เคทีซีผนึกเซ็นทรัลเอาใจขาช็อป


เคทีซี ร่วมกับ ซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศ ศูนย์การค้า 14 แห่งทั่วประเทศ นำคะแนนสะสมแลกแทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าหรือบริการ…

นายวรวุฒิ นิสภกุลธร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจบัตรเครดิต บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือเคทีซี เปิดเผยว่า เคทีซีศึกษาพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของสมาชิกบัตรเคทีซีในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว พบว่าสมาชิกเลือกใช้จ่ายอย่างคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะการซื้อสินค้าที่มีโปรโมชั่น และให้ความสำคัญกับการใช้คะแนนสะสม KTC Forever Rewards ให้เป็นประโยชน์มากขึ้น โดยสมาชิกนิยมนำคะแนนสะสมไปใช้แทนเงินสดในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัล เซน และโรบินสัน

ทั้งนี้ เคทีซีจึงร่วมกับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด หรือ ซีพีเอ็น ผู้บริหารศูนย์การค้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศ มีจำนวนศูนย์การค้าถึง 14 แห่งทั่วประเทศ นำคะแนนสะสมแลกแทนเงินสดในการชำระค่าสินค้าหรือบริการ พร้อมมอบส่วนลดสูงสุด 20% ที่ศูนย์ การค้าเซ็นทรัลทุกสาขา จนถึงวันที่ 3 ก.พ. 53 คาดว่าจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15%

“เคทีซีร่วมกับซีพีเอ็นเพื่อเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าของเคทีซีและซีพี-เอ็น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศทั้ง 14 แห่ง รวมถึงเซ็นทรัล พลาซา ขอนแก่น ที่จะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคมนี้”

นายวรวุฒิกล่าวอีกว่า สมาชิกเคทีซีสามารถใช้คะแนนสะสม KTC Forever Rewards 1,000 คะแนนแทนเงินสด 100 บาท เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการที่เซ็นทรัลทุกสาขา และรับส่วนลดสูงสุด 20% เมื่อชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเครดิตเคทีซี นอกจากนี้ ถ้าใช้บัตรตั้งแต่วันนี้ถึง 25 พ.ย. รับฟรี คะแนนหรือไมล์สะสมคูณ 3 เท่า และรับเพิ่มทันที ชุดบัตรส่วนลดความสุขคูณ 3 ใช้รับส่วนลดและสิทธิพิเศษจากร้านค้าภายในศูนย์การค้าในหมวดชม ชิม ช็อป เพิ่มอีก 1 ชุด

ขณะที่นางสาวสุดาพร จันทร์วัฒนากุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจสินเชื่อบุคคล เคทีซี กล่าวว่า สินเชื่อส่วนบุคคลของเคทีซีเงียบมากว่า 1 ปีแล้ว หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลก ทำให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นอนแบงก์) เพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น แต่หลังจากหลายสำนักวิจัยประเมินว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 เริ่มฟื้นตัว เคทีซีจึงหันมาสู่สนามการแข่งขันอีกครั้ง

“ใน 3 เดือนสุดท้ายของปี คาดว่าจะมียอดลูกค้าเพิ่มอีก 16,600 ราย ยอดสินเชื่อเพิ่มอีก 600-700 ล้านบาท และคาดว่ายอดสินเชื่อคงค้างสิ้นปีน่าจะอยู่ที่ 11,500-12,000 ล้านบาท จำนวนลูกค้าน่าจะอยู่ที่ 519,600 ราย”.

ที่มา ไทยรัฐ 16 กันยายน 2552