าหมายนอกเหนือจากการนำสินค้าในกลุ่มนี้เข้ามาจำหน่ายผ่าน 108 ช็อป แคตตาล็อคแล้ว หน่วยงานภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยประชาสัมพันธ์โครงการให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องด้วย
สำหรับคอนเซ็ปต์ในการดำเนินงานนั้น จะใช้คอนเซ็ปต์ “คิดถึงโอท็อป คิดถึงเอสเอ็มอี คิดถึง 108 ช็อปแคตตาล็อค” ทั้งนี้จากแผนการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ คาดว่าในปี 2553 จะสามารถทำให้ 108 ช็อปแคตตาล็อค ใช้พื้นที่สำหรับการจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีและโอท็อปทั้งเล่ม ขณะที่สินค้าในเครือสหพัฒน์และสินค้าฝากขายนั้น ยังคงจำหน่ายอยู่เช่นเดิม แต่จะทำในรูปของการจัดพิมพ์เป็นแคตตาล็อคประจำปี คล้ายกับสมุดหน้าเหลือง และจะมีการนำสินค้าบางรายการมาจัดโปรโมชันผ่าน 108 ช็อป แคตตาล็อคประจำฉบับ รวมทั้งมีแผนการเพิ่มจำนวนพิมพ์แคตตาล็อคจากเดิมเป็น 3 เดือนต่อ 1 ฉบับ เพิ่มเป็น 1 ฉบับต่อเดือน
นอกจากนี้ บริษัทได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าในกลุ่มดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ http://www.108shopcatalog.com ด้วย โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ ซึ่งทางบริษัทจะทำการจัดส่งสินค้าและเก็บเงินปลายทางทันที และล่าสุดเพื่อเปิดโอกาสให้สินค้าในกลุ่มเอสเอ็มอีและโอท็อปเข้ามาจำหน่ายผ่าน 108 ช็อปแคตตาล็อคมากขึ้น บริษัทได้ลดราคาโฆษณาจาก 12,000 บาท เหลือ 5,400 บาทต่อหน้า ซึ่งในการจัดพิมพ์แต่ละครั้งจะมีจำนวน 25,000 เล่ม ขณะที่รายได้จากการนำสินค้าผ่าน 108 ช็อป แคตตาล็อคนั้น ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการจะให้จำนวนเท่าใด แต่ต้องไม่น้อยกว่าการนำสินค้าผ่านช่องทางอื่นๆ หรือเฉลี่ยราว 15-25 % ในกลุ่มสินค้าอุปโภค ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและเครื่องสำอางนั้นจะแบ่งคิดรายได้ประมาณ 25-30% ของยอดขาย รวมทั้งจะมีการนำสินค้ากลุ่มนี้ไปร่วมออกงานแสดงสินค้าที่บริษัทเข้าร่วมงานแฟร์ต่างๆ ทั่วประเทศด้วย ขณะที่
นายวิเชียร กล่าวต่อว่า ส่วนผลประกอบการของบริษัทในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้เติบโต 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีผลกำไรที่ลดลง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในส่วนของการจัดส่งสินค้าผ่าน 108 ช็อป แคตตาล็อคมากขึ้น และในสิ้นปีคาดว่าจะมียอดขายเติบโตราว 15% ตามเป้าหมายที่วางไว้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2,472 22 ต.ค.- 24 ต.ค. 2552