อีซี่ มันนี่ ..โรงตึ๊ง โมเดิร์นสไตล์


“โรงรับจำนำ” แหล่งเงินทุนยุคแรกๆ ที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นเวลาอันยาวนาน มาวันนี้ โรงรับจำนำ “อีซี่ มันนี่” ได้ปฏิวัติสู่ธุรกิจแนวใหม่
ด้วยรูปลักษณ์อันทันสมัย วางเป้าเป็น “ไมโคร ไฟแนนซ์” ชุมชน

“โรงรับจำนำ เป็นสถาบันการเงินที่ประชาชนคุ้นเคย และประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย โรงรับจำนำจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ เรามั่นใจว่า ธุรกิจนี้ยังมีศักยภาพในการเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน” “สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด เชื่อมั่นอย่างนั้น

แม้จะไม่มีประสบการณ์ตรงในธุรกิจโรงรับจำนำ แต่ สิทธิวิชญ์ เห็นว่า ธุรกิจโรงรับจำนำนี้มีศักยภาพ และเป็นที่คุ้นเคยของคนไทย จึงเข้ามาบุกเบิกทำธุรกิจโรงตึ๊ง สไตล์โมเดิร์น ตั้งแต่ปี 2548

โมเดลธุรกิจที่เกิดจากการผสมผสาน Old Business กับ Modern Style จนกลายเป็น “อีซี่ มันนี่” ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

แม้จะเป็นธุรกิจใกล้ชิดวัฒนธรรมคนไทย แต่ “จุดอ่อน” คือ ธุรกิจโรงตึ๊งเอาเปรียบลูกค้า

“ธุรกิจโรงรับจำนำเป็นบริการการเงินที่ง่าย และเบ็ดเสร็จในตัวเอง ได้เงินแล้วจบเลย แต่จุดอ่อน คือ ทัศนคติของคนยังมองธุรกิจรับจำนำไม่ดีนัก แต่ถ้าเอาข้อดีและจุดด้อยมาดูกัน เรามองว่า ธุรกิจยังไปได้อย่างแน่นอน”

ด้วยเหตุนี้เอง บริษัท ตั้งธนสิน จึงปฏิวัติรูปแบบธุรกิจ “โรงตึ๊ง” แบบเก่า ให้กลายเป็น “ไมโครไฟแนนซ์” นิวลุค ภายใต้แบรนด์ใหม่ว่า “อีซี่ มันนี่”

รื้อดีไซน์เก่าๆ ที่มีมู่ลี่บังตา ลูกกรงกั้นระหว่าง “ลูกค้า” กับ “หลงจู๊” บรรยากาศชวนอึดอัดออก แล้วใส่บรรยากาศทันสมัย โปร่ง ชวนให้ใช้บริการแทน

พร้อมนำระบบคอมพิวเตอร์และการสแกนนิ้วมือเข้ามาใช้ในการรับจำนำ นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น เมื่อลูกค้าเข้ามาใช้บริการ จะได้รับความรู้สึกว่ามารับบริการจากสถาบันการเงิน ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่

ภายใต้ลุคใหม่ สิทธิวิชญ์ ได้ปรับกลยุทธ์การบริการทางการเงินให้เป็น “มืออาชีพ” ที่สร้างความสะดวก รวดเร็ว ให้กับลูกค้า
บัตรประชาชนใบเดียว พร้อมกับทรัพย์ที่มาจำนำก็สามารถ “ตีราคา” ได้ทันที

เช่น จำนำทองคำ ใช้เวลาประมาณ 3 นาที รูปแบบการกู้จะคล้ายกับการออกตั๋ว P/N ธนาคาร โดยเสียดอกเบี้ยในอัตรา 15%ต่อปี

“ลูกค้าจะเป็นผู้เลือกว่า จะมาชำระคืนเมื่อไรก็ได้ภายในระยะเวลา 5 เดือน หรือ จะต้องการต่อตั๋ว (Roll Over) ออกไปได้อีกเป็นระยะเวลาที่ลูกค้าต้องการ อาจเป็นเวลาหลายเดือน หรือ หลายปีก็ได้

นอกจากนี้ เมื่อราคาทองขึ้น ลูกค้ายังสามารถเพิ่มยอดกู้ได้ หรือ ถ้ามีรายได้เข้ามาและต้องการชำระดอกเบี้ยน้อยลง ก็สามารถชำระได้ เนื่องจากดอกเบี้ยจะคิดตามเงินต้นที่กู้”

ราคาสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นลง สิทธิวิชญ์ ยืนยันว่า ให้ราคาที่ “เป็นธรรม”

“เราพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถในการตีราคาที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยบริษัทได้มีการจัดทำตำราวิชาทรัพย์รับจำนำ เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาบุคลากรของบริษัท เนื่องจากการรับจำนำต้องเกี่ยวข้องกับความรู้หลายด้าน”

เช่น ต้องมีความสามารถในการตีราคาเพชร ทองคำ นาก เครื่องประดับ นาฬิกา คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค กล้องดิจิตอล เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง ซึ่งไม่มีสถาบันใดสอนครบทุกอย่างเช่นนี้

“มาถึงวันนี้ ลูกค้าจึงต้องการอะไรง่ายๆ ไม่ซับซ้อน เมื่อลูกค้ามาจำนำ ต้องใช้เวลาน้อย และได้รับเงินไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน ต่างจากแต่ก่อนที่คนมักจะไม่ค่อยกล้าเข้ามาใช้บริการ และฝังใจว่า เมื่อนำทรัพย์ไปจำนำจะถูกกดราคา กลัวว่า ของที่จำนำแล้วไถ่ถอนออกไปจะไม่อยู่ในสภาพเดิม

เมื่อลูกค้ามาที่นี่ เราจะชั่งน้ำหนักทรัพย์ให้ลูกค้าดูเลยว่า ทรัพย์สินที่มาจำนำกับเรา เช่น ทองคำ น้ำหนักก่อนจำนำและเมื่อมาไถ่ถอน ยังมีน้ำหนักเท่าเดิมแน่นอน”

ขณะที่ในด้านการเก็บรักษาทรัพย์จำนำ สิทธิวิชญ์ บอกว่า จะมีการเก็บรักษาอย่างปราณีต เพื่อให้ลูกค้าได้รับมอบทรัพย์คืนอยู่ในสภาพเดิม เหมือนวันแรกที่มาจำนำ เช่น ถ้าลูกค้ารับทรัพย์มาจำนำหลายชิ้น อาจเป็นแหวนหลายวงเราก็จะทำการเก็บรักษาทรัพย์ โดยนำแหวนมาใส่ถุงพลาสติกอย่างหนา แล้วรีดด้วยความร้อนทั้ง 4 ด้าน เพื่อให้ทรัพย์ของลูกค้าไม่กระทบกัน

หลังจากนั้น จะนำไปใส่ถุงพลาสติกอย่างหนาอีกชั้นหนึ่ง โดยในชั้นนี้จะมีการใส่ตั๋วฉบับย่อลงไป ซึ่งจะระบุเลขที่ตั๋ว รายละเอียดทรัพย์ เพื่อป้องกันการผิดพลาดในการจัดเก็บ

โรงรับจำนำ อีซี่ มันนี่ เติบโตค่อนข้างรวดเร็ว กว่า 4 ปี ของการตั้งธุรกิจไมโครไฟแนนซ์แห่งนี้ ขยายสาขาแล้วถึง 6 แห่ง และจากตัวเลขสิ้นปี 2551 มีลูกค้าแล้วประมาณ 3.8 แสนราย ภายใต้วงเงินหมุนเวียนประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท

“อีซี่ มันนี่ เติบโตเร็ว หลังจากเปิดตัวมาไม่นาน เพียง 4ปี มียอดเงินจำนำจากลูกค้าเฉลี่ยเติบโตมากกว่า 50%ต่อปี โดยในปี 2551 เติบโตสูงถึง 64% ทีเดียว

มองว่า หลังจากการที่บริษัทได้ปรับเปลี่ยนสไตล์การดำเนินธุรกิจเป็นแบบโมเดิร์น เป็นไปอย่างถูกต้องกับความต้องการของตลาด จึงทำให้ลูกค้าพอใจในการบริการของเรา จึงส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว”

สิทธิวิชญ์ บอกว่า สิ่งที่อีซี่ มันนี่ ต้องการจะเดินต่อไป นอกจากจะเป็นผู้นำในธุรกิจโรงรับจำนำ ที่เป็นแหล่งเงินทุนให้กับประชาชนทั่วไปแล้ว ยังต้องการเป็น “ไมโคร ไฟแนนซ์” (Micro Finance) ที่ให้วงเงินตั้งแต่ระดับน้อยที่สุด เป็นหลักร้อย ไปจนกระทั่งหลักแสน หลักล้านบาท ด้วยมาตรฐานการบริการที่ดี เช่นเดียวกับสถาบันการเงินชั้นนำ

พร้อมกับวางเป้าหมาย เป็น “แหล่งทุน” ให้แก่ประชาชน และเจ้าของธุรกิจรายย่อย หรือ เอสเอ็มอี ที่ต้องการเงินทุนระยะสั้น ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น

“เราดำเนินธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์ขยายตลาดจากประชาชนในชุมชน ทำให้ฐานลูกค้าของเรากว้างขึ้น แต่ต่อไปเราจะเริ่มจับกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เป็นเจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอี ที่ต้องการสภาพคล่องฉุกเฉิน แต่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยาก เพื่อให้มีโอกาสได้รับเงินไปใช้หมุนเวียนในธุรกิจ” สิทธิวิชญ์ กล่าว

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ 4 กันยายน 2552